“หมอศัลย์” ทำคนตายครั้งที่ 2 แพทยสภารับ ตามตัวไม่ได้!!(คลิป)

จากกรณีญาติผู้เสียชีวิตเข้าร้องเรียน แพทย์ศัลยกรรมชื่อดังที่เคยตกเป็นข่าวทำพริตตี้สาวเสียชีวิต จากอาการแพ้ยาสลบ ขณะผ่าตัดในปี 2557 และถูกสั่งปิด คลินิกย่านจ.สมุทรปราการแต่เวลาผ่านไป 2 ปี ก็พบว่าแพทย์คนดังกล่าว กลับมาเปิดคลินิกใหม่ย่านพระราม 9 พร้อมกับเปลี่ยนชื่อและนามสกุล แต่ยังไม่ทันที่จะได้รับใบอนุญาตให้ประกอบกิจการสถานพยาบาล ก็กลับทำประวัติศาสตร์ซ้ำรอย โดยทำการผ่าตัดใบหน้าวีไลน์กับหญิงสาวรายหนึ่ง จนเกิดเหตุเสียชีวิต เป็นรายที่2

ผศ.นพ.เมธี วงศ์ศิริสุวรรณ ผู้ช่วยเลขาธิการแพทยสภากรรมการแพทยสมาคม

เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ประชาชน อยากรู้ว่าทางแพทยสภา ซึ่งเป็นหน่วยงานดูแลแพทย์โดยตรง ได้มีการดำเนินการกับแพทย์ศัลยกรรม คนนี้อย่างไร ซึ่งในวันนี้ ผศ.นพ.เมธี วงศ์ศิริสุวรรณ ผู้ช่วยเลขาธิการแพทยสภากรรมการแพทย์สมาคม ก็ได้มานั่งพูดคุยใน รายการต่างคนต่างคิดเวลา 18.45 น. ว่า ในกรณีแรกนั้นเกิดขึ้นประมาณปลายปี 2557 ที่ได้รับการแจ้งเข้ามาทางแพทยสภา พร้อมกับได้ลงไปตรวจสอบและตามหาแพทย์คนดังกล่าว แต่ไม่พบและไม่ได้รับความร่วมมือ พร้อมกับคลีนิกดังกล่าวได้ปิดตัวลง ซึ่งก็ไม่สามารถติดตามตัวได้  จนกระทั่งเมื่อปี 2559 ทางเจ้าหน้าที่ได้มีการส่งสำนวนคดีเพื่อให้ทางแพทยสภาลงตรวจสอบและพบว่าแพทย์ทั้ง 2 กรณีนั้นเป็นคนเดียวกัน แต่มีการเปลี่ยนชื่อและนามสกุลใหม่ ซึ่งทำให้ยากในการตามหาตัวและหลังจากได้รับข้อมูลจากทางญาติผู้เสียชีวิต ก็ได้เรียกแพทย์คนดังกล่าวเข้ามาสอบถามและขอตรวจดูเอกสารที่แพทย์มี แต่ก็กลับไม่ได้รับความร่วมมืออีกเช่นเคย

ผศ.นพ.เมธี ชี้แจง ประเด็นหมอศัลยกรรมที่ทำให้เกิดการเสียชีวิต

ผศ.นพ.เมธี กล่าวอีกว่า “เราตามตัวไม่ได้ ไม่ใช่เราไม่ทำอะไร แต่ครั้งนี้เราเจอปัญหาที่เราไม่เคยเจอมาก่อน เหมือนทางตัน”  ขณะนี้ต้องนำข้อมูลที่ได้มาทั้งหมด มาตรวจสอบว่าผิดจริยธรรมแพทย์หรือไม่ ซึ่งหากกระทำความผิดโทษสูงสุดคือการเพิกถอนใบประกอบวิชาชีพ และขณะนี้ได้ตั้งอนุกรรมการขึ้นมาเพื่อตรวจสอบพร้อมกับเดินหน้าสอบข้อเท็จจริงต่อไป และสำหรับผู้ที่ได้รับความเสียหายจากการศัลยกรรมนั้นก็สามารถร้องเรียนผ่านทางเว็บไซต์ www.tmc.or.th ของทางแพทยสภาได้

ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากกการทำศัลยกรรม

ด้านนางสาวเอ ที่เคยผ่าน การทำศัลยกรรมจมูก จากแพทย์คนดังกล่าว เมื่อ 6 ปีที่ผ่านมา ว่า หลังเสริมจมูกไปได้ไม่ถึง 2 อาทิตย์ จมูกเริ่มเบี้ยวผิดรูป จึงเดินทางกลับไปให้แพทย์ผ่าตัดให้ใหม่ โดยครั้งแรก แพทย์บอกว่าในจมูกมีอาการบวมและมีน้ำเหลือง ซึ่งตอนนั้นรู้สึกกลัวพร้อมกับขอให้แพทย์เร่งแก้ไขให้  พอถึงวันนัดตนเองได้ถามว่า จะใช้ซิลิโคนอันเก่ามาเหลาหรือใส่อันใหม่ ปรากฎว่าแพทย์แสดงสีหน้าและท่าทางไม่พอใจ ก่อนเดินออกจากห้องไปโดยไม่ได้กล่าวอะไรกับตนเอง จากนั้นก็ไม่ได้รับการติดต่ออีก และพอตนเองไปหาแพทย์ที่คลินิกอื่น ก็ไม่ได้แก้ให้ เพราะการไขรูปทรงที่หมอคนเก่าทำไว้ มันแก้ไขยาก ตนเองจึงปล่อยมาถึงทุกวันนี้

ปรียนันท์ อยากให้แพทยสภาทำงานให้รวดเร็วกว่านี้

ด้านปรียนันท์ ล้อเสริมวัฒนา  ประธานเครือข่ายผู้เสียหายทางการแพทย์ ยอมรับ ว่า กรณีการศัลยกรรมแล้วผิดพลาดมีเหตุเกิดขึ้นทุกเดือนและทุกปี เพราะว่ากระแสการทำศัลยกรรมกำลังมาแรง ส่วนสาเหตุในการศัลยกรรมแล้วผิดพลาดนั้น ต้องมีการฟังความจากทั้ง 2 ฝ่าย คือทางด้านแพทย์และผู้บริโภค และต้องตรวจสอบประวัติการรักษาประกอบด้วย ก่อนที่จะนำเรื่องดังกล่าวไปร้องเรียนแพทยสภา ส่วนคดีที่มีผู้เสียชีวิตจากมีดหมอ 2 ครั้ง นั้น ควรมีการดำเนินการตรวจสอบแพทย์ ว่า มีความผิดอย่างไร ซึ่งพบว่า การพิจารณาของแพทยสภาเป็นไปอย่างล่าช้า รวมถึงการทำงานของพนักงานสอบสวน ต้องรอการพิจารณาของแพทยสภา นอกจากผู้เสียหายไม่ได้รับความเป็นธรรม ผู้กระทำผิดไม่ถูกลงโทษ ยังเปิดโอกาสให้มีการกระทำผิดซ้ำได้อีก เพราะครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่ 2 และถือว่าเป็นการละเลย ซึ่งอาจมีประชาชนได้รับความเสียหายเพิ่มขึ้นได้ พร้อมทั้งอยากให้มีการตั้งศูนย์ช่วยเหลือกับผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนจากการศัลยกรรม

keyboard_arrow_up