ศาลงานชุก! สิงหาเดือนแห่งการ ‘ติดคุก’ คนดังพาเหรดเข้าเรือนจำ

25 สิงหาคม 2560 เป็นวันที่ต้องจารึกในหน้าประวัติศาสตร์การเมืองไทย เพราะเป็นวัน “ชี้ชะตา” อดีตนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของประเทศไทย “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” ในคดีจำนำข้าว แต่ท้ายที่สุดแล้วจนถึงวันนี้ (30 สิงหาคม) ก็ยังไม่มีใครทราบว่า “ยิ่งลักษณ์” หายตัว หรือหลบหนีไปที่ไหน

ทีมข่าวอมรินทร์ทีวี ขอสรุปไทม์ไลน์สำคัญประจำเดือนสิงหาคม เดือนที่ “ศาล” ไทยงานชุกที่สุด และเป็นเดือนแห่งการ “ติดคุก” ของเหล่าคนดัง เริ่มที่กรณีไลฟ์เฟซบุ๊คละเมิดศาล ของนายวัฒนา เมืองสุข อดีต ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย และอดีตรัฐมนตรีหลายกระทรวง เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาฯ ขณะที่ นายวัฒนา ถูกพนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) นำตัวไปขอฝากขังต่อศาล ในคดีความผิด ตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ กรณีออกมาเคลื่อนไหวเรื่องขโมยหมุดคณะราษฎร และแจ้งความเพิ่มเติมในมาตรา 116 ปรากฏว่าขณะอยู่ในห้องเพื่อรอกระบวนการฝากขัง นายวัฒนาได้มีการไลฟ์เฟซบุ๊คภายในศาลอาญา ซึ่งศาลเห็นว่าเป็นการละเมิดอำนาจศาล จึงสั่งให้มีการไต่สวน ฐานที่นายวัฒนากระทำละเมิดอำนาจศาลจากการประพฤติตนไม่เรียบร้อยบริเวณศาล ทั้งนี้ ศาลมีข้อกำหนดห้ามบุคคลทำการถ่ายภาพภายในอาคารศาล

ศาลมีคำสั่งว่าสอบถามนายวัฒนาผู้ถูกกล่าวหาแล้ว ยอมรับว่าได้ใช้โทรศัพท์มือถือถ่ายภาพเผยแพร่ลงในสังคมออนไลน์ ศาลเห็นว่า ผู้ถูกกล่าวหากระทำไปโดยไม่ได้รับอนุญาต จึงเป็นการประพฤติตนไม่เหมาะสมและไม่เรียบร้อยในบริเวณศาล อันเป็นการละเมิดอำนาจศาล ตามประมวลวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 30, 31 และประมวลวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 จึงมีคำสั่งให้จำคุกนายวัฒนา ผู้ถูกกล่าวหาเป็นเวลา 2 เดือน และปรับ 500 บาท

แต่เนื่องจากการกระทำไม่ได้ละเมิดการพิจารณาคดี โทษจำคุกให้รอการลงโทษมีกำหนด 2 ปี และเนื่องจากผู้ถูกกล่าวหาเคยกระทำผิดฐานละเมิดอำนาจศาลแล้วในวันที่ 21 ส.ค.ที่ผ่านมา (จำคุก 1 เดือน ปรับ 500 บาท โดยโทษจำคุกให้รอลงอาญา 1 ปี) ศาลจึงให้คุมประพฤตินายวัฒนา ผู้ถูกกล่าวหาอีกด้วย โดยห้ามกระทำผิดซ้ำ หากทำซ้ำอีกศาลจะถือว่าเป็นการท้าทายและไม่เข็ดหลาบ

ต่อมาเมื่อวันที่ 25 สิงหาคม ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง นัดฟังคำพิพากษาคดีระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐหรือ จีทูจี ที่มี นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และพวก เป็นจำเลยร่วมกัน 28 คน โดยศาลพิจารณาข้อเท็จจริง และอ่านพฤติการณ์แห่งคดี จนมีคำพิพากษาสั่งจำคุก

“นายภูมิ สาระผล อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ จำเลยที่ 1 36 ปี, นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ 42 ปี, นายมนัส สร้อยพลอย อดีตอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ 40 ปี, นายทิฆัมพร นาทวรทัต ผู้อำนวยการสำนักบริหารการค้าข้าว 32 ปี, นายอัครพงศ์ ช่วยเกลี้ยง เลขานุการกรมการค้าต่างประเทศ 24 ปี และ นายอภิชาติ จันทร์สกุลพร หรือ เสี่ยเปี๋ยง 48 ปี”

และได้พิพากษาให้ บริษัท สยามอินดิก้า จำกัด ในฐานะจำเลยที่ 10 รวมถึง เสี่ยเปี๋ยง และนายนิมล รักดี จำเลยที่ 15 ร่วมกันชดเชยค่าเสียหายแก่กระทรวงการคลัง ที่เกิดขึ้นจากการทำสัญญาซื้อขายข้าวจีทูจี 4 ฉบับ รวมมูลค่ากว่า 1 หมื่น 6 พันล้านบาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 นับตั้งแต่วันที่รับมอบข้าวตามสัญญาแต่ละฉบับ

จาก “จีทูจี” ส่งให้ “นักการเมือง” เข้าคุกไปแล้วถึง 6 คน จากนั้นเมื่อวันที่ 29 สิงหาคม ที่ศาลอาญาแผนกคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ มีการตัดสินคดีที่ดินสนามกอล์ฟอัลไพน์ โดย ศาลอาญาแผนกคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ได้นัดอ่านคำพิพากษาในคดีที่ ป.ป.ช. เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ อดีตหัวหน้าพรรคเพื่อไทย และอดีต รมว.มหาดไทย สมัยดำรงตำแหน่งรองปลัดกระทรวงมหาดไทย รักษาราชการแทนปลัดกระทรวงมหาดไทยเมื่อปี 44 ฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริตตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 จากกรณีการจดทะเบียนโอนมรดกและโอนสิทธิขายธรณีสงฆ์ของที่ดิน วัดธรรมามิการามวรวิหาร จ.ปทุมธานี จำนวน 732 ไร่โดยมิชอบ

ทั้งนี้ ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า คำสั่งของจำเลยเป็นการใช้ดุลยพินิจโดยมิชอบ ถือเป็นการแสวงหาผลประโยชน์มิชอบด้วยกฎหมาย และก่อให้เกิดความเสียหายแก่วัดธรรมิการามวรหาร ทั้งยังทำลายศรัทธาของผู้ที่เลื่อมใสในพระพุทธศาสนา จำเลยจึงมีความผิดตามฟ้อง พิพากษาจำคุก 2 ปี โดยไม่รอลงอาญา (และได้ประกันตัวในวันเดียวกัน)

วันเดียวกัน (29 สิงหาคม) ที่ศาลอาญาแผนกคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง นัดฟังคำพิพากษา คดีเจ้าหน้าที่บริษัท อสมท.ไม่รายงานโฆษณาเกินของบริษัทไร่ส้ม จำกัด ศาลได้อ่านคำพิพากษาชั้นอุทธรณ์ โดยพิพากษายืนตามศาลชั้นต้น ให้จำคุก นายสรยุทธ สุทัศนะจินดา นักเล่าข่าวชื่อดัง 13 ปี 4 เดือน เช่นเดียวกับจำเลยคนอื่นๆ

โดยศาลได้พิพากษาลงโทษจำคุก 20 ปี จำเลยที่ 2 บริษัทไร่ส้ม, จำเลยที่ 3 นายสรยุทธ สุทัศนะจินดา และจำเลยที่ 4 เจ้าหน้าที่ของบริษัทไร่ส้ม มีความผิดฐานสนับสนุนให้เจ้าหน้าที่รัฐกระทำความผิด โดยพิพากษาจำคุกจำเลยที่ 3 คือนายสรยุทธ สุทัศนะจินดา และจำเลยที่ 4 คนละ 13 ปี 4 เดือน และสั่งปรับบริษัทไร่ส้ม เป็นเงิน 80,000 บาท

ก่อนหน้านี้ศาลชั้นต้นเคยพิพากษาจำคุกจำเลยที่ 1 คือนางพิชชาภา เอี่ยมสะอาด เป็นเวลา 30 ปี จำคุกจำเลยที่ 2 บริษัทไร่ส้ม จำเลยที่ 3 นายสรยุทธ และจำเลยที่ 4 เจ้าหน้าที่บริษัทไร่ส้ม คนละ 20 ปี แต่ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง

ส่งท้ายเดือนสิงหาคม ที่ไม่เพียง “ศาล” ที่งานชุกเท่านั้น เพราะภายหลังที่ทนาย “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” ได้ยื่นคำร้องต่อองค์คณะผู้พิพากษาในคดีทุจริตโครงการรับจำนำข้าว ว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ไม่สามารถเดินทางมาฟังคำพิพากษาได้ เพราะอาการป่วยน้ำในหูไม่เท่ากัน มีอาการวิงเวียนศีรษะอย่างรุนแรง แต่ศาลวินิจฉัยเห็นว่าไม่น่าเชื่อถือ เนื่องจากไม่มีใบรับรองแพทย์ และเห็นว่าอาการเช่นนี้สามารถเดินทางมาได้ อีกทั้งมีพฤติการณ์มีเหตุอันควรเชื่อว่าจำเลยหลบหนี จึงออกหมายจับ และปรับเงินประกันเต็มจำนวน 30 ล้านบาท ทั้งนี้ ศาลได้เลื่อนนัดฟังคำพิพากษาเป็น 27ก.ย.60 เวลา 09.00น. แทน ร้องถึงฝ่ายความมั่นคงของประเทศที่ต้องหาตัวกันให้วุ่น ก็ไม่รู้ว่ายังคงอยู่ใน “ประเทศ” หรือ “หลบหนี” ออกนอกประเทศไปแล้ว

เพราะจนถึงวันนี้ (30 สิงหาคม) ยังคงไม่มีวี่แววว่า “ยิ่งลักษณ์” อยู่หนใด และท้ายที่สุดแล้ว เธอจะมาตามนัดหมายใหม่หรือไม่?!

keyboard_arrow_up