หนุ่มเจ้าของภาพถูกฝรั่งแสบซื้อภาพส่งประกวดจนชนะระดับโลก จ่อฟ้องดัดนิสัยขี้โกง (คลิป)

จากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ “Sasin Tipchai” ซึ่งเป็นช่างภาพหนุ่มรายหนึ่งโพสต์ภาพและข้อความระบุว่า ถูกช่างภาพชาวต่างชาตินำภาพถ่าย ไปประกวดหลายรายการ จนได้รับรางวัลระดับโลก

นายศศินทร์ ทิพชัย ช่างภาพอิสระ

ล่าสุด วันนี้ (28 ส.ค. 60) นายศศินทร์ ทิพชัย ช่างภาพอิสระรายดังกล่าว เล่าว่า เมื่อวานนี้ (27 ส.ค.) มีเพื่อนชาวเกาหลีที่ติดตามผลงานของตน ได้โทรศัพท์มาบอกว่า มีผู้หญิงชาวต่างชาตินำรูปของตนไปส่งประกวดและได้รับรางวัลระดับนานาชาติ เมื่อเข้าไปตรวจสอบเว็บประกวดแล้วปรากฏว่าเป็นภาพของตนจริง จึงได้บันทึกหน้าเว็บดังกล่าวไปโพสต์ และคุยกับเพื่อนในเชิงขบขันว่า น่าจะแบ่งเงินรางวัลให้ตนบ้าง และเมื่อตรวจสอบเพิ่มเติม ยังพบอีกว่าชาวต่างชาติรายนี้นำภาพภาพอื่น ของตน รวมแล้วอีก 10 ภาพไปรีทัชและปรับโทนสีภาพเพิ่มเติม แล้วอ้างว่าเป็นเจ้าของ ก่อนนำไปส่งประกวดเวทีเดียวกันแต่ต่างประเภท โดยมีภาพได้รับรางวัล 2 ภาพ 3 รางวัล ซึ่งภาพเหล่านี้เป็นภาพถ่ายที่ตนนำไปขายบนเว็บภาพสต็อกต่าง ๆ และเชื่อว่า ชาวต่างชาติรายนี้น่าจะซื้อภาพผ่านเว็บไซต์อย่างถูกต้อง แต่เอาไปใช้ผิดวัตถุประสงค์เกินขอบเขตที่เว็บไซต์อนุญาต

นายศศินทร์ เปิดเผยความรู้สึกครั้งแรกที่ได้เห็นว่า ดีใจแบบงง ๆ ในส่วนที่ดีใจก็เพราะว่า ดีใจที่ภาพของคนไทยได้ออกไปสู่สายตาชาวโลก และผลงานของตนก็เข้าตากรรมการด้วย แต่ที่รู้สึกงง เพราะว่าไม่ใช่ตนที่เป็นคนส่งประกวด ซึ่งไม่ยุติธรรมกับเจ้าของผลงาน และมองว่าการกระทำดังกล่าวนอกจากจะเป็นการหลอกคนอื่นแล้ว ยังเป็นการหลอกตัวเองด้วย

(ด้านซ้าย) ภาพที่นายศศินทร์เป็นผู้ถ่าย (ด้านขวา) ภาพที่ฝรั่งนำไปดัดแปลง

นายศศินทร์ บอกว่า เดิมทีวันนี้จะส่งอีเมล์ไปที่กองประกวดเพื่อทักท้วง แต่ปรากฏว่ามีผู้หวังดีหลายรายได้ส่งไปแจ้งก่อนแล้ว เท่าที่ทราบข้อมูลล่าสุดคือ กองประกวดได้ตัดสิทธิ์ภาพถ่าย 2 ภาพที่ได้รับรางวัล และขึ้นบัญชีดำกับผู้ส่งภาพประกวดชาวต่างชาติรายนั้นแล้ว
ทั้งนี้ เดิมทีตนต้องการเพียงแจ้งกองประกวดว่าตนเป็นเจ้าของผลงาน เพื่อให้กองประกวดตัดสิทธิ์ แต่หลังจากตนนำเรื่องไปโพสต์ลงเฟซบุ๊กได้มีคนเข้ามาแสดงความคิดเห็นทั้งให้กำลังใจ และแนะนำให้ทวงสิทธิ์และดำเนินคดีทางกฎหมาย แต่ขณะนี้ตนยังไม่ทราบเรื่องข้อกฎหมายว่าจะดำเนินได้อย่างไรถึงขั้นไหน ซึ่งถ้าหากทราบข้อกฎมายชัดเจน หรือมีใครให้คำแนะนำก็อยากจะเอาเรื่องถึงที่สุด ให้กรณีนี้ได้เป็นกรณีตัวอย่าง

ทนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์

ขณะที่ ทีมข่าวได้โทรศัพท์สอบถามข้อมูลกับทาง นายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ เปิดเผยว่า สำหรับกรณีดังกล่าวผู้เสียหายสามารถดำเนินคดีกับทางคู่กรณีได้ตามพรบ.ลิขสิทธิ์ ตามมาตรา 28  ที่กล่าวว่า การกระทำอย่างใดอย่างหนึ่งแก่โสตทัศนวัสดุ ภาพยนตร์ หรือสิ่งบันทึกเสียงอันมีลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัตินี้ โดยไม่ได้รับอนุญาตตามมาตรา 15 (5) ทั้งนี้ ไม่ว่าในส่วนที่เป็นเสียงและหรือภาพ ให้ถือว่าเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์

แต่ถ้าคู่กรณีอยู่ที่ต่างประเทศก็สามารถทำได้เพียงอย่างเดียวคือ บินไปยังประเทศนั้นเพื่อฟ้องร้องดำเนินคดี ซึ่งเรื่องนี้ต้องให้กรมทรัพย์สินทางปัญญาเข้ามาช่วยเหลือ เพราะกรมดังกล่าวมีหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงานตามกฎหมายลิขสิทธิ์ และตรวจสอบเพื่อให้กรณีตัวอย่าง

ขอบคุณภาพจากเฟซบุ๊ก Sasin Tipchai

keyboard_arrow_up