เปิดปากที่แรก! โบกี้ เผยสาเหตุวงแตก ปิดตำนาน “โบกี้ – ดอดจ์” (คลิป)

อดีตหนุ่ม Duo อีกวงหนึ่งซึ่งแฟนๆหลายคนยังคงจะจำกันได้กับเพลง “คนจะโดนทิ้ง” ซึ่งมี 2 หนุ่ม Duo หน้าใสปิ๊ง “โบกี้ – ดอดน์” เป็นเจ้าของบทเพลงนี้ แต่วงนี้ก็ได้ปิดตัวไปแล้วทำเอาหลายๆคนเสียดาย และอยากทราบถึงสาเหตุว่ามันเกิดอะไรขึ้น


วันนี้ (25 สิงหาคม 2560) คุณโบกี้ จิตรคุปต์ ได้มาเปิดใจครั้งแรกถึงสาเหตุวงแตก ในรายการAPOPบันเทิง34 ที่ออกอากาศวันจันทร์ – วันศุกร์ เวลา 13.15 – 14.15 น. หนุ่มโบกี้ จิตรคุปต์ บอกว่าหลายๆคนยังจำได้ตอนนั้นอัลบั้มแรกดังมาก กับเพลง “คนจะโดนทิ้ง” ออกมาในปี 2003 และโบกี้บอกว่า ตลอดชีวิตการเป็นนักร้องมีอัลบั้มทั้งหมด 3 อัลบั้ม สำหรับเพลง “คนจะโดนทิ้ง” ช่วงนั้นดังสุดๆระดับประเทศเป็นอันดับ 1 อยู่ถึง 2 สัปดาห์ ยอมรับว่า ตอนนั้นหัวใจพองโตมากๆ รู้สึกมีความสุขสุดๆ เพราะเรารอคอยการเป็นนักร้องมาตั้งแต่เรายังเป็นเด็ก ไม่ว่าเราจะเดินไปที่ไหนก็จะมีคนมาร้องเพลง “คนจะโดนทิ้ง” ใส่เราตลอด


พออัลบั้มที่สอง “เธอเหงาใช่ไหม” ออกมาในปี 2004 ไม่ประสบความสำเร็จเท่าอัลบั้มแรก คุณโบกี้ จิตรคุปต์ นอยด์มาก เพราะเราคาดหวังอยากให้มันประสบความสำเร็จเห็นอัลบั้มแรก อัลบั้มที่สาม “มือซ้ายที่ว่างเปล่า”ออกมาในปี 2006 ก็เช่นกัน ไม่ดังเท่าอัลบั้มแรก ทำให้เราเสียความรู้สึกไปมากเหมือนกัน สูญเสียความมั่นใจทำให้กลายเป็นคน ไม่กล้าร้องเพลงต่อหน้าคนเยอะๆ ยอมรับเลยว่ายังมีความรู้สึกไม่มั่นใจในการร้องเพลงอีกเลยจนถึงตอนนี้ 
โบกี้เล่าเหตุการณ์ที่ทำให้เรามีความรู้สึกไม่กล้าร้องเพลงเลย อีกว่า ตอนนั้นไปเตะบอลกับเพื่อนๆทีมดาราชื่อว่า “แพนด้าสตาร์ทีม” หลังจากเตะบอลเสร็จทุกคนต้องร้องเพลงเพื่อเอนเตอร์เทน คนอื่นขึ้นร้องเพลงกันหมด แต่เรากลายเป็นคนไม่กล้าไปเลย ประหม่าการร้องเพลงต่อหน้าคนเยอะๆ เหมือนหมดไฟในการร้องเพลงไปแล้ว คิดว่าเราร้องไม่ดี เลยไม่อยากร้องเพลงอีกเลย หากไปร้องเพลงสังสรรค์สนุกๆก็มีบ้าง แต่หากให้ร้องเพลงอาชีพคงไม่กล้าเหมือนเดิมแล้ว แต่ทุกวันนี้ก็ยังดีใจด้วยซ้ำที่ครั้งหนึ่งตนเองเคยมีเพลงฮิต ติดอันดับระดับประเทศ


ส่วนสาเหตุของการยุบวง “โบกี้-ดอดจ์” นั้น โบกี้บอกว่า ในปี 2007 ยอมรับเลยว่า ด้วยความที่เป็นวัยรุ่น ความคิดความอ่านจะเร็วไปหมด ผู้ใหญ่ทางค่ายตัดสินใจ ให้เรายุบวงแล้ว เราก็เลยตัดสินใจไม่ต่อสัญญา ไม่ทำต่อเลย แต่ดอดจ์ พอเข้าใจแล้วว่าสถานการณ์เป็นอย่างไรในตอนนั้น แต่เราก็รู้สึกผิดเหมือนกันที่ตัดสินใจเร็วไปหมด หลังจากวันนั้นก็ไม่ได้คุยหรือติดต่อดอดจ์อีกเลย ไม่เคยพูดคุยถามไถ่ความรู้สึกเพื่อนอีกเลยว่ารู้สึกอย่างไร เพื่อนเป็นอย่างไรหรือจะไปต่ออย่างไร ตอนนี้ก็เลยรู้สึกเสียใจมาก เหมือนเราทิ้งเขา รู้สึกผิดจนอยากขอโทษเขามากๆ และเชื่อว่าดอดจ์น่าจะเข้าใจความรู้สึกหรือเข้าใจในการตัดสินใจของโบกี้ ณ ตอนนั้น เพียงแค่ตอนนั้นเราไม่เคยขอโทษดอดจ์ วันนี้เลยอยากขอโทษดอดจ์ผ่านรายการด้วย และตอนนี้ดอดจ์เองก็ทำงานเบื้องหลังซึ่งเรียกได้ว่าประสบความสำเร็จ สร้างศิลปินเยอะแยะมากมาย เหมือนคนหาตัวตนเจออีกทางหนึ่งด้วย

หากถามว่าในอนาคตจะกลับมาร่วมงานเพลงกับดอดจ์กันได้อีกหรือไม่ โบกี้ บอกว่า ไม่สามารถตอบได้จริงๆว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร แต่หากเป็นเรื่องร้องเพลงคงไม่เอาอีกแล้ว ถามว่าหากย้อนเวลาได้อยากกลับไปทำอะไร โบกี้ตอบว่า จะกลับไปต่อสัญญา เพราะผู้ใหญ่มีบุญคุณกับเรามาก เชื่อว่าหากอยู่ต่อผู้ใหญ่ต้องป้อนงานให้ต่ออย่างแน่นอน และตอนนี้เราก็ต้องยอมรับในการตัดสินใจของเราในตอนนั้นว่าพอเราไม่มีค่ายอยู่ งานของเราก็ค่อยๆซาลงหรือหายๆไปไม่ต่อเนื่อง ตอนนั้นหลังจากงานไม่มีวงการบันเทิงก็กลับไปช่วยธุรกิจที่บ้านเป็นธุรกิจเกี่ยวกับขายตรงประมาณ 2ปี แต่เราก็ไม่ค่อยชอบ เลยกลับมารับงานละครอีกครั้ง

keyboard_arrow_up