สั่งจำคุก “บุญทรง” 42 ปี “ภูมิ สาระผล” 36 ปี คดีทุจริตขายข้าว “จีทูจี”

ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง อ่านคำพิพากษษคดีขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ หรือจีทูจี ที่นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ รวมถึงนักการเมือง , ข้าราชการ และเอกชน รวม 28 คน ซึ่งถูกอัยการสูงสุดเป็นโจทก์ฟ้องฐานปฏิบัติหน้าที่มิชอบ ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เข้าข่ายกระทำผิด มาตรา 157 และฐานใช้อำนาจทุจริตความเสียหาย เข้าข่ายกระทำผิด มาตรา 151 ตามประมวลกฎหมายอาฐา และกระทำผิด พ.ร.บ. ป.ป.ช. พ.ศ. 2542

ล่าสุด ศาลอ่านคำพิพากษา สั่งจำคุกนายบุญทรง 42 ปี ขณะที่นายภูมิ สาระผล จำคุก 26 ปี

หากย้อนไปเรื่องคดีขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ หรือ จีทูจี ของนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายภูมิ สาระผล อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ และพวก เกิดขึ้นเพราะนายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ยื่นร้องต่อ ป.ป.ช. เมื่อปี 2555

นายบุญทรง และนายภูมิ ถูก สนช. ลงมติถอดถอนออกจากตำแหน่ง ตัดสิทธิ์ทางการเมือง 5 ปีไปแล้ว เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2558 พร้อมกับนายมนัส สร้อยพลอย อดีตอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ แต่ทั้ง 3 คน และคนอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมที่อัยการสูงสุดสั่งฟ้องเพิ่มในภายหลังเป็น 28 ราย ต้องถูกดำเนินคดีอาญา ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานรัฐ พ.ศ.2542 หรือ พ.ร.บ.ฮั้วประมูล และ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย ป.ป.ช. พ.ศ.2542 อัตราโทษสูงสุดจำคุกตลอดชีวิต และปรับทั้งหมด 35,000 ล้านบาท

ขณะที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติได้ส่งสำนวนให้อัยการสูงสุด ช่วงต้นปี 2558 เพื่อพิจารณาส่งฟ้องศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง อัยการสูงสุดใช้เวลาพิจารณาจนกระทั่งวันที่ 19 มีนาคม 2558 ส่งฟ้องศาลฯ โดยศาลฯ รับฟ้อง เมื่อวันที่ 20 เมษายน นัดพิจารณาคดีครั้งแรก 29 มิถุนายน ปีเดียวกัน ซึ่งคำฟ้องโดยสรุป คือ จำเลยทั้งหมด ร่วมกันกระทำความผิด แบ่งหน้าที่กันอย่างเป็นขั้นตอน เพื่อให้บริษัท GSSG และบริษัทไห่หนาน เข้ามาทำสัญญาซื้อข้าวกับกรมการค้าต่างประเทศ ในราคาพิเศษ แบบจีทูจี ทั้งที่ 2 บริษัทนี้ ไม่ได้รับมอบหมายจากรัฐบาลจีน และยังไม่ต้องแข่งขันราคากับรายอื่น จากนั้นนำข้าวที่ซื้อได้ ในราคาต่ำกว่าตลาดในประเทศ ไปขายต่อให้ผู้ประกอบการข้าวในประเทศ หรือนำไปให้บริษัท สยาม อินดิก้า ขายต่ออีกทอดหนึ่ง ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ประเทศชาติอย่างร้ายแรง คำฟ้อง ระบุว่า จำเลยที่เป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง และข้าราชการประจำ รู้หรือน่าจะรู้ว่า การกระทำดังกล่าวผิดตาม พ.ร.บ.ฮั้วประมูล ควรยกเลิกการทำสัญญาขายข้าว แต่กลับไม่ดำเนินการใดๆ จนเมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2559 เริ่มไต่สวนพยานนัดแรก กระทั่งไต่สวนนัดสุดท้าย วันที่ 5 กรกฎาคม 2560 และนัดอ่านคำพิพากษา วันที่ 25 สิงหาคม 2560

keyboard_arrow_up