“ยิ่งลักษณ์” โพสต์เฟซบุ๊กวอนกองเชียร์ให้กำลังใจที่บ้าน หวั่นมือที่สามป่วน – มวลชนฝากดอกไม้ให้กำลังใจยันบ้าน

วันที่ 24 ส.ค. 2560 ความเคลื่อนไหวของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ก่อนวันที่ศาลฏีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองนัดอ่านคำพิพากษาคดีรับจำนำข้าว ที่อัยการสูงสุดยื่นฟ้องน.ส.ยิ่งลักษณ์ ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ให้เกิดการทุจริตและก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา น.ส.ยิ่งลักษณ์ โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า ขออนุญาตกล่าวถึงวันฟังคำพิพากษาคดีที่ศาลฎีกาฯนัดในวันที่ 25 ส.ค.นี้ ตนทราบถึงความห่วงใยและความเมตตาของพี่น้องประชาชนที่รับรู้ถึงความทุกข์ร้อนและความยากลำบากที่ตนประสบอยู่ แต่เห็นว่าการเดินทางมาศาลเพื่อให้กำลังใจตนนั้น ครั้งนี้เราจะไม่ได้พบปะ เห็นหน้า หรือสื่อความรู้สึกถึงกันได้เหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา ด้วยเหตุที่ฝ่ายความมั่นคงได้จัดระเบียบของผู้ที่จะเดินทางมาศาลผิดไปจากทุกครั้ง ทั้งที่เจตนาของพวกเราทุกคนเพียงมาให้กำลังใจกันเท่านั้น

“ดิฉันมีความห่วงใยต่อทุกท่าน ไม่ว่าจะเป็นพี่น้องประชาชน หรือแฟนเพจ และไม่อยากให้เกิดความวุ่นวายอันอาจเกิดจากมือที่สาม ดังเช่นที่ฝ่ายความมั่นคงให้เหตุผลมาตลอด ดิฉันจึงขอให้ทุกท่านที่ห่วงใยและต้องการให้กำลังใจดิฉัน ไม่ต้องเดินทางมาศาลฯในวันพรุ่งนี้ และขอให้ทุกท่านให้กำลังใจดิฉัน โดยการรับฟังข่าวสารอยู่ที่บ้าน เพื่อความไม่สุ่มเสี่ยงจะเกิดปัญหาอันไม่คาดคิดจากผู้ที่ไม่หวังดีต่อบ้านเมือง และต่อพวกเราทุกคน ขอขอบคุณทุกกำลังใจ”

ความเคลื่อนไหวของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ก่อนวันที่ศาลฏีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองนัดอ่านคำพิพากษาคดีรับจำนำข้าว ที่อัยการสูงสุดยื่นฟ้องน.ส.ยิ่งลักษณ์ ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ให้เกิดการทุจริตและก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ เก็บตัวอยู่ภายในบ้านพัก ซ.โยธินพัฒนา 3 กรุงเทพฯ โดยตลอดช่วงเช้ายังไม่พบคนสัญจรเข้าออก ซึ่งหน้าบ้านยังคงมีการจัดเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยตามปกติ และพบว่า ได้มีคนนำช่อดอกไม้ และจดหมายหลายซองฝากไว้ที่ป้อมยาม แต่ไม่สามารถเปิดเผยที่มาต่อสื่อมวลชนได้ ทราบเพียงว่าเป็นสิ่งของจากประชาชนที่นำมาให้กำลังใจ น.ส.ยิ่งลักษณ์ เท่านั้น

นอกจากนี้ยังพบว่า มีรถสายตรวจทั้งรถกระบะและจักรยานยนต์ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ และพนักงานสืบสวนจากกองบัญชาการตำรวจนครบาล ตระเวนตรวจความเรียบร้อยเป็นระยะ

ขอบคุณเฟซบุ๊ก Yingluck Shinawatra

keyboard_arrow_up