ตำรวจ 191 ขยายผลจับอีก 2 ผู้เกี่ยวข้อง โยงกรณี ‘เต็นท์รถโกง’ พบมีพฤติกรรมหลอกลวง

เจ้าหน้าที่ยังคงเร่งขยายผล กรณีเต็นท์รถหลอกลวงผู้บริโภค หลังจากก่อนหน้านี้มีการเผยแพร่คลิป เจ้าของเต็นท์รถยนต์มือสอง ย่าน ถ.กาญจนาภิเษก ฉีกเอกสารซื้อ-ขาย จองรถ ของลูกค้า หลังมีปัญหาเรื่องการเจรจารับรถยนต์ไม่ตรงตามที่สั่งจอง ซึ่งต่อมาภายหลังเจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบเต็นท์แห่งนี้ และมีพบว่ามีผู้เสียหาย ร้องเรียนเข้ามาว่าถูกหลอกลวงหลายราย

หลังจากเมื่อวันที่ 22 ส.ค.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่จากหลายหน่วยงาน ได้เข้าตรวจค้นเต็นท์ขายรถยนต์มือสอง บริเวณถนนกาญจนาภิกเษก เขตบางแค กรุงเทพมหานคร หลังถูกร้องเรียนว่า เจ้าของเต็นท์รถหลอกลวงซื้อขายสินค้าไม่มีคุณภาพ ไม่คืนเงินมัดจำ มีผู้เสียหายจำนวนมาก รวมมูลค่าหลายสิบล้านบาท

และได้จับกุม น.ส.ทัศนีย์ เช้าเจริญประกิจ อายุ 38 ปี เจ้าของเต็นท์พร้อมตั้งข้อหาดำเนินคดี 7 ข้อหา ซึ่งขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการควบคุมตัวของพนักงานสอบสวน สน.หลักสอง

ล่าสุดคณะทำงานตำรวจสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ 191 ได้มีการติดตามความคืบหน้ากลุ่มผู้ประกอบการเต็นท์จำหน่ายรถมือสองว่าได้ดำเนินการอย่างถูกต้องหรือไม่

และได้มีการขออำนาจศาลอาญาธนบุรีออกหมายจับผู้เกี่ยวข้องเพิ่มเติมอีก 2 คนคือ นายพาทิศ ฮะกิมี อายุ 24 ปี และนายปาณเดชา รชตะวารีกุล อายุ 32 ปี ในข้อหาฉ้อโกงประชาชนหลังพบความเชื่อมโยงว่ามีพฤติกรรมในการหลอกลวง

และชุดสืบสวนได้นำกำลังไปจับกุมนายพาทิศและนายปาณเดชา ที่เต็นท์รถคาร์พาร์ค ย่านกาญจนาภิเษก ซึ่งเจ้าหน้าที่เชื่อว่าเชื่อโยงกับ น.ส.ทัศนีย์ ซึ่งในวันนี้ทางด้าน พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้บังคับการสายตรวจ และปฏิบัติการพิเศษ 191 จะเดินทางมาที่ สน.หลักสอง เพื่อแถลงความคืบหน้าในคดีดังกล่าว

ซึ่งขณะนี้ได้มีการอายัดรถในเต็นท์ทั้งหมดตรวจสอบ จำนวน 83 คัน พบรถยนต์ที่เข้าข่ายกระทำความผิดในเบื้องต้น จำนวน 23 คัน ประกอบด้วยรถที่ไม่ชำระภาษี 18 คัน และรถที่ไม่ติดแผ่นป้ายแสดงการเสียภาษีอีก 5 คัน

นอกจากนั้น ยังพบรถยนต์ 1 คัน ใช้แผ่นป้ายทะเบียนปลอมที่ไม่ได้ออกโดยกรมการขนส่งทางบก ซึ่งรถทั้งหมดนี้จะต้องตรวจสอบหาที่มาที่ไปอย่างละเอียดทั้งหมดอีกครั้ง ว่าทางเต็นท์ได้มาอย่างถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ ก่อนแจ้งข้อหาเพิ่มเติมในส่วนที่เกี่ยวข้องกันต่อไป.

keyboard_arrow_up