จุดธูปเปิดป่าตามหาร่าง “ผอ.อ้อย” พ่อบุกเปิดหลุม พิสูจน์กลิ่นเน่า (คลิป)

ความคืบหน้าล่าสุด (23 ส.ค.) เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานตรวจพบคราบเชื้อราคล้ายคราบเลือดจำนวนมาก บริเวณที่นั่งข้างคนขับ หมายเลขทะเบียน กษ 8201 เชียงใหม่ของน.ส.จุฑาภรณ์ อุ่นอ่อน หรือผอ.อ้อย ขณะที่ ชุดคลี่คลายคดี ระบุว่า หากตรวจสอบพบว่าเชื้อราที่เห็นเป็นคราบเลือดของนางจุฑาภรณ์ที่หายตัวไปอย่างลึกลับ ก็อาจจะเอาผิด เพิ่มข้อหาร้อยเอกศุภชัย ผู้ต้องสงสัยที่ถูกดำเนินคดีไปก่อนหน้านี้ได้ ขณะที่นายทหารพระธรรมนูญ กรมทหารราบที่ 6 (ผบ.ร.6) ได้ควบคุมตัว ร.อ.ศุภชัย หรือผู้กองเหน่ง มาเพื่อรายงานตัวกับ พ.ต.อ.ชัย ไชยพันธ์นา ผกก. (สอบสวน) กลุ่มงานสอบสวน ภ.จว.ศรีษะเกษ ตามวงรอบ 12 วัน ใน 4 ข้อหาที่โดนแจ้งไปก่อนหน้านี้ โดยทำการสอบประวัติและพิมพ์ลายนิ้วมือ ใช้เวลาประมาณ 30 นาที จึงเดินทางกลับ โดยทางตำรวจยังไม่ได้แจ้งข้อหาเพิ่มเติม ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวได้พยายามสอบถามผู้กองเหน่ง แต่ได้ส่ายศีรษะปฏิเสธให้สัมภาษณ์ ไม่ยอมพูดอะไร สีหน้าเรียบเฉย

นายบุญเลิศ อุ่นอ่อน พ่อของ ผอ.อ้อย จุดธูปบริเวณทางสามแพร่ง

ต่อมานายบุญเลิศ อุ่นอ่อน พ่อพร้อมด้วย นายวิทยา เกษแก้ว สามีของน.ส.จุฑาภรณ์ อุ่นอ่อน หรือ ผอ.อ้อย ญาติและชาวบ้านกว่า 20 คน เดินทางค้นหาร่างของ ผอ.อ้อย ทั้งหมดจำนวน 3 จุด ซึ่งจุดแรกได้เดินทางไปยังป่าพลาญเขียด ในต.เสาธงชัย อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ห่างจากบ้านซำเม็งประมาณ 5-6 กิโลเมตร โดยเป็นจุดที่สามารถจับสัญญาณโทรศัพท์ได้เป็นครั้งสุดท้าย

ขณะที่นายบุญเลิศ อุ่นอ่อน พ่อของผอ.อ้อย ได้จุดธูปใต้ต้นไม้ใหญ่ บริเวณทางสามแพร่ง เพื่อขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ดลบันดาลให้พบร่าง ผอ.อ้อยโดยเร็ว ก่อนที่ทั้งหมดจะร่วมกันเดินปูพรมค้นหาในรัศมี 200-300 เมตร โดยมีเจ้าหน้าที่ทหาร จำนวน 5 นาย คอยอำนวยความสะดวก

ชาวบ้านช่วยกันขุดหลุมลงไปลึกประมาณกว่า 1 ฟุต

โดยระหว่างการค้นหา พบว่ามีหน้าดินลักษณะเป็นดินใหม่ คล้ายเป็นหลุมฝัง ซึ่งญาติสันนิษฐานว่าผู้ต้องหา อาจจะฆ่าหั่นศพมาฝังไว้ ชาวบ้านจึงช่วยกันขุดหลุมลงไปลึกประมาณกว่า 1 ฟุต พร้อมดมกลิ่นดิน แต่ไม่พบสิ่งผิดปกติ ซึ่งใช้เวลาค้นหาในจุดดังกล่าวประมาณ 1 ชั่วโมง ก่อนย้ายไปจุดต่อไป

ส่วนจุดที่ 2 คือวัดบึงบัวทอง ต.เสาธงชัย อ.กันทรลักษณ์ ห่างจากจุดแรกประมาณ 1 กิโลเมตร เป็นจุดที่ญาติสงสัย เพราะภายในวัดมีพระสงฆ์เพียงรูปเดียว นายสนองศักดิ์ ยินทนานนท์ พี่เขยผอ.อ้อย ได้ขออนุญาตเจ้าอาวาสวัดก่อนปูพรมค้นหาโดยรอบบริเวณวัด ซึ่งลักษณะเป็นป่าใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง

ก่อนเดินทางไปยังจุดที่ 3 ที่พักสงฆ์ภูกระแซง เป็นป่าบนเขาภูกระแซง ซึ่งอยู่กึ่งกลางระหว่างจุดแรกกับจุดที่สอง เป็นจุดที่ยังไม่เคยทำการค้นหา โดยชาวบ้านได้เดินเรียงหน้ากระดานเดินขึ้นเนินไปประมาณ 500 เมตร เพื่อตรวจสอบตามแนวป่า ระหว่างการค้นหามีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่อง โดยใช้เวลากว่า 1 ชั่วโมงไม่พบเบาะแสใดๆ ทั้งหมดจึงยุติการค้นหา สำหรับวันพรุ่งนี้ (24 ส.ค.) จะมีการพูดคุยกันในกลุ่มญาติอีกครั้ง ว่าจะเดินทางไปค้นหาที่จุดใดต่อ

keyboard_arrow_up