แม่หนุ่ม 18 วอน เชาเชา ดูแล ยันไม่เอาผิด ทนาย ชี้ ต้องให้ความเป็นธรรมกับคนตาย (คลิป)

จากกรณีที่ นางสมควร ธงอาษา หญิงวัย วัย 50ปี แม่น้องเบลล์ ที่ เข้าแจ้งความ ตำรวจ สน.สายไหม เพื่อให้ช่วยติดตามคดีที่ “ดีเจเชาเชา” หรือ นายชวลิต ศรีมั่นคงธรรม พิธีกรนักแสดงชื่อดังขับรถเฉี่ยวชน นายจิรภาษ ธงอาษา หรือน้องเบลล์ บุตรชายวัย 18 ปี เหตุเกิด บริเวณถ.ตัดใหม่วัชรพล-สุขาภิบาล5 แขวงท่าแร้ง เขตบางเขน กรุงเทพ จนได้รับบาดเจ็บสาหัส เมื่อวันที่ 27 เมษายน และเสียชีวิตเมื่อวันที่ 2พ.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งไม่ได้รับความช่วยเหลือจากฝ่ายคู่กรณี

เปิดความจริง ” ดีเจเชาเชา ” ขับรถชนคนดับ(ไม่)รับผิดชอบ ?

ล่าสุด ( 3 พ.ค.2560) นางสมควร ธงอาษา แม่น้องเบลล์ ได้เปิดใจผ่านรายการ ต่างคนต่างคิด เวลา 18.45น. ว่าตนเองมีลูกชาย อยู่ 4 คน น้องเบลล์เป็นลูกคนที่ 2 ซึ่ง วันเกิดเหตุลูกชายขับรถออกไปเที่ยวเล่นกับเพื่อนตามปกติและมีคนโยนก้อนหินลงมาจากบนสะพาน จึงได้ขับรถมาจอดข้างถนน ก่อนที่รถจะถูกเฉี่ยวชน และไม่คิดเลยว่าเหตุการณ์ครั้งนั้น จะทำให้ตนเองสูญเสียลูกชายอันเป็นที่รักไปแบบไม่มีวันกลับ เพราะช่วงที่น้องเบลล์รักษาตัวที่โรงพยาบาลก็มีอาการที่ดีขึ้น  สามารถพูดคุย โต้ตอบ และลุกไปเข้าห้องน้ำได้เอง แต่จู่ๆก็เกิดอาการหมดสติไป และต้องเข้ารับการผ่าตัดอย่างเร่งด่วน เพราะมีเลือดคั่งในสมอง  หลังจากการผ่าตัด น้องเบลล์ก็ต้องรักษาตัวต่อในห้องไอซียู ก่อนที่จะมาเสียชีวิตเมื่อวันที่ 2 พ.ค. 2560

นางสมควร ธงอาษา เปิดใจไม่เอาผิดกับดีเจเชาเชา ขอแค่รับผิดชอบ

ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ รักษาตัวในโรงพยาบาล ดีเจเชาเชา ก็ไม่ได้เดินทางมาเยี่ยมด้วยตัวเอง มีเพียงกระเช้าที่มีคนมามอบให้ ซึ่งตนเองก็ไม่รู้ว่าเป็นของใคร เพราะเขาบอกว่าเป็นพลเมืองดีมาเยี่ยม ซึ่งแม่ยอมรับว่า ได้แค่กระเช้าก็ดีใจแล้ว ไม่ได้อยากได้ตังค์คุณหรอก   และตลอดเวลาที่ลูกรักษาตัวในโรงพยาบาล แม่ก็ก็ไม่รู้ว่าใครเป็นคนชนลูก แล้วเหตุที่เกิดขึ้นใครผิด ใครถูก แม่ไม่ได้อยากจะเอาเรื่องใคร  แต่อยากให้มาดูแลน้องบ้างเพราะน้องก็เสียชีวิตแล้ว

นายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ทนายความ

ทางด้าน นายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ทนายความ ได้ออกมาพูดถึงคดีความในประเด็นดังกล่าวว่า ในกรณีผู้ที่ขับรถชนนั้น มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา  291  ผู้ใดกระทำโดยประมาท และการกระทำนั้นเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสิบปี และปรับไม่เกินสองหมื่นบาท ซึ่งตามกระบวนการแล้วตำรวจในพื้นที่ต้องมีการชันสูตรพลิกศพ ว่าดีเจเชาเชานั้นมีความประมาทหรือไม่ และทางด้าน ดีเจเชาเชาก็ต้องนำหลักฐานที่มาพิสูจน์ความบริสุทธิ์  เพื่อรอดพ้นจากคำครหาและช่วยล้างมลทินให้กับดีเจเชาเชาได้

พร้อมเสนอว่า หากผู้ใดกระทำความผิด อย่าแสดงตัวว่าเป็นพลเมืองดี แต่ให้บอกว่าเราเป็นคนชน ส่วนคดีจะเป็นเช่นไรนั้นค่อยพูดคุยกันในชั้นศาล  พร้อมกล่าวทิ้งท้ายว่า เราอยากรู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น อยากเห็นกลไกการเดินหน้า และอยากรู้ผลสรุปของคดีว่าจะเป็นเช่นไร 

 

keyboard_arrow_up