สุดทน! อดีตนาวิกสหรัฐฯผุดแคมเปญต้านซื้อสินค้า“RED BULL” ตอบโต้ “บอส อยู่วิทยา” หนีคดีชนตำรวจตาย

กลายเป็นข่าวฮือฮา เมื่อ เวย์น เฮสส์ อดีตนาวิกโยธิน (หน่วยซีล) แห่งกองทัพสหรัฐฯ ออกโรงเรียกร้องผ่านโลกออนไลน์ให้ผู้บริโภคทั่วโลก ยุติการซื้อสินค้าในเครือ “RED BULL” ภายใต้แคมเปญ say NO to RED BULL (เซย์ โน ทู เร้ด บูลล์)

เวย์น เฮสส์ ในปัจจุบัน (ภาพจากเฟซบุ๊ก)

เฮสส์ซึ่งเคยเป็นสมาชิกหน่วยซีลของสหรัฐฯ ที่ประจำการในซาอุดีอาระเบีย ช่วงสงครามอ่าวเปอร์เซียครั้งแรกเมื่อปี ค.ศ. 1991 (สงครามปลดปล่อยคูเวต จากการยึดครองของอิรัก) ประกาศเปิดตัวแคมเปญ “เซย์ โน ทู เร้ด บูลล์” ผ่านเพจเฟซบุ๊กของตัวเอง เรียกร้องให้ผู้บริโภคทั่วโลก “เลิกซื้อสินค้า” ที่ผลิตโดยบริษัทเร้ด บูลล์ ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนข้ามชาติระหว่างนักธุรกิจตระกูลอยู่วิทยาของไทยและนักธุรกิจจากออสเตรีย ทั้งนี้ เพื่อเป็นการเพิ่มแรงกดดันและเป็นการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์เพื่อตอบโต้ นายวรยุทธ อยู่วิทยา หรือ “บอส” ทายาทผู้บริหารชาวไทยของเร้ดบูลล์ที่ยังคงใช้ชีวิตอย่าง “หรูหราไร้จิตสำนึก” อยู่ในต่างแดนมานานถึง 5 ปี หลบหนีความผิดในคดีขับรถสปอร์ตหรูพุ่งชนตำรวจตายในไทยตั้งแต่ปี 2012

“บอส อยู่วิทยา สมควรต้องเผชิญกับคืนวันอันหนาวเหน็บในขุมนรก ผมจะยัดเศษสตางค์ของผม เข้ารูทวารหนักของไอ้พวกเศรษฐี ที่เห็นชีวิตของตำรวจนายหนึ่งเป็นแค่เศษขยะ  ดังนั้น ครั้งหน้า หากคุณจะซื้อสินค้าใดๆของบริษัทเร้ดบูลล์  ขอให้พวกคุณลองคิดถึงชะตากรรมของตำรวจไทยนายหนึ่งที่ถูกลูกเศรษฐีที่ไร้จิตสำนึกขับรถราคาแพงพุ่งชน และมันยังขับรถลากร่างของเขาไปตามถนนอย่างน่าเวทนา จนตำรวจไทยนายนี้สิ้นใจ ผมขอให้พวกคุณหยุดคิดสักนิด ถึงครอบครัวและเพื่อนร่วมงานของตำรวจไทยนายนี้  ก่อนที่คุณจะควักกระเป๋าซื้อสินค้าของเร้ดบูลล์ครั้งต่อไป” เฮสส์ กล่าว

ภาพถ่ายเมื่อครั้งเวย์น เฮสส์ (คนหน้าสุด)ทำหน้าที่ในหน่วยนาวิกโยธิน (หน่วยซีล) ของสหรัฐฯ ขณะประจำการในประเทศซาอุดีอาระเบีย เมื่อปี ค.ศ.1991

เฮสส์ ซึ่งในปัจจุบันเปิดสตูดิโอถ่ายภาพอยู่ที่นครซานฟรานซิสโก ในมลรัฐแคลิฟอร์เนียของสหรัฐฯ  ระบุด้วยว่า  ถึงแม้เขาจะไม่เคยรู้จักเป็นการส่วนตัวกับ ดาบตำรวจวิเชียร กลั่นประเสริฐ เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ถูกนายบอส อยู่วิทยา ขับรถพุ่งชนจนเสียชีวิตใจกลางกรุงเทพฯเมื่อ 5 ปีก่อน แต่ในฐานะที่เขาเคยรับราชการทหารในหน่วยซีล ของกองทัพสหรัฐฯมาก่อน เขารู้สึกเห็นอกเห็นใจต่อชะตากรรมของ ด.ต.วิเชียรเป็นอย่างมาก และว่าสิ่งที่เลวร้ายเช่นนี้ไม่สมควรมาเกิดกับเจ้าหน้าที่ซึ่งต้องดูแลประชาชน

 

 

keyboard_arrow_up