ปลัดยธ. แนะทางออก คดีตายายเก็บเห็ด “ขอรื้อคดี-ขอพระราชทานอภัยโทษ”

จากกรณีศาลจังหวัดกาฬสินธุ์ ในชั้นฎีกา ได้สั่งตัดสินจำคุกนายอุดม และนางแดง ศิริสอน สองสามีภรรยา บ้านโนนสะอาด อ.ห้วยเม็ก จ.กาฬสินธุ์ ผู้ต้องหาคดีบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าดงระแนง โดยตรวจสำนวนประชุมปรึกษาหารือกันแล้วเห็นว่า ทั้งสองคนกระทำความผิดฐานบุกรุกป่าเท่านั้น จึงพิพากษาแก้จำคุกคนละ 5 ปี ซึ่งคดีนี้ผู้ต้องหาได้ร้องขอความเป็นธรรมจากหลายหน่วยงานและได้รับความสนใจจากประชาชนเป็นจำนวนมาก (อ่าน :ด่วน! ศาลฎีกาพิพากษาจำคุก ‘ตายายเก็บเห็ด’ คนละ5ปี ฐานบุกรุกป่า)

รองปลัดกระทรวงยุติธรรม โพสต์ข้อความ เรื่องคดีตายายเก็บเห็ด

ล่าสุด ( 2 พ.ค. 2560) นายธวัชชัย ไทยเขียว รองปลัดกระทรวงยุติธรรม โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า “ทางที่เหลือคดีตายายเก็บเห็ด” กรณีตายายเก็บเห็ด ถือว่าได้มีคำพิพากษาถึงที่สุดแล้ว ตายายต้องรับโทษอาญาตามคำพิพากษา 5 ปี แต่เคยได้รับโทษจำมาก่อนแล้ว 1 ปี 8 เดือน จึงเหลือโทษที่ต้องรับตามคำพิพากษาอีก 3 ปี 4 เดือน ทางออกมี 2 ทาง คือ การขอรื้อฟื้นคดีอาญาขึ้นพิจารณาใหม่ตามพระราชบัญญัติการรื้อฟื้นคดีอาญาขึ้นพิจารณาใหม่ พ.ศ. 2526 และการขอพระราชทานอภัยโทษ กรณีการจะรื้อฟื้นคดีกลับมาพิจารณาคดีใหม่นั่น ต้องพิจารณาว่ามีข้อเท็จจริงปรากฎตามพระราชบัญญัติการรื้อฟื้นคดีอาญาขึ้นพิจารณาใหม่ พ.ศ. 2526 มาตรา 5 หรือไม่ว่า

(1) พยานบุคคลซึ่งศาลได้อาศัยเป็นหลักในการพิพากษาคดีอันถึงที่สุดนั้น ได้มีคำพิพากษาถึงที่สุดในภายหลังแสดงว่าคำเบิกความของพยานนั้นเป็นเท็จ หรือไม่ถูกต้องตรงกับความจริง
(2) พยานหลักฐานอื่นนอกจากพยานบุคคลตาม (1) ซึ่งศาลได้อาศัยเป็นหลักในการพิจารณาพิพากษาคดีอันถึงที่สุดนั้น ได้มีคำพิพากษาถึงที่สุดในภายหลังแสดงว่าเป็นพยานหลักฐานปลอมหรือเป็นเท็จ หรือไม่ถูกต้องตรงกับความจริง หรือ
(3) มีพยานหลักฐานใหม่อันชัดแจ้งและสำคัญแก่คดีซึ่งถ้าได้นำมาสืบในคดีอันถึงที่สุดนั้น จะแสดงว่าบุคคลผู้ต้องรับโทษอาญาโดยคำพิพากษาถึงที่สุดนั้นไม่ได้กระทำความผิด

ซึ่งกรณีนี้ทนายความจะต้องไปยื่นคำร้องให้ยื่นต่อศาลชั้นต้นที่ได้พิพากษาคดีนั้น โดยศาลที่รับคำร้องดำเนินการพิจารณาและทำความเห็นส่งสำนวนไปให้ศาลอุทธรณ์หรือศาลฎีกา แล้วแต่กรณี พิจารณาเพื่อพิพากษายกคำร้อง หรือยกคำพิพากษาเดิม และพิพากษาว่าบุคคลนั้นมิได้กระทำความผิด ซึ่งเมื่อศาลรับคำร้องกองทุนยุติธรรม ก็ได้อนุมัติลอยเงินเพื่อใช้ในการปล่อยตัวชั่วคราวระหว่างการพิจารณารื้อฟื้นคดีดังกล่าว รายละ 1 ล้านบาทไว้แล้ว
ส่วนการพระราชทานอภัยโทษ ต้องดำเนินการตามมาตรา 259 พระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ที่บัญญัติว่า ผู้ต้องคำพิพากษาให้รับโทษอย่างใดๆ หรือผู้ที่มีประโยชน์เกี่ยวข้อง เมื่อคดีถึงที่สุดแล้ว ถ้าจะทูลเกล้า ฯ ถวายเรื่องราวต่อพระมหากษัตริย์ขอรับพระราชทานอภัยโทษจะยื่นต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมก็ได้ครับ

สังคมออนไลน์ต่างออกมาวิพากษ์วิจารณ์เรื่องตายายเก็บเห็ด

ด้านสังคมออนไลน์ก็ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นถึงการตัดสินที่สองตายายถูกจำคุกเป็นเวลา 5 ปีว่า เหตุการณ์ดังกล่าวมันแสนจะสะเทือนใจคนสังคม เพียงแค่ตายายธรรมดาๆ ต้องการเก็บเห็ดมาเพื่อประทังชีวิต เหมาะสมหรือไม่ที่ต้องตัดสินโทษขนาดนี้ แต่อย่างไรก็ตามคำพิพากษาถือเป็นอันสิ้นสุดแล้ว และต้องว่าไปตามกฎหมาย

นายอุดม – นางแดง ศิริสอน เดินทางไปที่ศาลจังหวัดกาฬสินธุ์

 

keyboard_arrow_up