กระเป๋ารถเมล์เก็บเงินล้าน เสียใจคำพูดหมอเหมือนดูถูก ทั้งที่ออกโรงปกป้องมาตลอด ยันขอขนมกินแค่มุก

จากกรณีหมอสูตินารีหอบเงินล้านขึ้นรถเมล์แล้วลืมทิ้งไว้ จน “นางสุมน มหิดุลย์” พนักงานเก็บค่าโดยสารรถประจำทาง ขสมก.สาย 511 เป็นพลเมืองดีเก็บส่งคืนเจ้าของ แล้วได้ขนม 2 ห่อ หลังทุกฝ่ายชื่นชมในการกระทำความดีของกระเป๋ารถเมล์ แต่หมอเจ้าของเงินยังคงเดินหน้าเปิดใจเล่าเหตุการณ์อีกมุม จนทำให้เรื่องราว “ปะทุ” ขึ้นอีกระลอก หลังหมอเผยว่า นางสุมน อยากได้ขนมไปให้ลูกสาวกิน เจ้าของเงินก็เลยต้องยกขนม 2 กล่องนั้นให้

ล่าสุด ทีมข่าวอมรินทร์ทีวี ได้พูดคุยกับ นางสุมน ถึงเรื่องดังกล่าว ชี้แจงว่า ในวันที่พบกระเป๋าเงิน ก็ได้นำลงมาให้กับนายท่า ตามปกติของเวลาพบเจอทรัพย์สินของผู้โดยสาร โดยยอมรับว่าได้แซวเล่นกับนายท่าว่า เจอกระเป๋าเสื้อผ้า ด้านในมีขนม 2 กล่อง ถ้าไม่มีคนมาเอาจะขอขนมไปให้ลูกกิน สาเหตุที่ตนรู้ว่าเป็นขนมก็เพราะว่าตอนก่อนที่จะนำลงมาให้นายท่า ได้ยินเสียงกรอบแกรบจากด้านใน กลัวว่าจะเป็นระเบิด ก็เลยเปิดซิบออกมาดูและพบว่าเป็นขนม 2 กล่อง จึงปิดไว้คืนและนำมาให้นายท่า

นางสุมนเล่าต่อว่า นายท่าก็ทำหน้าที่ตามปกติ ก็คือ ต้องมีการตรวจสอบว่าภายในมีอะไรบ้าง และเพื่อหาเอกสารที่จะสามารถติดต่อกับเจ้าของทรัพย์สิน แต่การตรวจค้นไม่ได้ทำเพียงลำพัง มีนายท่าของรถเมล์ทั้ง 4 สาย และพนักงานอีกจำนวนหนึ่ง แต่ตอนนั้นตนต้องเดินไปส่งเงินที่ห้องการเงิน ก็เลยปล่อยให้นายท่าและพนักงานคนอื่นๆ ตรวจทรัพย์สินภายใน โดยระหว่างทางที่เดินไปห้องการเงินนั้น ตนก็ได้แวะคุยระหว่างทางไปเรื่อยๆ ซึ่งใช้เวลามากกว่า 5 นาทีแน่นอน การที่หมอบอกว่า ตามมาถึงที่อู่หลังจากที่รู้ตัวว่าลืมของเพียงแค่ 5 นาที จึงเป็นไปไม่ได้แน่นอน เพราะหมอมาถึงตอนที่ตนกำลังส่งเงินอยู่ที่ห้องการเงิน ก็คือ หลังจากที่ตนนำกระเป๋ามาให้นายท่าและเดินไปส่งเงินที่ห้องการเงิน ซึ่งใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมง

ตอนที่หมอมาถึง เพื่อนของตนก็โทรตามให้ตนรีบไปที่ท่าปล่อยรถ และเมื่อตนมาถึง ทางหมอก็ได้เดินมาขอบคุณตนที่ตนเก็บเงินเอาไว้ให้ พร้อมกับบอกว่า นึกว่าจะไม่ได้เงินคืนแล้ว ก่อนที่จะนำขนม 2 กล่องนั้นมอบให้ตน เพราะเห็นว่าตนจะนำไปให้ลูกกิน ตนก็บอกว่าไม่เป็นไร และถามไปว่ารู้ได้ยังไง ทางหมอก็บอกว่านายท่าเล่าให้ฟัง

นางสุมน ยังเผยอีกว่า รู้สึกเสียใจที่หมอออกมาให้ข่าวแบบนี้ เพราะคำพูดหมอเหมือนกับกำลังต่อว่าตน ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้ตนเข้าใจหมอมาตลอด และพยายามให้ข่าวกับสื่อมวลชน ขอร้องอย่าไปโจมตีหมอ อย่างไรก็ตาม การที่หมอออกมาให้ข้อมูลเช่นนี้ ตนก็ไม่ได้รู้สึกเครียดกับสิ่งที่หมอให้ข้อมูล เพราะเรื่องของตนกับหมอ มันจบตั้งแต่วันที่หมอได้เงินคืนไปจนครบแล้ว ส่วนนักข่าวที่มาทำข่าวตนหลังจากนั้น ตนก็พูดแต่สิ่งที่ตนทำ พูดในสิ่งที่ตนได้รับการชื่นชม ส่วนเรื่องของหมอ ตนก็ไม่ขอพูดถึง หนำซ้ำยังออกโรงปกป้องด้วยซ้ำไป

keyboard_arrow_up