คนขับเมล์ 12 ตาช้ำเลือดถูกโจ๋รุมตี นายท่าเผย ขัดใจวัยรุ่น หักหัวรถ เบียดเล่นน้ำสงกรานต์

จากกรณี เฟซบุ๊กแฟนเพจหนังสือพิมพ์ใต้สันติสุข ได้โพสต์คลิปวิดีโอเหตุการณ์กลุ่มวัยรุ่น 2-3 คน ซึ่งมีอาการเมาสุราอย่างหนัก วิ่งขึ้นไปรุมทำร้ายคนขับรถเมล์สาย 12 บนรถเมล์ พร้อมใช้กระบอกเก็บเงินของรถเมล์ ตีเข้าไปที่คนขับอีกด้วย เหตุเกิดเมื่อวันที่ 14 เม.ย. 62 เวลา 20.30 น. บริเวณหอนาฬิกาห้วยขวาง เขตดินแดง กรุงเทพฯ

คลิปวิดีโอที่เผยแพร่ไป

ล่าสุด วันที่ 15 เม.ย. นางหนึ่ง (นามสมมติ) แม่ค้าทุเรียนผู้เห็นเหตุการณ์ เล่าว่า ช่วงเกิดเหตุ ขณะที่ตนกำลังนั่งขายทุเรียนอยู่ที่ร้าน อยู่ ๆ ได้ยินเสียงเหมือนคนทะเลาะกัน พอเงยหน้าขึ้นมาก็เห็นวัยรุ่น 3 คนขึ้นไปรุมทำร้ายคนขับรถเมล์แล้ว ส่วนสาเหตุนั้นตนไม่ทราบว่าเพราะอะไร เนื่องจากตนเห็นคือช่วงใกล้จบแล้ว โดยมีกระเป๋ารถเมล์ มาร้องตะโกนขอความช่วยเหลือ และร้องบอกว่าพอแล้ว ๆ แต่ไม่มีใครเข้าไปช่วย

นางหนึ่ง (นามสมมติ) ผู้เห็นเหตุการณ์

นางหนึ่ง กล่าวต่อว่า ช่วงชุลมุนบนรถ ตนไม่เห็นว่าใครเป็นคนตี แต่เห็นว่ามีคนถือด้ามเหล็กที่เป็นคันเกียร์ ส่วนคนขับรถเมล์ถูกวัยรุ่น 2 คนล็อกตัวไว้ โดยตนไม่รู้จักใครเลยในเหตุการณ์ รู้แค่ว่ามีคนถ่ายคลิป เป็นผู้โดยสารที่ลงมาจากรถเมล์คันดังกล่าว ตอนนั้นตนยังหันไปบอกว่าดี ๆ ถ่ายเอาไว้ และไม่คิดว่าเรื่องนี้จะเป็นข่าวดัง

หลังจากนั้น วัยรุ่นทั้ง 3 คนก็เดินลงจากรถ แล้วแยกย้ายกันกลับไป โดยไม่มีตำรวจหรือสายตรวจเข้ามาระงับเหตุ มีเพียงผู้หญิงและผู้ชายเสื้อสีแดงที่เห็นในคลิปเข้ามาช่วยห้าม ส่วนคนขับรถเมล์ก็ปิดประตูแล้วขับรถออกไป ซึ่งบริเวณนี้ นางหนึ่งบอกว่ามีกลุ่มวัยรุ่นทะเลาะกันค่อนข้างบ่อย

นายชาญชัย แสวงทอง นายท่าประจำท่าห้วยขวาง

นายชาญชัย แสวงทอง นายท่าประจำท่าห้วยขวาง บอกว่า เหตุเกิดจากมีกลุ่มวัยรุ่นกำลังเล่นน้ำสงกรานต์ กีดขวางถนน ทำให้รถติดยาว นายสมาน วัย 54 ปี พนักงานขับรถที่ถูกทำร้ายร่างกาย คงจะจอดรอนานแล้วแต่รถไปไม่ได้ จึงตัดสินใจหักหัวรถออก เพื่อไปส่งผู้โดยสาร ทำให้กลุ่มวัยรุ่นที่เล่นน้ำอยู่ไม่พอใจ เพราะถูกขับรถเบียด จึงขี่รถจักรยานยนต์ตามมา ตรงป้ายสุดท้ายก่อนจะถึงท่ารถ จังหวะที่คนขับรถเปิดประตูให้ผู้โดยสารลงจากรถ วัยรุ่นกลุ่มนี้จึงกรูกันขึ้นไป และรุมทำร้าย โดยไม่มีการพูดจาอะไร

ส่วนอาการของนายสมาน ขณะนี้ยังมีรอยช้ำเลือดที่ขอบตาขวา โดยหลังเกิดเหตุได้แจ้งความกับ สน.ห้วยขวาง ไว้แล้ว ซึ่งมีคู่กรณีเข้ามารายงานตัว รับทราบข้อกล่าวหาแล้ว 2 คน ส่วนตัวชาญชัย บอกว่า เท่าที่ทำงานด้วยกันมา 18 ปี นายสมาน เป็นคนอัธยาศัยดี ใจเย็น ไม่เคยมีปัญหากับใคร และไม่ใช่คนขับรถเร็ว

keyboard_arrow_up