หนุ่มขับปอร์เช่ชน 2 สาวสวยตาย-แท้ง ปัดหนี ยันถูกใส่ร้ายจ่าย 5 หมื่นจบคดี (คลิป)

จากกรณีเมื่อวันที่ 15 มี.ค. 62 เวลา 01.00 น. รถยนต์ ปอร์เช่ เคย์แมน เอส สีขาว ก่อเหตุขับมาพุ่งชนกับรถจักรยานยนต์บริเวณหน้า ถ.พุทธมณฑลสาย 3 ซอย 5 จนทำให้ผู้ขับขี่จักรยานยนต์คือ น.ส.กิติยา เที่ยงธรรม หรือโอ๋ ขาขาด 1 ข้าง แขนหัก บาดเจ็บสาหัส พร้อมกับแท้งลูกในครรภ์วัย 2 เดือนด้วย ส่วนคนที่ซ้อนมาด้วยกันเป็นเพื่อนชื่อ น.ส.มีนารัตน์ ฉิมน้อย หรือ ไตเติ้ล ขาขาดและเสียชีวิตในเวลาต่อมา ทราบชื่อคนขับรถปอร์เช่ คือ นายสมเกียรติ (สงวนนามสกุล) อายุ 39 ปี

ซากรถที่เกิดเหตุ
ภาพจากกล้องวงจรปิดตอน น.ส.มีนารัตน์ หรือ ไตเติ้ล ปลิวลอยหลังจากรถชน

ด้านนายพัชระ (สงวนนามสกุล) หรือริว อายุ 22 ปี เป็นเพื่อนสนิทกับโอ๋ เล่าว่า คืนเกิดเหตุ บ้านตนอยู่ใกล้จุดที่เกิดเหตุ พอได้ยินเสียงคล้ายกับรถชนกัน ตนจึงวิ่งไปดูปรากฏว่าเจอไตเติ้ล ที่ตอนนั้นยังไม่สิ้นใจ ตนจึงถามว่ามากับโอ๋ใช่ไหม เธอก็พยักหน้า ตนจึงไปดูอาการของโอ๋ และเห็นเจ้าของรถปอร์เช่ เป็นผู้ชายลักษณะตี๋ ใส่แว่น อายุประมาณ 30 ปี ขับมาคนเดียว ตอนนั้นตนก็ไม่ได้สนใจ เพราะกำลังช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ 2 รายอยู่ จากนั้นตนก็ไม่เห็นชายคนขับปอร์เช่แล้ว ตนทราบจากชาวบ้านว่า ชายดังกล่าวได้โทรศัพท์ให้เพื่อนมารับ แล้วขึ้นรีบขึ้นรถโตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์หายไปในเวลาไม่กี่นาที และทราบว่าชายคนขับปอร์เช่ได้รับบาดเจ็บที่ขาเล็กน้อย และมีอาการเมา

นายพัชระ (สงวนนามสกุล) หรือริว เพื่อนสนิทโอ๋

ส่วนอาการของโอ๋ คนขี่รถจักรยานยนต์ นายพัชระ กล่าวว่า ล่าสุดอาการอยู่ระหว่างเป็นตาย โดยขาซ้ายหัก 1 ข้าง รอหมอตัดทิ้ง ส่วนแขนซ้ายหัก 3 ท่อน ยังพอรู้สึกตัวแต่พูดไม่ได้ และเจ้าตัวทราบแล้วว่าลูกในครรภ์ไม่รอด ขณะเดียวกัน โอ๋ยังไม่ทราบว่าไตเติ้ลเพื่อนที่ซ้อนท้ายมาด้วยกันเสียชีวิตแล้ว

นายวงศธร การสมทรัพย์ เจ้าของร้านซ่อมจักรยานยนต์

นายวงศธร การสมทรัพย์ หรือลุงเล็ก อายุ 55 ปี เจ้าของร้านซ่อมจักรยานยนต์ ใกล้กับจุดเกิดเหตุ เล่าให้ฟังว่า วันเกิดเหตุตนนอนอยู่ด้านในบ้านได้ยินเสียงเหมือนอุบัติเหตุดังมาก แต่ไม่คิดว่าจะมาเกิดกับบ้านของตนเอง จนกระทั่งมีเพื่อนบ้านโทรไปตามจึงออกมาดู ก็พบว่า รถปอร์เช่สีขาวคันที่เกิดเหตุ ได้เข้ามาจอดอยู่บริเวณหน้าร้านของตนเองแล้ว ในสภาพแก้มรถ 2 ข้างพัง จอดแน่นิ่ง แต่ตนไม่เห็นคนขับรถปอร์เช่แล้ว ภายหลังทราบว่ามีคนมารับไป ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บ ได้มีเจ้าหน้าที่และชาวบ้านกำลังให้การช่วยเหลืออยู่ ตนจึงอยากขอให้เจ้าของรถปอร์เช่ ออกมาดูแลรับผิดชอบกับสิ่งที่เกิดขึ้น ซึ่งตนก็ไม่ได้เรียกร้องอะไรเกินเลยความจำเป็น

นายจิรายุ (หันหลัง) ญาตินายสมเกียรติ

นายจิรายุ (สงวนนามสกุล) ญาตินายสมเกียรติ เปิดใจว่า นายสมเกียรติ คนขับปอร์เช่ ขณะนี้บาดเจ็บสาหัสโดยขาหัก 2 ท่อน ทั้ง 2 ข้าง กำลังรักษาอยู่ที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ซึ่งหลังจากเกิดเหตุไม่ได้คิดจะหลบหนีไปไหน แต่เนื่องจากได้รับบาดเจ็บจึงต้องขอไปรักษาก่อน ส่วนคนที่ขับรถโตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ สีดำ มารับในคืนวันเกิดเหตุนั้น ทราบว่าเป็นน้องชายของนายสมเกียรติ โดยน้องชายนายสมเกียรติได้ลงไปดูแล้ว แต่เห็นว่ามีเจ้าหน้าที่กู้ภัยให้การช่วยเหลือผู้บาดเจ็บอยู่ จึงนำตัวนายสมเกียรติไปรักษาที่โรงพยาบาลก่อน ทั้งนี้นายจิรายุยืนยันว่านายสมเกียรติไม่ได้ดื่มเหล้า

นายสมเกียรติ คนขับปอร์เช่ นอนอยูู่โรงพยาบาล

สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น นายจิรายุขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้เสียชีวิตรวมถึงผู้บาดเจ็บ โดยครอบครัวยินดีจะชดใช้ด้านค่าเสียหายให้ แต่ที่มีข่าวออกมาก่อนหน้านั้นว่าจะจ่ายแค่ 50,000 บาท ตนยืนยันว่าไม่เป็นความจริง

โดยในวันที่เกิดเหตุ ญาตินายสมเกียรติ เล่าว่า นายสมเกียรติขับรถด้วยความเร็วสูง จนกระทั่งมาถึงเนินบริเวณ ถ.พุทธมณฑลสาย 3 ซอย 5 ขณะที่กำลังขับรถข้ามเนิน ด้วยความเร็วรถและน้ำหนักของรถปอร์เชที่เบา ประกอบกับฝั่งจักรยานยนต์ขี่รถสวนทางมา ทำให้รถทั้งสองคันชนกัน

นายเอนก ฉิมน้อย พ่อของไตเติ้ล ผู้เสียชีวิต

นายเอนก ฉิมน้อย อายุ 44 ปี พ่อของไตเติ้ล ผู้เสียชีวิต โดยยอมรับว่าจนถึงตอนนี้ตนก็ทำใจได้แล้ว เพราะมันย้อนกลับไปแก้ไขอะไรไม่ได้ จนถึงตอนนี้ตนยังไม่ได้รับการติดต่อจากครอบครัวของคนขับรถปอร์เช่แต่อย่างใด เห็นตำรวจบอกว่าครอบครัวคนขับจะมาร่วมงานคืนนี้ แต่ก็ยังไม่มา เมื่อทีมข่าวบอกว่า ฝั่งคนขับรถปอร์เช่ก็ได้รับบาดเจ็บสาหัสเหมือนกัน พ่อระบุว่า ตนก็ไม่แน่ใจว่าจะเป็นจริงหรือไม่ เพราะมีแต่คนบอก ทั้งนี้ ตนยอมอโหสิกรรมให้ถ้าหากมาพูดคุยกันดีๆ เพราะอยากให้วิญญาณลูกสาวไปสู่สุคติ และย้อนเวลาไปแก้ไขไม่ได้แล้ว

นอกจากนี้ ตนก็ยินดีหากจะมีการพูดคุยกัน เพราะตนกับครอบครัวก็ต้องการทราบเรื่องราวที่เกิดขึ้นว่าเป็นมาอย่างไร และได้ฝากถึงคนขับรถปอร์เช่ว่า อยากให้เข้ามารับผิดชอบกับสิ่งที่ได้ทำเอาไว้ ฝั่งตนยินดีที่จะพูดดีด้วยเสมอ

keyboard_arrow_up