ชายถูกจับกัญชาตายปริศนา ส่อโดนซ้อม หมอยันภายในช้ำ ญาติเชื่อ ตร.จับกดน้ำ (คลิป)

จากกรณีนายนฤพล ศิลปะสิทธิ์ หรือ จิ๊บ อายุ 30 ปี ผู้เสียชีวิต ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าจับกุมเมื่อวันที่ 13 มี.ค.62 ในข้อหาครอบครองกัญชา และถูกตัวนำมาสอบสวนที่สถานีตำรวจ แต่กลับล้มป่วยอย่างกะทันหันและเสียชีวิตในเวลาต่อมา โดยญาติยังคงติดใจสาเหตุของการเสียชีวิต เนื่องจากตั้งข้อสังเกตว่า ก่อนที่นายจิ๊บจะเสียชีวิต เจ้าตัวยังคงมีสุขภาพร่างกายแข็งแรงดี

นายนฤพล ศิลปะสิทธิ์ หรือ จิ๊บ ผู้เสียชีวิต

ล่าสุด วันที่ 15 มี.ค. 62 ทีมข่าวอมรินทร์ ทีวี ลงพื้นในเขตพื้นที่ หมู่ 4 ต.นาวังหิน อ.พนัสนิคม จ.ชลบุรี ซึ่งเป็นบ้านของนายจิ๊บ ผู้เสียชีวิต โดยนายประยุทธ์ ศิลปะสิทธิ์ อายุ 60 ปี พ่อของผู้เสียชีวิต พาทีมข่าวไปที่กระท่อมในสวนผลไม้หลังบ้าน ห่างจากตัวบ้านประมาณ 50 เมตร จะเป็นที่พักของนายแจ้ ลูกเขย รวมถึงเป็นจุดที่ตำรวจได้คุมตัวนายจิ๊บมาค้นหากัญชา

นายประยุทธ์ ศิลปะสิทธิ์ พ่อของผู้เสียชีวิต

นายประยุทธ์ เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ นายแจ้มาอยู่อาศัยร่วมกับครอบครัวตนที่บ้าน เนื่องจากนายแจ้แยกกันอยู่กับลูกสาวตน คือ น.ส.นฤมล พี่สาวผู้ตาย และมาเพิ่งอยู่ได้ไม่กี่เดือน โดยให้พักอาศัยอยู่กระท่อมหลังบ้าน ต่อมาตนมาพบอุปกรณ์เสพกัญชาของนายแจ้ จึงรู้ว่าเขาสูบกัญชาและติดยา ตนจึงบอกกับนายแจ้ว่า “ถ้าเป็นคนสูบกัญชา หรือติดยาก็อยู่ที่นี่ไม่ได้” ซึ่งนายแจ้คงโกรธเคืองที่ตนไล่เขาออกจากบ้าน นายแจ้จึงแจ้งความจับลูกของตนว่าค้ากัญชาล็อตใหญ่ ซึ่งตนยืนยันว่าไม่เป็นความจริง เพราะลูกของตนไม่มีเงิน ยังต้องขอเงินตนใช้จ่ายอยู่เลย แต่การที่นายแจ้ไปแจ้งความจับลูกของตน แล้วตำรวจเชื่อว่ามีกัญชาล็อตใหญ่ก็ถือว่าเป็นเวรกรรมของลูกชาย

บริเวณบ้านพักนายแจ้

ยอมรับว่าก่อนหน้านี้ไม่ทราบว่าลูกตัวเองเสพกัญชา เพิ่งมาทราบข่าวหลังถูกจับว่าลูกครอบครองกัญชา 7 กรัม แต่ก่อนหน้านี้ลูกของตนยืนยันมาตลอดว่าไม่ได้เสพกัญชา ส่วนเรื่องที่ปลูกต้นกัญชาไว้ในสวนหลังบ้าน ตนก็ไม่รู้เรื่อง มาทราบภายหลังเช่นกันว่ากัญชาต้นดังกล่าวเป็นของนายแจ้ที่นำมาปลูกไว้

นายประยุทธ์ กล่าวต่อว่า ก่อนหน้านี้นายแจ้เคยพูดเหมือนฝากความแค้นไว้ว่า จะเอาเรื่องและทำงานใหญ่ ซึ่งตนก็คาดว่าอาจจะเป็นเรื่องนี้ ที่เขาใส่ความและแจ้งความจับลูกของตน ซึ่งตนรู้สึกแค้นใจนายแจ้มากที่สุด เพราะตนก็สงสารและรักนายแจ้เหมือนลูก แต่สุดท้ายนายแจ้ก็ทำกับตนยิ่งกว่างูเห่า อย่างไรก็ตาม หลังเกิดเหตุ นายแจ้ก็หายไปจากพื้นที่และยังไม่กลับเข้ามาที่บ้าน ยืนยันว่าลูกชายตนไม่ได้ครอบครองกัญชาจำนวนมากอย่างที่ถูกกล่าวหา เพราะเขาคงไม่มีเงินซื้อ

นายกมล ศิลปะสิทธิ์ อาผู้เสียชีวิต

ด้าน นายกมล ศิลปะสิทธิ์ อายุ 56 ปี อาผู้เสียชีวิต พาทีมข่าวไปยังข้างห้องน้ำหลังบ้านนายจิ๊บ ซึ่งเป็นจุดที่ปลูกต้นกัญชา พบว่าต้นกัญชาถูกตำรวจขุดไปไว้เป็นหลักฐาน แต่ยังพบหลุมขนาดเล็กที่เคยใช้เป็นที่ปลูกกัญชา โดยต้นกัญชาดังกล่าวมีความสูงประมาณ 1 ฟุต หรือ 30 เซนติเมตร

นายกมล เล่าว่า ในวันเกิดเหตุ (13 มี.ค.) เวลาประมาณ 14.00 น. ตนไม่ได้เห็นเหตุการณ์ว่านายจิ๊บถูกซ้อมหรือไม่ แต่เห็นตอนนายจิ๊บถูกตำรวจนอกเครื่องแบบ หิ้วร่างออกมาจากบริเวณกระท่อมหลังบ้านในสภาพอิดโรย หัวเปียกน้ำ คล้ายกับคนโดนจับหัวกดน้ำ แต่ไม่มีบาดแผล ลักษณะคล้ายถูกซ้อมมา เพราะตนเห็นนายจิ๊บกระอักเลือดซึ่งตนพยายามถามนายนฤพลว่าใครเป็นคนทำ แต่มีตำรวจอีกนายมาพูดกับตนว่า “คุณดูหมิ่นเจ้าพนักงาน” หลังจากนั้น ก็พาตัวนายจิ๊บไปที่สถานีตำรวจ

บริเวณที่ปลูกต้นกัญชา

นายกมล กล่าวต่อว่า ตนไม่เคยเห็นว่านายจิ๊บครอบครองกัญชาจำนวนมากอย่างที่ถูกกล่าวหา แต่ตอนถูกจับ เห็นเขามีกัญชาแค่ 1 ก้อนเล็ก และมีอีกกัญชาผงที่ถูกซอยแล้วเล็กน้อย ซึ่งเป็นกัญชาที่นายนฤพลเก็บไว้เสพ ยอมรับว่าก่อนหน้านี้ตนก็ไม่เคยรู้มาก่อนว่านายจิ๊บปลูกต้นกัญชา เพราะถ้าตนรู้ก็คงไม่ให้ปลูก ส่วนในไร่มันสำปะหลังนั้น ตนก็ไม่เคยเห็นว่าผู้ตายปลูกต้นกัญชาเอาไว้ หลังเกิดเหตุตนก็ยอมรับว่าตกใจมากกับเหตุการณ์ทั้งหมด

สำหรับนายแจ้นั้น ตนก็ไม่ค่อยได้คลุกคลีด้วย เพราะเขาเพิ่งมาอาศัยบ้านอยู่แค่ไม่กี่เดือน แต่จากการสังเกต นายแจ้ดูคล้ายคนติดยาบ้า ดูงุ่มง่าม แต่ก็ไม่รู้ว่าเขาติดยาจริงหรือไม่

เบื้องต้น ผลการผลชันสูตร น.ส.นฤมล พี่สาวผู้ตาย แจ้งว่า แพทย์ได้ระบุว่า ปอดทั้ง 2 ข้างช้ำ ด้านหลังมีรอยช้ำอีก 2 จุด ที่บริเวณด้านหลัง โดยรอยช้ำทั้งหมดที่เกิดขึ้น เชื่อว่าโดนของแข็งกระแทกอย่างแรง วันนี้ทันทีที่ผลแจ้งออกมาแบบนี้ ญาติจึงเชื่อว่าโดนซ้อม

keyboard_arrow_up