ตายายเผย นาทีถูกยิงถล่มบ้านวันแต่งลูกสาว งง บ้าน ส.อบต.โดนด้วย เชื่อศึกภายใน (คลิป)

กรณีที่เมื่อวันที่ 13 มี.ค. 62 เกิดเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนสงครามยิงบ้านแห่งหนึ่งใน ต.บางดี อ.ห้วยยอด จ.ตรัง โชคดีไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต โดยสภาพบ้านพบมีรอยกระสุนปืน จำนวน 3 จุด ที่ฝาผนังเป็นรู จำนวน 2 จุด และที่ต้นมะพร้าวหน้าบ้านอีก จำนวน 1 จุด โดยเหตุเกิดเมื่อเวลาประมาณ 24.00 น.ของคืนวันที่ 12 มี.ค. ที่ผ่านมา

รอยกระสุนบริเวณบ้าน
รอยกระสุนบริเวณบ้าน

ล่าสุด วันที่ 14 มี.ค. ทีมข่าวอมรินทร์ ทีวี ลงพื้นที่มาที่บ้านดังกล่าว พบว่าวันนี้ที่บ้านยังคงมีชาวบ้านมาร่วมงานแต่งของบ่าวสาว

นางจินดา คีรีรักษ์ เจ้าของบ้าน

นางจินดา คีรีรักษ์ อายุ 64 ปี แม่เจ้าสาว เปิดเผยว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 12 มี.ค. ตนกับสามีนอนกันอยู่ภายในห้อง จึงตกใจเพราะได้ยินเสียงดัง “ปัง ปัง” 2 ครั้ง และได้ยินเสียงรถจักรยานยนต์ออกไป ซึ่งตนก็ตกใจจึงลุกขึ้นมาดูโทรศัพท์ว่ากี่โมงแล้ว จึงพบว่าเป็นเวลาประมาณเที่ยงคืน แต่ตนไม่ทราบว่าก่อนหน้านี้มีเสียงดังขึ้นกี่ครั้ง หลังจากนั้น ตนก็ลุกขึ้นมานั่งงง แล้วเมื่อได้สติก็ไปเปิดประตูดูก็ไม่พบอะไร จึงคิดว่าเต็นท์ในงานพัง และได้เดินไปดูด้านหลังบ้านก็คิดว่าลูกมะพร้าวตกใส่หลังคา เลยกลับเข้ามานอนปกติ

พอตอนเช้าตนก็ยังไม่ทราบว่ามีเหตุการณ์ที่คนยิงถล่มบ้าน จนลูกสาวอีกคนมาบอกว่า แม่ไม่รู้อะไรบ้างเหรอ มีปลอกกระสุนตกอยู่ 3 ปลอกในบริเวณบ้าน เมื่อตนเห็นก็ยอมรับว่าตกใจเป็นธรรมดา และรู้สึกเสียใจ เพราะที่บ้านกำลังมีงานแต่งงานของลูกสาว และหากคืนนั้นลูกกระสุนทะลุเข้ามาภายในบ้าน ตนอาจจะตายก็ได้ และหากหวังจะมาล่มงานแต่ง ก็คิดว่าจะต้องแต่งอยู่ดี อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด

ภาพจำลองเหตุการณ์

นางจินดา บอกว่า ปกติแล้วลูกสาวก็ไม่ได้นอนที่บ้านหลังนี้มานานแล้ว และหากถามถึงอาชีพคนในครอบครัวตนนั้น ตนกับสามีก็ทำสวนและกรีดยาง ส่วนลูกแต่ละคนก็ไปทำสวนยาง หรือไม่ก็ไปเรียนหนังสือ

นอกจากนี้ นางจินดา ก็สงสัยว่า ทำไมคนร้ายถึงมายิงบ้านตน เพราะบ้านตนก็ไม่ได้ไปทำอะไรให้ใครเหมือนกัน และอยากถามคนที่มาก่อเหตุว่ามาทำเราทำไม โกรธใครเกลียดใครก็ไปทำคนนั้น มาทำเรา เราก็แก่แล้ว ทั้งนี้ ลูกสาวตนและเจ้าบ่าวก็คบหากันและอยากที่จะแต่งงาน และทั้งคู่ก็ไม่ได้มีเรื่องบาดหมางกับใคร อีกทั้งเจ้าบ่าวก็ไม่ใช่คนในพื้นที่

อย่างไรก็ตาม ครอบครัวตนก็ไม่ได้มีความสนิทสนม อบต.บางดี ส่วนบางคนที่ตนรู้จักก็ไม่ได้สนิทสนมหรือมีความขัดแย้งอะไร และอยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมคนร้ายให้ได้ เพราะจะได้ถามว่าทำไปเพราะอะไร

นายแมน (นามสมมติ) ลูกเขยนางจินดา

ด้านนายแมน (นามสมมติ) เจ้าบ่าว เผยว่า เมื่อวันที่ 12 มี.ค. ที่มีเหตุการณ์เกิดขึ้นที่บ้านเจ้าสาว ตนไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์เพราะตนอยู่บ้านที่ จ.สุราษฎร์ธานี เพื่อจัดเตรียมงานที่จะสู่ขอเจ้าสาว ส่วนแฟนตนก็อยู่ที่ จ.สุราษฎร์ธานี เช่นกัน ยอมรับว่า ตนกับแฟนไม่ค่อยได้เดินทางมาที่บ้านหลังที่เกิดเหตุสักเท่าไร เพราะส่วนใหญ่ตนกับแฟนจะอยู่ที่ จ.สุราษฎร์ธานี มากกว่า และเมื่อตนทราบข่าวว่าบ้านเจ้าสาวถูกยิงก็ไม่ได้คิดอะไร เนื่องจาก กำลังวุ่นกับการเตรียมงานแต่ง

แต่พอมาถึงวันนี้ตนมาเห็นสภาพร่องรอยที่ถูกกระสุน ยอมรับว่า เมื่อเห็นก็ตกใจ เพราะตอนแรกนึกว่าเป็นเรื่องล้อเล่น แต่เมื่อเห็นก็สงสัยว่าทำไมต้องเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้น เพราะทั้งครอบครัวตนและครอบครัวของเจ้าสาวก็ไม่เคยมีเรื่องบาดหมางกับใคร รวมทั้งครอบครัวก็ไม่มีปัญหากับสมาชิก อบต.หรือ อบต. มาก่อน เนื่องจากตนไม่ค่อยได้พูดคุยกับใคร

ทั้งนี้ นายแมน เผยว่า ตนคิดว่าเรื่องที่มีคนมาถล่มยิงบ้านเจ้าสาวคงไม่เกี่ยวข้องกับการมาทำร้ายงานแต่ง แต่คิดว่าน่าจะเป็นเรื่องอื่นมากกว่า จึงอยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งจับกุมตัวคนร้าย อย่างไรก็ตาม ตนคิดว่าคนที่มายิงที่บ้านเจ้าสาวนั่นยิงไม่เข้าเป้าและคิดว่ามายิงเพื่อสร้างสถานการณ์มากกว่า

ร่องรอยกระสุนที่บ้านนายปิยรัฐ
ร่องรอยกระสุนที่รถของนายปิยรัฐ

ต่อมาทีมข่าวเดินทางมาที่บ้านอีกหลังหนึ่ง ต.บางดี อ.ห้วยยอด จ.ตรัง ซึ่งเป็นบ้านของนายปิยรัฐ นิดคง สมาชิกองค์การบริหารตำบลบางดี หมู่ 2 จากจุดนี้อยู่ห่างจากบ้านหลังเจ้าสาวที่ถูกยิงถล่มเพียง 15 กิโลเมตร

นายปิยรัฐ ได้พาทีมข่าวเดินไปที่ห้องนอนที่ในวันเกิดเหตุตัวเองได้นอนอยู่ พร้อมบอกว่าในวันดังกล่าวเมื่อมีกระสุนเข้ามาภายในบ้าน ตนก็ได้เลื่อนตู้เสื้อผ้าออก ซึ่งหลังตู้เสื้อผ้าจะเป็นประตูเชื่อมไปห้องนอนของลูก ตนจึงอาศัยจังหวะนี้วิ่งไปด้านหลังบ้านเพื่อเอาตัวรอด

นายปิยรัฐ นิดคง เจ้าของบ้าน

นายปิยรัฐ เผยว่า เหตุการณ์ครั้งแรกเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 23 ก.พ.เวลาประมาณ 01.30 น. ตนยืนอยู่บริเวณหน้าบ้าน ซึ่งตอนนั้นบ้านตนปิดไฟแล้ว และตนเห็นรถยนต์คันหนึ่งขับเลยบ้านตนไป และจอดที่ลานรับซื้อปาล์มน้ำมัน ซึ่งมีไฟส่องสว่าง โดยลานดังกล่าวอยู่ห่างจากบ้านตนเพียง 5 เมตรเท่านั้น ก็ได้ยินเสียงปืน 2 นัด ยิงเข้าไปที่ลานรับซื้อปาล์ม และรถคันดังกล่าวก็ได้ขับออกไป แต่ตนไม่ได้เห็นว่าคนร้ายใช้อาวุธปืนอะไรยิง และตนก็ไม่ได้เข้าไปดู ซึ่งเมื่อเกิดเหตุเช่นนี้ตนก็ไม่ได้นิ่งนอนใจและได้เข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ

ครั้งล่าสุดเกิดเมื่อวันที่ 12 มี.ค.เวลาประมาณ 01.20 น. ตอนนั้นตนนอนอยู่กับภรรยา ส่วนลูกอีก 2 คนนอนอยู่ห้องที่ติดกับตน ตนได้ยินเสียงปืนดังกระทบกับฝาผนังห้องที่ตนนอนอยู่ พร้อมกับเห็นประกายไฟ ตนจึงตัดสินใจล้มกลิ้งเพื่อไปเลื่อนตู้เสื้อผ้าออกจากผนังห้อง เพื่อจะได้เชื่อมไปออกประตูห้องลูก และตนก็ได้วิ่งออกไปเรียกลูกชายที่นอนอยู่หลังบ้าน หลังจากเสียงปืนดังขึ้นจากห้องตนเสร็จ ก็ได้ยินเสียงปืนดังขึ้นติดต่อกัน คาดว่ารวมทั้งหมดประมาณ 15 นัด

ทั้งนี้ ตนเชื่อว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมาจากที่ตนไม่สนับสนุนเรื่องความไม่โปร่งใสเรื่องการจัดซื้อจัดจ้าง และเป็นปมความขัดแย้งใน อบต.บางดี

keyboard_arrow_up