อุทาหรณ์สาวใส่หูฟัง ไม่ได้ยินเสียงเตือนหนี เครนล้มฟาดดับ พ่อเศร้า เสียเสาหลัก

จากกรณีเมื่อเมื่อวันที่ 13 มี.ค. 62 น.ส.อัญชลี แก้วชิน หรือมิ้นต์ อายุ 23 ปี ลูกจ้างบริษัทรับเหมาปลูกต้นไม้ โดนรถเครนหกล้อยกต้นไม้ ล้มทับเสียชีวิตที่สนามกอล์ฟแห่งหนึ่งใน อ.เพ็ญ จ.อุดรธานี ซึ่งคนขับรถเครนให้การว่าน็อตยึดเครนกับตัวถังรถขาดหลุดออก ทำให้เครนล้มทับเพื่อนร่วมงานที่ยืนรอปลูกต้นไม้ โดยสภาพศพกะโหลกแตก คอหัก แขนหัก และขาหัก ตายคาที่ ท่ามกลางความตกใจของเพื่อนร่วมงาน

ล่าสุด วันที่ 14 มี.ค. ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่บ้านของ น.ส.อัญชลี ผู้ตาย ซึ่งอยู่ใน อ.เพ็ญ พบชาวบ้านกำลังช่วยกันเตรียมอาหาร เพื่อทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้ผู้ตายและพบกับ นายสุริยา แก้วชิน อายุ 40 ปี พ่อของผู้ตาย ที่เพิ่งกลับมาจากวัดและเตรียมสถานที่สำหรับพระสงฆ์สวดมนต์เย็น ทั้งนี้พ่อของ น.ส.อัญชลี บอกว่าได้ทำการฌาปนกิจ น.ส.อัญชลี ตั้งแต่วันที่ 13 มี.ค. หรือในวันเดียวกันหลังเสียชีวิต

ชาวบ้านกำลังช่วยกันเตรียมอาหาร

นายสุริยา เล่าว่า ครอบครัวมีอาชีพรับจ้างตนมีลูกสาว 2 คน น.ส.อัญชลี เป็นลูกคนแรก เคยแต่งงานแต่หย่าร้างและไม่มีลูก ผู้ตายเป็นเสาหลักของบ้าน ออกไปทำงานเก็บเงินสร้างบ้านให้ครอบครัว ส่วนน้องสาวไปทำงานรับจ้างที่กรุงเทพฯ ล่าสุดผู้ตายไปทำงานที่บริษัทเพชรพันธุ์ไม้ รับจัดสวนให้สนามกอล์ฟที่เกิดเหตุ โดยพักอยู่ที่บริษัทและจะกลับมาบ้านในวันหยุด ก่อนเกิดเหตุลูกสาวได้โทรศัพท์มาบอกว่าจะกลับมาบ้านเย็นวันที่ 16 มี.ค. เพื่อเอาเงินมาให้ แต่พอเที่ยงวันที่ 13 มี.ค นายจ้างลูกโทรศัพท์มาบอกว่าลูกสาวเกิดอุบัติเหตุถูกเครนทับเสียชีวิต จึงรีบเดินทางไปดูศพที่โรงพยาบาลเพ็ญ

นายสุริยา แก้วชิน พ่อของผู้ตาย

นายสุริยา ระบุว่า คนขับรถเครนเล่าให้ตนฟังว่า ขณะกำลังใช้เครนยกต้นไม้เพื่อนำไปลงหลุมปลูก โดยผู้ตายได้ยืนรออยู่ที่หลุมปลูกต้นไม้ห่างจากเครนประมาณ 5 เมตร แต่สิ่งที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น น็อตยึดเครนกับตัวถังรถขาดหลุดออกทำให้เครนล้มลง คนขับได้ร้องตะโกนบอกคนงานที่ยืนอยู่ใกล้รถรวมทั้งผู้ตายให้วิ่งหลบ แต่ผู้ตายใส่หูฟังและก้มหน้าเล่นโทรศัพท์มือถือทำให้ไม่ได้ยินเสียงเตือน รถจึงล้มฟาดศีรษะผู้ตายล้มลงกับพื้นเสียชีวิตคาที่ โดยเมื่อฟังความจากคนขับและเพื่อนร่วมงาน ตนก็เชื่อว่าเป็นอุบัติเหตุเพราะไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น

”ตอนนี้ครอบครัวยังทำใจไม่ได้ เพราะผู้ตายเป็นลูกคนแรกเป็นเสาหลักของบ้าน ต้องมาเสียชีวิตแบบกะทันหันไม่ทันได้ตั้งตัว ได้แต่ร้องไห้เสียใจแต่ไม่ได้โทษใครเพราะเป็นอุบัติเหตุสุดวิสัย โดยบริษัทที่ลูกทำงานก็จะรับผิดชอบจ่ายค่าสินไหมและค่าเสียหายทุกอย่าง แต่ถ้าเลือกได้ตนอยากได้ชีวิตลูกคืนมาไม่อยากได้เงิน แม้เงินมากแค่ไหนก็นำมาแลกกับชีวิตลูกไม่ได้” นายสุริยากล่าว

keyboard_arrow_up