ยกเลิกหนังสือเดินทาง “บอส ทายาทกระทิงแดง” ประสานตร.สากล ค้นหาโดยเร่งด่วน

ตำรวจพบข้อมูลบอส อยู่วิทยา เพิ่งเดินทางออกจากประเทศไทยเมื่อ วันที่ 25 เมษายนที่ผ่านมา เร่งเพิ่งถอนหนังสือเดินทางไทย หวั่นเดินทางไปประเทศที่ 3 พร้อมส่งหนังสือถึงตำรวจสากลอังกฤษ ยืนยันข้อมูลว่าอยู่อังกฤษจริง ก่อนขอส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดน

พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

วันนี้(1 พ.ค. 2560) เมื่อเวลา 10.30 น. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงความคืบหน้าการติดตามตัว นายวรยุทธ อยู่วิทยา หรือ บอส ทายาทเครื่องดื่มชูกำลังกระทิงแดง ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ ข้อหา “ขับรถประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย” ว่า อยู่ระหว่างการประสานงานกับทางการอังกฤษ หลังมีข้อมูลว่าผู้ต้องหาหลบหนีไปอยู่ที่นั่น โดยอยู่ระหว่างติดตามตัวผู้ต้องหามากลับดำเนินคดี ส่วนกรณีผู้ต้องหาเปลี่ยนสัญชาติ ไม่กระทบกับการดำเนินคดี ซึ่งดังกล่าวมีอายุความกว่า 10 ปี อายุความจะสิ้นสุดในปี 2570

พล.ต.ต.อภิชาติ สุริบุญญา ผู้บังคับการกองการต่างประเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

พล.ต.ต.อภิชาติ สุริบุญญา ผู้บังคับการกองการต่างประเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ให้ข้อมูลว่า ตามสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดน จะต้องมีการเชิญหัวหน้าตำรวจสากล อังกฤษประจำประเทศไทย มาหารือ พร้อมขอความร่วมมือไปยังองค์กรตำรวจสากล กว่า 190 ประเทศทั่วโลก ช่วยค้นหาตัวด้วย หากตำรวจสากลทำการตรวจสอบแล้ว ไม่พบผู้ต้องหาอยู่ที่ประเทศอังกฤษ หรือในประเทศใด ก็จะขอหมายน้ำเงินแทนหมายแดง เพื่อให้ตำรวจสากลใช้จับกุมตัว นอกจากนี้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ยังได้ประสานขอให้กระทรวงการต่างประเทศ นอกจากนี้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ยังได้ประสานขอให้กระทรวงการต่างประเทศ ยกเลิกหนังสือเดินทางผู้ต้องหารายนี้ด้วย

รองโฆษก ตร. กล่าวถึงการตั้งกรรมการสอบสวนวินัยตำรวจที่ทำคดีนายวรยุทธ แต่ล่าช้าจนหลายข้อหาหมดอายุความว่า หลังจากกองบัญชาการตำรวจนครบาล สืบสวนข้อเท็จจริง ว่ามีมูลความผิด ฐานบกพร่อง ก็ได้ส่งเรื่องมายังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ผ่าน พล.ต.อ.ปัญญา มาเม่น จเรตำรวจแห่งชาติ(จตช.) ซึ่งจตช.ได้สั่งการให้กองวินัย ตั้งกรรมการสอบสวนทางวินัยตำรวจทั้ง 10 นาย อยู่ในกระบวนการสอบสวน และมีการขยายเวลามาระยะหนึ่ง เนื่องจากต้องสอบสวนตำรวจที่เกี่ยวข้องทุกนาย ทั้งนี้ ไม่ได้ล่าช้าไม่ได้ประวิงเวลาแต่เป็นการทำตามกระบวนการ

ผู้บังคับการกองการต่างประเทศ กล่าวเพิ่มเติมว่า ตั้งแต่มารับราชการกองการต่างประเทศกว่า 15 ปี ไม่เคยมีการขอส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนในคดีขับรถชนคนเสียชีวิตมาก่อนแต่เชื่อว่าจะสามารถได้ตัวผู้ต้องหารายนี้กลับมาดำเนินคดีได้อย่างแน่นอน

keyboard_arrow_up