ทรุดหนัก! สาวป่วยมะเร็งหน้าบวม ครอบครัวเครียดวอนสังคมหยุดด่าหากินกับโรค (คลิป)

จากกรณีที่มีหญิงสาวผู้ใช้เฟซบุ๊ก Jenie Yoo โพสต์ภาพและข้อความว่าเธอป่วยด้วยโรคมะเร็งกระดูกอ่อนที่ใบหน้า จนทำให้ใบหน้าบิดเบี้ยว พร้อมลงรูปเปรียบเทียบความแตกต่างของเจ้าตัวก่อนเป็นมะเร็งและหลังเป็นมะเร็ง จนกระทั่งโลกออนไลน์พากันแห่แชร์เรื่องราวของหญิงสาวรายนี้ รวมถึงมีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นมากมายซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นการให้กำลังใจ ขณะที่มีบางส่วนแสดงความเห็นว่า อาจใช้แอพพลิเคชั่นตกแต่งใบหน้าก็เป็นได้

ล่าสุด น.ส.รัตนภรณ์ กัลยาไสย หรือน้องเจ อายุ 29 ปี ซึ่งปัจจุบันได้เปลี่ยนชื่อเป็น น.ส.ณัฐรดา ศิริบุญ ตามความเชื่อ หลังจากอาการทรุดหนักว่าเปลี่ยนชื่อแล้วจะทำให้เรื่องร้าย ๆ ต่าง ๆ ผ่านพ้นไป โดยขณะนี้น้องเจได้เข้ารักษาอาการเจ็บป่วยที่ศูนย์มะเร็ง จ.อุบลราชธานี

ณัฐรดา ศิริบุญ หรือน้องเจ

นางสุคนธรัตน์ กัลยาไสย พี่สาวของน้องเจ ปัจจุบันลาออกจากงานมาดูแลน้องสาว เล่าว่า หลังจากที่มีอาการเจ็บป่วยและได้มีการไปรักษาจนอาการดีขึ้น แต่เมื่อมาช่วงเดือนมีนาคมมีอาการทรุดลงเนื่องจากก้อนเนื้อร้ายได้ขยายลุกลามจากหน้าด้านซ้ายไปด้านขวา ทำให้หายใจไม่สะดวก ดวงตาเริ่มมองไม่ค่อยเห็น และมีเส้นเลือดฝอยที่ปากแตก มีเลือดไหลออกมาเป็นระยะ ทำให้เกิดเป็นก้อนเลือดอยู่ในปากต้องคอยเช็ดเป็นระยะๆ และมีอาการชักเกร็งเป็นระยะ ญาติต้องค่อยดูแล 24 ชัวโมง

สุคนธรัตน์ กัลยาไสย พี่สาวของน้องเจ

นางสุคนธรัตน์ เปิดเผยว่า ญาติเริ่มมีความหวังเมื่อทางทีมแพทย์จากศูนย์มะเร็งที่จ.อุบลราชธานี มีการตอบรับให้น้องไปตรวจรักษาอาการที่ศูนย์มะเร็ง แต่สิ่งที่ครอบครัวเป็นห่วงที่สุดคือมีกระแสโจมตีในสื่อโซเชียลว่าทางญาติและน้องเจเป็นขบวนการหากินในเงินรับบริจาค น้องเจได้โพสต์ข้อมูลในเฟซบุ๊กส่วนตัวหวังได้รับเงินมาช่วยค่าใช้จ่ายในการรักษาอาการที่มีราคาค่อนข้างสูง ว่าเป็นการสร้างภาพ ทำให้ครอบครัวเครียดกับเรื่องนี้มาก จึงขอวอนให้ช่วยหยุดการ กระทำดังกล่าว

ครอบครัวคอยดูแลน้องเจ

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้เพจดังอย่าง Social Hunter ได้โพสต์ถึงกรณีนี้ด้วยว่า น้องเจปฏิเสธที่จะไม่รักษา เนื่องจากการรักษาด้วยการผ่าตัดมะเร็งนั้น จำเป็นต้องมีการคว้านลูกตาออก ทำให้เธอเธอกลัวที่จะสูญเสียดวงตาไป ทั้งยังชอบกินอาหารประเภทของแสลง นอกจากนี้เคยมีหน่วยงานต่าง ๆ เข้าไปให้ความช่วยเหลือ เช่น มอบเงิน ช่วยสร้างบ้าน แต่เมื่อเงินหมด กลับมีการมาขอเงินซ้ำอีก