หนุ่มช็อก สาวแสบปลอมลายเซ็นรับเช็ค 63 ใบ สูญกว่า 8 ล้าน แจ้งธนาคารเรื่องไม่คืบ (คลิป)

จากกรณีวานนี้ (15 ม.ค. 62) ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ อามิตรจาวลา โพสต์ภาพถ่ายเช็คของธนาคารที่ถูกปลอมแปลงลายเซ็น และเปลี่ยนแปลงรายละเอียดผู้รับเงินพร้อมบอกเล่าเรื่องราวและร้องขอความเป็นธรรม เนื่องจากช่วงปลายเดือน ก.ย. 61 ตรวจสอบพบว่า ถูกอดีตพนักงานบัญชีของร้านทุจริตด้วยการปลอมแปลงลายเซ็นและเปลี่ยนแปลงรายละเอียดผู้รับเงินในเช็คของร้านที่เปิดไว้ธนาคารชื่อดัง 4 แห่ง รวมจำนวน 63 ใบ โดยมีจำนวนเงินที่ได้รับความเสียหายรวมทั้งสิ้นกว่า 8 ล้านบาท โดยพบอีกว่า เช็คทุกใบถูกเปลี่ยนชื่อผู้รับเงินเป็นสามี และลูกชายของอดีตพนักงานบัญชีคนหนึ่งในบริษัท

นายอามิตร จาวลา อายุ 33 ปี นักธุรกิจเครื่องสำอางชื่อดัง และผู้โพสต์ข้อความดังกล่าว

วันที่ 16 ม.ค. 62 นายอามิตร จาวลา อายุ 33 ปี นักธุรกิจเครื่องสำอางชื่อดัง และผู้โพสต์ข้อความดังกล่าว เปิดเผยว่า ตนตรวจสอบพบการทุจริตครั้งแรกว่าถูกอดีตพนักงานบัญชีของร้านทุจริตเมื่อวันที่ 28 ก.ย. 61 เนื่องจากถูกคู่ค้าโทรศัพท์ทวงถามว่ายังไม่ได้รับเงินค่าสินค้า ทั้งที่ร้านได้สั่งจ่ายเช็คไปแล้ว และเงินถูกตัดบัญชีแล้ว

ต่อมาตรวจสอบพบว่า อดีตพนักงานบัญชีทำการทุจริตด้วยการปลอมแปลงลายเซ็น และแก้ไขเปลี่ยนแปลงชื่อผู้รับเงินในเช็ค ทั้งหมด 63 ใบ รวมเป็นเงินกว่า 8 ล้านบาท โดยทุกใบถูกเปลี่ยนชื่อผู้รับเงินเป็นชื่อของอดีตพนักงานบัญชี และคนในครอบครัวของพนักงาน

โพสต์เฟซบุ๊กของนายอามิตร

ส่วนสาเหตุนั้น เนื่องจากแต่ละเดือนในบริษัทของตนจะมีการทำธุรกรรมผ่านเช็คนับร้อยใบ จึงคาดว่าอดีตพนักงานบัญชีรายนี้ฉวยโอกาสหยิบเช็คครั้งละ 2 – 3 ใบ และนำไปแก้ไขก่อนนำฝากเข้าบัญชีต่าง ๆ ที่เตรียมไว้ เพื่อรับเงินจากธนาคาร 4 แห่ง ทั้งยังพบด้วยว่ามีเจ้าหน้าที่ของธนาคารมีส่วนเกี่ยวข้องให้การสนับสนุน และรับเงินโอนจากเช็คที่อดีตพนักงานบัญชีรายนี้ปลอมแปลงอีกด้วย

จำนวนเช็ค แยกตามธนาคารทั้ง 4 แห่ง

โดยหลังจากที่ตรวจสอบพบการทุจริต ตนจึงแจ้งความดำเนินคดี พร้อมติดต่อไปยังธนาคารเพื่อทวงถามความรับผิดชอบ เนื่องจากจำนวนเงินที่ได้รับความเสียหายรวมแล้ว มากกว่า 8 ล้านบาท และที่สำคัญคือเช็คทั้งหมดมีการปลอมแปลงลายเซ็น และเปลี่ยนแปลงชื่อผู้รับเงินนั้น ทุกใบมีความผิดปกติอย่างเห็นได้ชัด เช่น เช็คบางใบมีถึง 3 ลายเซ็นที่หน้าตาไม่เหมือนกันเลย, มีการแก้ไขชื่อผู้รับเงินหรือวันที่ โดยที่บางใบมีการเร่งวันที่ให้เร็วขึ้น ซึ่งธนาคารกลับไม่มีการตรวจสอบ หรือสังเกตพบเลย รวมถึงหากมีข้อสงสัยใด ๆ ทำไมจึงไม่สอบถามกลับมาที่ตน

อย่างไรก็ตาม จากการติดตามทวงถามกับทั้ง 4 ธนาคารชื่อดัง ตลอดช่วงเวลากว่า 3 เดือน กลับไม่มีความคืบหน้าใด ๆ และมีท่าทีไม่ค่อยให้ความร่วมมือกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ทำคดีเท่าที่ควร ทั้งที่ธุรกิจของครอบครัวตนเป็นลูกค้าของธนาคารมานานหลายสิบปี

นายอามิตร ชี้แจงความผิดปกติของเช็ค

ทั้งนี้ นายอามิตร กล่าวอีกว่า จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทำให้ตนตกอยู่ในความเครียดอย่างมาก กระทั่งนอนไม่หลับ และส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตปกติ ทำให้ต้องพบแพทย์และกินยาคลายเครียด นอกจากนี้ กรณีที่เกิดขึ้นยังส่งผลกระทบต่อสภาพคล่องในการทำธุรกิจของตัวเองด้วย

อย่างไรก็ตาม ตนยังถือว่าโชคดี และต้องขอบคุณที่ทางบริษัทคู่ค้าต่าง ๆ เข้าใจปัญหาที่เกิดขึ้น และให้ความช่วยเหลือเรื่องของการขยายระยะเวลาการชำระค่าสินค้าออกไปก่อน รวมทั้งยังให้สั่งสินค้าได้เช่นเดิม

 

keyboard_arrow_up