ชายเมากร่างเป็น ‘อัยการ’ จริง คนดีคนเดิมที่เคยก่อเหตุเมาเบ่งเมื่อปี 58 (คลิป)

ความคืบหน้ากรณีที่มีคลิปเสียงชายเมากร่างใส่ตำรวจสายตรวจ สภ.แสนสุข จ.ชลบุรี มีการเปิดเผยแล้วว่า เป็นอัยการจริง และก็เป็นคนเดียวกับที่เคยก่อเหตุเมาแล้วเบ่งใส่ตำรวจเมื่อปี 58 โดยหลังจากนี้จะมีการตั้งกรรมการสอบเอาผิดทางวินัยอย่างเด็ดขาด ย้ำเป็นพฤติกรรมเฉพาะบุคคลไม่เกี่ยวกับองค์กร

เรือโทสมนึก เสียงก้อง โฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด แถลงถึงความคืบหน้าการดำเนินการตรวจสอบคลิปเสียงชายที่อ้างตัวเป็นอัยการ ข่มขู่ตำรวจสายตรวจ สภ.แสนสุข ในสภาพเมาสุรา จากเหตุตำรวจไม่ยอมไปส่งที่ร้านลาบ แล้วโทรศัพท์หาผู้บังคับบัญชาของตำรวจนายดังกล่าวสั่งให้มาขอขมาที่บ้านพัก

จากการตรวจสอบ ชายในคลิปนั้นคือนายธนพล จูฑะเตมีย์ อัยการพิเศษฝ่ายคดียาเสพติด 1 สำนักงานคดียาเสพติด ตรวจสอบเบื้องต้น มีการใช้คำพูดไม่สุภาพ ไม่เหมาะสม ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์องค์การ และจนถึงวันนี้ (11 ก.ค.) ยังไม่สามารถติดต่อนายธนพลได้

ทั้งนี้ ได้มอบหมายให้อัยการพิเศษฝ่ายวินัย ดำเนินการทางวินัยกับนายธนพล พร้อมเห็นชอบให้แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยกับนายธนพลแล้ว ส่วนการลงโทษต้องรอผลการของคณะกรรมการสอบสวนก่อนซึ่งจะรายงานผลภายใน 30 วัน

ก่อนหน้านี้นายธนพล เคยมีพฤติการณ์ในลักษณะดังกล่าวเมื่อปี 2558 แต่หลังจากทำการตรวจสอบทางวินัยแล้วนั้น ผลออกมาว่าเป็นความผิดไม่ร้ายแรง และให้ลงโทษทำทัณฑ์บน ซึ่งการสอบวินัยครั้งนี้จะนำเรื่องดังกล่าวมาพิจารณาด้วย รวมถึงเตรียมเรียกนายตำรวจคู่กรณีเจ้าของคลิป มาให้ข้อมูลอีกด้วย โดยเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นถือเป็นพฤติกรรมเฉพาะบุคคล

ขณะที่วันนี้ พลตำรวจโทจิตติ รอดบางยาง ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 พร้อมด้วยพลตำรวจตรีสมประสงค์ เย็นท้วม ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี ได้เดินทางไปยัง สภ.แสนสุข เพื่อสร้างขวัญกำลังใจให้กับผู้ใต้บังคับบัญชา และพบกับ ส.ต.ต.กิตติคุณ แสงเรือง และ ส.ต.ต.อานุภาพ โพธิ์พิมพ์ ผบ.หมู่งานงานป้องกันและปราบปราม สภ.แสนสุข คู่กรณีอัยการกร่าง

พลตำรวจโทจิตติ บอกว่า มาเพื่อให้กำลังใจผู้ใต้บังคับบัญชา พร้อมกันนี้ ทาง ผบ.ตร.ยังให้กำลังใจ ตำรวจทั้ง 2 นาย หากทำถูกต้องไม่ต้องเกรงกลัว ซึ่ง ทางด้าน ส.ต.ต.กิตติคุณ บอกว่ารู้สึกสบายใจขึ้นที่ผู้บังคับบัญชาเข้าใจ

สำหรับนายธน จูฑะเตมีย์ เคยก่อเหตุเมาแล้วเบ่ง ครั้งถูกสายตรวจ สน.บึงกุ่ม ควบคุมตัวขอวัดระดับแอลกอฮอล์ ตอนปี 58 ซึ่งก็มีการข่มขู่เจ้าหน้าที่โดยครั้งนั้น นายธนพลโดนย้ายไปจากสำนักงานคดียาเสพติดไปสำนักงานคดีแพ่ง และก็โดนวินัยให้ตกคิวไม่ได้เลื่อนตำแหน่งไป 1 ปี แต่เนื่องจากไม่ใช่เรื่องทุจริต ที่มีโทษร้ายแรง ต่อมาหลังจากเสียคิวไม่ได้เลื่อนตำแหน่งแล้วก็ได้กลับมาอยู่ที่สำนักงานยาเสพติดที่เดิมเนื่องจากเป็นผู้มีความสามารถในคดียาเสพติด

และต่อมาได้เลื่อนตำแหน่งกลับมาเป็นอัยการพิเศษฝ่าย แต่ก็ถือว่าเป็นการตกคิวไปแล้ว 1 ปี พอมารับตำแหน่งในสำนักงานเดิมก็กลับมาก่อปัญหาเดิมอีก.

keyboard_arrow_up