“แทค ภรัณยู” ยันไม่คบซ้อน เผยมีลูกคือความตั้งใจ (คลิป)

หลังจากที่ทุกคนต่างฮือฮากับงานวิวาห์สายฟ้าแล่บของนักแสดงหนุ่มลุคแบดบอยอย่างแทค ภรัณยู และไฮโซเบลล์ ณัฐพร เองตระกูล ลูกพี่ลูกน้องของเป็ก สัณณ์ชัย สามีนักแสดงสาวธัญญ่า ธัญญาเรศ ก็ยังมีก๊อกสองให้ทุกคนฮือฮาตามมาติด ๆ เมื่อนางแบบสาว ตาล ร็อคซี่ ออกมาโพสต์ลงโซเชี่ยลหลังจากที่หนุ่มแทค จูงมือแฟนสาวเข้าประตูวิวาห์แบบหมาด ๆ ว่า “ยังโอเค ขอบคุณทุกคนที่เป็นห่วง อย่าเพิ่งถามอะไร ตอบไม่ทัน และไม่มีคำตอบ เพราะสตั๊นท์เหมือนกัน” วันถัดมาก็ยังโพสต์อีกว่า “นี่เขาคบซ้อน หรือเราคบซ้อนเขา หรือเราซ้อน 3 ไม่ใส่หมวกกันน็อค ระวังตร.จับ” จนหนุ่มแทคโผล่เข้ามาคอมเม้นต์ว่า “ไปสิ” ซึ่งฝ่ายหญิงก็คอมเมนต์กลับว่า “อย่าใช้อารมณ์”

ทำเอาหลายคนงงในงง เพราะหลังจากตกใจจากงานวิวาห์ไปแล้ว ยังต้องมาตกใจกับเรื่องนี้อีก ทุกคนจึงอยากจะรู้ว่าเรื่องราวเป็นมายังไง

ล่าสุด (11 มกราคม 2562) หนุ่มแทค ก็เลยต้องตั้งโต๊ะแถลงข่าวถึงทุกอย่างที่เกิดขึ้น เพื่อไขข้อข้องใจของใครหลาย ๆ คนว่า คบซ้อนหรือไม่ แต่งงานเพราะมีน้องจริงหรือ ซึ่งเจ้าตัวก็ตอบทุกคำถาม ให้หายสงสัยอย่างตรงไปตรงมา ว่าไม่มีการคบซ้อนใด ๆ และวางแผนเรื่องการมีน้องไว้แล้ว คนในวงการหลายคนก็รับรู้เรื่องนี้ แต่ไม่อยากบอกใคร และไม่คิดจะจัดงานแต่ง แต่ก็เพื่อให้เกียรติฝ่ายหญิงจึงจัดขึ้นเป็นแบบพิธีเล็ก ๆ

เรื่องราวเป็นอย่างไร
“ก็ดีครับ อย่างที่เป็นข่าวออกไปนะครับ ไม่มีอะไรมากครับ”

คบมา 3 ปี
“2-3 ปีใช่แล้วครับ”

กับเรื่องราวที่เกิดขึ้น วันนั้นคือวันแต่งงาน
“เรียกว่าทำบุญเฉย ๆ ดีกว่า ไม่ได้จัดงานแต่งงานอะไรมากมาย ก็แค่ให้คุณพ่อคุณแม่เจอกัน ทำบุญกัน”

เล่าบรรยากาศวันนั้นว่าเป็นอย่างไรบ้าง
“มันคือปกติธรรมดา ซึ่งผมก็เคยพูดอยู่แล้วว่า ถ้าจะมีครอบครัวก็คือมีน้องเลย ซึ่งปีนี้ผมก็ 35 แล้ว ก็ทำบุญปกติ ตอนแรกกะว่าจะไม่จัด แต่ว่าเราต้องให้เกียรติคุณพ่อคุณแม่ของฝ่ายน้องเค้าด้วยก็จัดพิธีเล็ก ๆ ประมาณ 6 โมงเช้า ถึงประมาณเที่ยง แล้วหลังจากนั้นผมก็ไปถ่ายละครต่อ ไม่ได้หยุด”

ฝ่ายหญิงคิดเหมือนกันหรือเปล่า
“เขาให้ผมเป็นคนตัดสินใจอยู่แล้ว แต่ก็ต้องให้เกียรติคุณพ่อคุณแม่เขาด้วย เราเลยจัดพิธีเล็ก ๆ อบอุ่นแค่นั้นพอ”

ทำไมถึงเลือกวิธีทางศาสนา
“เพราะผมเกิดศาสนาพุทธ ผมก็ต้องทำพิธีพุทธ ที่สำคัญก็คือได้มีโอกาสเจอพระสังฆราชด้วย และรอท่านด้วย เลยรู้สึกดีใจและเป็นเกียรติมาก แต่นี้ผมก็แฮปปี้มากแล้วครับ”

ก่อนหน้านี้ได้ไปสู่ขอน้องอย่างเป็นทางการไหม
“เป็นขั้นเป็นตอนปกติครับ แต่ผมไม่ได้เปิดเผยเฉย ๆ ผมเข้าตามตรอกออกตามประตู ผมทำตามประเพณีทุกอย่าง”

คนมองแต่งฟ้าแล่บ
“มันไม่ได้ฟ้าแล่บนะ ผมก็ใช้ชีวิตปกติของผม ผมวางแผนของผมเรียบร้อยแล้วว่าจะเป็นอย่างไร มันก็ออกมาตามสเต็ปตามที่ผมทำ”

หลายคนสงสัยเรื่องแฟนสาว คบมา 3 ปีไม่มีข่าวเลย
“เราอยากจะลองศึกษากันไปว่าไลฟ์สไตล์เป็นแบบนี้ เขารับได้มั้ย เค้าจะรับในสิ่งที่ผมเป็นได้มั้ย ศึกษากันแบบเงียบ ๆ ไม่ต้องเอิกเริกมาก ถ้ามันใช่ก็จัดเลยครับ”

รู้จักกันได้อย่างไร
“ไปเจอกันในงานอีเวนต์ จากนั้นก็พูดคุยกัน และสนิทกัน และคุยกันมาเรื่อย ๆ”

เขาเข้าใจสถานะ ที่คุยกันแต่ไม่เปิดเผยไหม
“ครับ เราก็ศึกษากันไปเรื่อย ๆ ตอนนั้นเขาเป็นคนพิเศษคนหนึ่งที่เข้ามาคุยกัน เวลาไปไหนมาไหนด้วยกันผมก็ไปปกติเลยครับ มันไม่ต้องปิด ต้องเปิดอะไร ในชีวิตผมมันก็ธรรมดาชิล ชิล 2-3 ปี ที่คบกันคุณพ่อคุณแม่ก็รู้ ไม่ได้ปิดกั้นอะไร”

อะไรที่ตัดสินใจให้เขาเป็นคนพิเศษ
“เขาไปมาหาสู่คุณพ่อคุณแม่ของเรา แล้วเราก็ไปมาหาสู่คุณแม่ของเขา มันก็เริ่มเป็นการผูกพัน และเกิดความรักขึ้นมา ในเมื่อความรักมันมาถึงจุดที่พร้อมแล้ว ก็มีน้องได้เลย เพราะว่าเราก็อายุ 35 แล้ว ถ้าจะมีลูกตอนอายุ 40 ก็ไม่ไหว วิ่งตามลูกไม่ทัน มันก็มีน้องเลยดีกว่า”

การมีน้องเป็นการวางแผนของเราสองคนหรือความบังเอิญ
“เราวางแผนกันเรียบร้อยแล้ว ที่ผ่านมาผมเคยให้สัมภาษณ์ว่าถ้าจะแต่งงานคือผมจะมีลูกเลยนะ”

ระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมา เราบอกว่าโสด และก็มีข่าวกับสาว ๆ มาเรื่อย ๆ
“มันคือสิ่งที่ผ่านมาแล้ว ตอนนี้เป็นเรื่องของปัจจุบัน ผมมีครอบครัวแล้ว แน่นอนว่าครอบครัวต้องมาก่อน ลูกต้องมาก่อน”

แสดงว่าก่อนที่เราจะแต่งงาน แสดงว่าเราก็คบกับ ตาล นางแบบสาว
“กับตาลผมรู้จักมานานแล้ว เขาทำงานเกี่ยวกับวงการหรือเปล่าผมไม่แน่ใจ เราก็มีเฟซบุ๊กกัน พอเขาพิมพ์อะไร ผมก็เข้าไปพิมพ์กวนเท่านั้นเอง มันก็เลยมีเรื่องมีราวขึ้น ไม่ได้เจอกันมาปีกว่าแล้วครับ”

เขาช็อกกับสิ่งที่เราเซอร์ไพรส์
“เขาช็อก ผมก็ไม่รู้ว่าเขาช็อกอะไร”

เขามีความหวังในตัวเราหรือเปล่า
“โอ้โห มีความหวังในตัวผมเลยเหรอ ถามว่าผมเห็นแล้วใช่ไหม คือผมเห็นแล้ว ผมบอกเลยว่าผมไลน์ไปถามว่ามันเกิดอะไรขึ้น เขาบอกว่าไม่มีอะไร เขาก็เมนต์ไปตามปกติของเขา แล้วผมก็เมนต์ไปแค่นั้นเอง”

แล้วที่เขาบอก ไปสิ ไปสิ คืออะไร
“เขาก็แค่บอกว่าก็ไปสิ ก็เป็นคำสั้น ๆ แค่นั้นเอง ไม่ได้มีนัยอะไรเลย ผมจะไปมีนัยอะไรกับใครล่ะ”

เรียกว่าเราไม่ได้คบซ้อน
“ไม่ได้คบซ้อน ถ้าเขาจะออกมาพูดถึงความสัมพันธ์กับผมเป็นหนังคนละม้วน ผมว่าไม่มีหรอก ไลน์ไปถามเลย คือก่อนหน้านี้ผมไลน์ไปถามเขา ว่ามัน เกิดอะไรขึ้น มีประเด็นอะไรขึ้น แล้วเราก็แค่อยากรู้คำตอบ ว่าเขาระบายอะไรหรือเปล่า เขาก็บอกว่าระบายเรื่องปกติของเขา แล้วผมเข้าไปเมนต์ปกติ ผมชอบเมนต์แซวเขาอยู่แล้ว”

เบลเข้าใจไหม
“เขาก็รู้แต่เราก็ไม่มีอะไรมาก คือเราก็ให้ความมั่นใจกับเขาระดับหนึ่ง และเขาก็คงเข้าใจสไตล์ผมด้วย ว่าเป็นคนแบบนี้ เรื่องเพลย์บอยผมบอกเลยว่าเป็นเรื่องอดีตไปแล้ว ตอนนี้คือปัจจุบัน ผมมีครอบครัวผมมีลูกแล้ว ตอนนี้คำว่าแบดบอยเปลี่ยนเป็นแฟมิลี่แมนดีกว่า จบนะ แล้วที่ถามว่าเป็นเสือถอดเขี้ยวเล็บไหม คือพี่ครับ เสืออย่างไรก็เป็นเสือ เว้นแต่ว่ามันจะจำศีลอยู่หรือเปล่า”

ตอนนี้จำศีลหรือเปล่า
“ก็ต้องจำศีลสิ อย่าลืมนะ ว่าพ่อตาผมเป็นตำรวจ และที่สำคัญผมมีพี่เขยโหดนะ (หัวเราะ) ผมก็ต้องจำศีลสิ”

เราให้ความมั่นใจครอบครัวเขาอย่างไร
“เอาใจล้วน ๆ เลย เอาใจไปเลย ผมไม่มีอะไรผมพูดเลย”

มีลูกแล้วรู้สึกอย่างไร
“แน่นอนว่าความรู้สึกแรกคือต้องวิ้งก่อน วิ้งว่ามันต้องทำอะไรต่อ มีท้องแล้วเราต้องไปสเต็ปไหน ต้องทำตัวอย่างไร และมันจะคิดไปต่าง ๆ นานาว่า เกิดมาเขาจะสมบูรณ์ไหม เขาจะเป็นอะไรไหม มันคิดตลอดเวลา”

ตอนนี้ทราบเพศลูกหรือยัง
“เพศชายครับ”

ตั้งชื่อหรือยัง
“ชื่อน้องคือชื่อที่อยู่ในท้องในเวลา 4-5 เดือนที่คุยกับลูก ผมก็เรียกเขาว่าพารัน เพราะผมชื่อภรัญยู”

ตอนนี้ภรรยาเราท้องกี่เดือนแล้ว
“ประมาณ 4-5 เดือนแล้วครับ”

มีอาการแพ้ท้องไหม
“ผมแพ้ครับ ทุกวันไม่เคยอยากกินกระท้อนก็อยากกินครับ ไม่เคยจะกินมะขามก็กิน แล้วก็เป็นผื่นกุหลาบ ซึ่งมันจะมีแค่คนท้องที่เป็น ผมก็เป็น อยากกินอุทัยทิพย์ แปลกมาก ไม่เคยเจอเลย (หัวเราะ) ก็แพ้ท้องแทนเขาครับ”

ไลฟสไตล์ของเราต้องเปลี่ยนไปไหม จากใช้ชีวิตคนเดียว
“มันก็เปลี่ยนในระดับหนึ่งครับ แต่ว่าเราก็เป็นลุคปกติครับ อาจจะมีลุคแฟมิลี่แมนเข้ามาบ้าง แล้วไลฟสไตล์เรา คือประมาณ 2-3 ปีที่เราคบกันมา เขาก็รู้อยู่แล้วว่าเราเป็นแบบไหน เขาก็โอเพ่น เราก็โอเพ่น ก็ชิว ๆ ง่าย ๆ สบาย ๆ ครับ”

จะหยุดโชว์เซ็กซี่ไหม
“ไปเรื่อย ๆ ครับ ยิ่งมีลูกเดี๋ยวเซ็กซี่กับลูกเลยครับ”

แล้วเรื่องสัก จะหยุดไหม
“ไม่หยุดครับ ไปเรื่อย ๆ ครับ”

เว้นที่ไว้สักหน้าลูกหรือยัง
“เรียบร้อยแล้วครับ ตอนนี้วางแผนข้างหลังไว้แล้ว ว่าจะสักอะไรครับ”

เตรียมตัวเป็นคุณพ่ออย่างไรบ้าง
“จะบอกว่าช่วงเวลาที่ผมรู่ว่าตัวเองมีลูก คนแรกที่รู้ จำไว้เลยนะครับ คือพี่มิค บรมวุฒิ หิรัญยัษฐิติ ซึ่งเขามีลูกอยู่แล้ว แล้วเขาเป็นคนที่แนะนำที่ฝากท้องว่าเป็นยังไง คือคนนี้เขารู้ครับ แต่เขาก็ปิดให้ผม (หัวเราะ) คือคนในวงการที่สนิทจะรู้อยู่แล้วนะครับ แล้วเวลาที่ผมเจอใครที่เขามีลูก ก็จะถามว่าเวลาเลี้ยงลูกเลี้ยงยังไง เขาก็รู้อยู่แล้วครับ ผมก็บอกไปตรง ๆ ไม่ได้ปิด”

พาภรรยาไปฝากครรภ์เรียบร้อยหมดแล้ว
“เรียบร้อยหมดแล้วครับ ปกติทุกอย่าง ไม่ได้แอบอะไรเลยครับ แค่ไม่มีใครถาม ไม่มาอะไรเฉย ๆ”

เพื่อนสนิทเรา พอเราบอกเขาตกใจไหม
“เขาไม่ได้ตกใจครับ เขายินดีกับเราด้วยซ้ำ อย่าลืม 35 แล้วนะ อายุปูนนี้แล้ว ควรมีลูกได้แล้ว”

พ่อเราว่ายังไงบ้าง
“พ่อแฮปปี้ครับ อย่าลืมนะเวลาทุกครั้งที่สัมภาษณ์พ่อก็จะบอกเมื่อไหร่จะมีหลาน ตอนนี้พอมีหลานให้เงียบครับ ปกติ”

หลังจากนี้วางแผนครอบครัวยังไง จะอยู่ที่ไหน
“ก็คงอยู่ที่กรุงเทพครับ ทางพ่อตาก็เตรียมที่ให้เราเข้าไปอยู่เรียบร้อยแล้ว คือต้องบอกว่าพ่อตาดีมาก ตั้งแต่รู้ว่าจะจัดงานเขาเตรียมหมดเลย ตั้งแต่วัดอยู่ตรงไหน ประสานงานนู่นนี่ แล้วก็ให้เข้ามาอยู่กับพ่อแม่ เดี๋ยวช่วยดูแลหลานให้ ต้องบอกตรง ๆ ว่าผมอยู่กรุงเทพฯ คนเดียว ใช้ชีวิตคนเดียว เขาก็เหมือนเมตตาผม ให้ผมมาอยู่กับครอบครัวเขาได้เลยครับ จะได้เป็นครอบครัวเดียวกัน ตอนนี้รอพ่อตากำลังทำห้องให้อยู่ ยังไม่ได้ย้ายเข้าไป”

จะมีงานฉลองมงคลสมรสไหม
“คงไม่มีครับ แต่ว่าสิ้นเดือนนี้ได้ยินว่า พี่เป๊ก ชวนไปกินข้าวที่บ้านครับ แค่นั้นพอแล้วครับ ถามว่าต้องแต่งตัวเรียบร้อยไหม ผมก็จะแต่งตัวปกติธรรมดาครับ”

วางแผนมีลูกกี่คน
“ขอมีคนเดียวก่อนครับ ขอลองเลี้ยงดูว่าเขาเป็นอะไรยังไง เพราะอย่าลืมว่าการเลี้ยงลูกมันไม่เหมือนการเล่นละครหรือทำพิธีกรนะครับ เพราะอันนี้เรารู้แล้วว่าต้องทำยังไง แต่ว่าอันนี้คือเลี้ยงลูก เราต้องศึกษาการเลี้ยงดูเขา คือตอนนี้มันคิดหมดเลยวางแผนว่าต้องซื้ออะไรบ้าง แต่ว่าตนที่มีลูกมาก่อนบอกว่ายังไม่ต้องซื้อนะ รอให้มีก่อนแล้วเดี๋ยวจะรู้ว่ามันต้องซื้ออะไรบ้าง”

กำหนดคลอดเมื่อไหร่
“ประมาณเดือน พ.ค.-มิ.ย.นี้ครับ”

กังวลกับความเป็นคุณพ่อมือใหม่ไหม
“กังวลครับ กังวลตลอดว่าเราจะเป็นพ่อที่ดีให้เขาได้หรือเปล่า เพราะผมก็ไม่ใช่คนดีอะไรมาก ก็กังวลว่าจะเลี้ยงลูกได้ดีหรือเปล่า แต่ในเมื่อเขามาผมก็จะพยายามครับ”

ต้องทำงานในวงการหนักกว่าเดิมไหม
“ทำปกติครับ ผมทำงานได้ตลอด ขนาดแต่งงานผมยังไปถ่ายละครเลย ผมก็สดเหมือนกัน”

ตอนกลับไปถ่ายละครเพื่อน ๆ ในกองแสดงความยินดีด้วยไหม
“เขายังไม่รู้กันครับว่าผมมีครอบครัว ผมแต่งงาน ผมไม่ได้บอกใคร ผมบอกแล้วว่าถ้าผมมีก็มีไปเลย ไม่ต้องประกาศให้ใครรู้”

ในส่วนของเบลเขาทำอะไร
“ครอบครัวเขามีธุรกิจของเขาอยู่แล้ว ตอนนี้เขาก็ทำงานเกี่ยวกับการจัดงานอีเวนต์”

เราจะเข้าไปมีส่วนร่วมในการสร้างครอบครัวด้วยกันไหม
“ต่างคนต่างทำงานครับ ถ้าวันไหนเขาใกล้จะคลอดเขาก็กลับมาทำที่บ้านของเขา”

รีสอร์ตของเราเขามีหุ้นไหม
“ไม่มีครับ เป็นของผมกับคุณพ่อผม”

ถ้าหลังจากนี้มีสาว ๆ ออกมาแฉ มาแสดงความเป็นเจ้าของเราอีกจะยังไง
“ก็บอกเขาไปเลยว่าผมมีครอบครัวแล้ว ผมมีลูกแล้ว รู้ว่าควรจะทำยังไง”

เบลใช้นามสกุลไหน
“เราตกลงกันแล้วว่าใช้นามสกุลใครนามสกุลมัน แต่ของลูกกำลังคิดอยู่ว่าจะใช้นามสกุลผม หรือนามสกุลแม่เขา หรือจะจดพร้อมกันเลยก็ได้ กำลังดูอยู่ ส่วนเรื่องการจดทะเบียนสมรส เรายังไม่ได้คิดกันถึงเรื่องนั้น คิดแค่เรื่องลูก ถ้าเกิดลูกต้องใช้นามสกุลฝั่งภรรยาผมก็ไม่ติดขัดอะไร”

ณ ตอนนี้มีความสุขแค่ไหนหลังจากที่เราตั้งความหวังว่าอยากจะมีลูกให้พ่อ
“เรียกว่าสิ่งที่ผมวางแผนไว้สำเร็จเกือบครบถ้วนแล้ว ตอนนี้เหลือวางให้เขาโตมาแล้วใช้ชีวิตในสังคม เลี้ยงเขาให้ดี ว่ากันไปตามถูกผิด ถ้าเขาทำถูกก็ว่าถูก ถ้าเขาทำผิดก็ว่าผิดครับ”

 

keyboard_arrow_up