ผัวร่างทรงโต้ ลวง 30 ล้านเหยื่อสูงวัย ฉะกลับหมดตัว เหตุแย่งมรดกตระกูล (คลิป)

กรณีมีผู้เสียหาย ร้องเรียนมายังทีมข่าวอมรินทร์ทีวี ผ่านทางแฟนเพจเฟซบุ๊ก “ทุบโต๊ะข่าว Amarin TV 34” โดยเล่าเรื่องราวว่า แม่ของตนเองถูกร่างทรงคนหนึ่งหลอก เชื่อว่ามีการสื่อสารกับดวงวิญญาณของพ่อที่เสียชีวิตไปแล้ว และได้หลอกให้มีการโอนเงินเสียหายไปแล้ว กว่า 30 ล้านบาทนั้น (อ่าน : หนุ่มแฉ ร่างทรงสูบเงินแม่ 30 ล้าน ลวงผีพ่อถูกรังแก – เจ้าตัวโต้โอนเอง เล่นหวยหุ้น)

นายณรงค์ สุขกลัด สามีของนุช

วันที่ 13 ธ.ค. 61 ที่ ต.บางพระนาง อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี บ้านของผู้ที่ถูกอ้างว่าเป็นร่างทรงชื่อนุช โดยวันนี้นุชไม่อยู่บ้าน นายณรงค์ สุขกลัด สามีของนุช เผยว่า ยืนยันว่านุชไม่ได้เป็นร่างทรง แต่ทำงานเป็นผู้ช่วยให้เจ้านายที่ชื่อศรีเท่านั้น และทำมาหลายปีแล้ว ส่วนกรณีที่มีผู้เสียหายร้องเรียนมาว่านุชเป็นร่างทรง หลอกเอาเงินแม่เขามา 30 ล้านบาทนั้น ตนคิดว่าอาจจะมีการขัดแย้งในเรื่องของธุรกิจในครอบครัวของผู้เสียหายเองมากกว่า ซึ่งฝั่งผู้เสียหายก็ยังไม่ได้พูดความจริงออกมา ตนเป็นคนนอก จึงไม่อยากพูดอะไรมาก เพราะว่าไม่รู้เรื่อง

ส่วนเรื่องตุ๊กตาที่นุชมี เป็นตุ๊กตาเด็กเล่นที่เป็นของสะสมของนุช ไม่ใช่เรื่องเกี่ยวกับตุ๊กตาร่างทรงหรือตุ๊กตาลูกเทพแต่อย่างใด อีกทั้งหากนุชหลอกเงินของผู้เสียหายมาจำนวน 30 ล้านบาทจริง ป่านนี้คงรวยไปแล้ว แต่ความเป็นอยู่ก็ตามที่เห็น ตนก็ยังประกอบอาชีพช่างซ่อมรถอยู่ ซึ่งตนมีเงิน 30 ล้านบาท ก็คงไปเมืองนอกแล้ว ไม่มานั่งทำงานอยู่ที่นี่หรอก

น.ส.อ้อ พี่สาวของนุช ที่ผู้เสียหายอ้างว่าเป็นนุช (แฟ้มภาพ)

ทั้งนี้ หลังจากที่มีข่าวออกมา นุชก็ไม่มีอาการเครียด เพราะไม่ได้เอาเงินของใครมา เงินจำนวนถึง 30 ล้านบาท ไม่ใช่น้อย ใครจะสามารถไปหลอกคนอื่นได้ สมมติว่าตนจะไปหลอกใคร ใครเขาจะให้หลอก เพราะแค่ 300 บาท ก็คงจะไม่ให้แล้ว แต่ตนก็ไม่ได้พูดคุยกับนุชมาก เพราะเห็นว่า มีการไปคุยกับผู้เสียหายที่โรงพักแล้วเมื่อวานนี้

นอกจากนี้ ตนเชื่อว่าอาจจะเป็นเรื่องของมรดก 30 ล้านบาท ซึ่งคนในครอบครัวแบ่งกันไม่ลงตัว หรือไม่อยากจะแบ่งให้กัน แล้วจึงโยงมาว่านุช ภรรยาของตน เอาเงินไป คงเป็นเพราะอยากจะได้เงิน

นายชนนท์ ลิ้มชุณหนุกูล ผู้เสียหาย

ที่ สภ.บางใหญ่ นายชนนท์ ลิ้มชุณหนุกูล ผู้เสียหาย เปิดเผยว่า วันนี้มาแจ้งความที่สภ.บางใหญ่เพิ่มเติม เพื่อขอให้ตำรวจอายัดบัญชีของนุช เพราะเมื่อวานนี้ ยังไม่ได้แจ้งอายัด โดยเมื่อวานนี้ตนออกรายการต่างคนต่างคิด เมื่อกลับไปบ้านก็ได้นั่งคุยกับครอบครัว ขอให้แม่ให้ความร่วมมือ และแม่ก็รับปากว่าจะให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่

ส่วนพี่ชายคนโตของตนเอง ยังยืนยันว่าจะไม่ยุ่งกับเรื่องนี้ ตนขอให้มาช่วยแจ้งความเพิ่มเติม ก็ไม่ให้ความร่วมมือ เพราะหากพี่ชายคนโตให้ความร่วมมือ คดีนี้จะง่ายขึ้น หลังจากนี้ ตนอาจจะไปร้องเรียนที่กองปราบ เพื่อให้คดีเร็วขึ้น และทนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ก็ยืนยันว่าจะไปกับตนด้วย

เมื่อวานนี้ แม่ของตนเอง และนุชเข้ามาที่โรงพัก และมีท่าทีคล้ายกับจะโน้มน้าวทำให้แม่ของตนเปลี่ยนใจและถอนแจ้งความ ซึ่งตนเองยืนยันว่า เวลาแม่อยู่กับนุชจะเหมือนเป็นอีกคน และเชื่อฟังนุชมาก นิสัยของแม่จะเป็นคนใจดี เรียบร้อย และไม่ค่อยพูด เป็นคนประหยัด และตนคาดว่าแม่อาจจะโดนนุชกล่อมมานานหลายปี โดยนุชใช้จุดอ่อนของแม่ตน และแม่ของตนก็เชื่อใจนุชมาก ส่วนเมื่อวาน ตนก็ได้พูดคุยกับนุชบ้าง ซึ่งเขาก็ยืนยันว่าไม่ได้ทำ แต่เมื่อถามเรื่องแชตว่าทำไมถึงกล้าปลอมเป็นพ่อของตน อีกฝ่ายกลับไม่ตอบ และเปลี่ยนเรื่องคุย

อย่างไรก็ตาม ตนต้องการให้นุชเลิกยุ่งกับแม่และครอบครัวของตน รวมถึงหากทรัพย์สินที่นุชเอาไปยังคงมีเหลือ ก็ให้นำมาคืน เพราะครอบครัวตนเดือดร้อนมาก แต่หลังจากที่ข่าวออกไปก็รู้สึกดีขึ้น เพราะทีมข่าวอมรินทร์ ทีวี ที่ให้ความช่วยเหลือ และมีคนเข้ามาช่วยเหลือมากขึ้น ทำให้คดีก็คืบหน้ามากกว่าเดิม

keyboard_arrow_up