หนุ่มแฉ ร่างทรงสูบเงินแม่ 30 ล้าน ลวงผีพ่อถูกรังแก – เจ้าตัวโต้โอนเอง เล่นหวยหุ้น (คลิป)

จากกรณี ผู้เสียหายร้องเรียนผ่าน แฟนเพจเฟซบุ๊ก ทุบโต๊ะข่าว ของอมรินทร์ ทีวี โดยเล่าเรื่องราวว่า แม่ของตัวเองถูกร่างทรงหลอกว่า สามารถสื่อสารกับดวงวิญญาณของพ่อที่เสียชีวิตไปแล้วได้ และหลอกให้โอนเงิน เสียหายแล้วกว่า 30 ล้านบาท

นายชนนท์ ลิ้มชุณหนุกูล ผู้เสียหาย

วันที่ 11 ธ.ค. 61 นายชนนท์ ลิ้มชุณหนุกูล หรือ นนท์ อายุ 33 ปี ผู้เสียหาย เปิดเผยข้อความสนทนา ระหว่างแม่ของตัวเองกับร่างทรงคนหนึ่ง ซึ่งอ้างว่า เป็นร่างทรงของพระแม่กาลี พระศิวะ หลวงปู่ และเป็นองค์เทพร่างต่าง ๆ และอ้างว่า สามารถสื่อสารกับดวงวิญญาณของพ่อที่เสียชีวิตไปเมื่อเดือน ธ.ค. 55 จากแชตดังกล่าว สังเกตได้ว่า มีการพูดถึงเรื่องของความเชื่อ และขอให้จ่ายเงิน เพื่อจะทำให้พ่อที่เสียชีวิตไปแล้ว ได้พบกับความสุข หลุดพ้นจากสิ่งที่ถูกจองจำ เช่น ดวงวิญญาณของพ่อไปกระทำผิด และมีตำรวจกำลังควบคุมตัวอยู่ จะต้องจ่ายเงินจำนวนหนึ่ง เพื่อจะให้ตำรวจพอใจ แล้วจะปล่อยให้ดวงวิญญาณกลับไปได้

ข้อความสนทนา ระหว่างแม่นายชนนท์ กับร่างทรง

นายชนนท์ กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมา แม่ของตนเชื่อร่างทรง และเริ่มมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ กระทั่งมีการพูดคุยเรื่องของการเลี้ยงกุมาร หรือช่วงที่มีการเลี้ยงลูกเทพ แม่ของตนก็ขอบูชา พร้อมเสียเงินค่าบูชาหลักแสนบาท

จำลองเหตุการณ์ แม่ของนายชนนท์ คุยกับร่างทรง

ซึ่งตลอดช่วงที่ทำงานในบริษัท ผู้หญิงคนนี้ก็ทำตัวปกติ แต่มีพนักงานเล่าให้ฟังว่า เคยพบว่ามีอาการผีเข้าเป็นบางครั้ง จนกระทั่งลาออกไป ก็ยังคงติดต่อกับทางคุณแม่ ซึ่งทุกวันนี้แม่ก็มักจะโทรศัพท์พูดคุยกับผู้หญิงคนดังกล่าวเป็นประจำ

โดยช่วงที่พ่อของตนเสียชีวิต ผู้หญิงคนดังกล่าวก็อ้างว่าสามารถสื่อสารกับดวงวิญญาณของพ่อได้ ทำให้แม่เกิดความเชื่อ โดยเป็นการทรงเจ้าแบบออนไลน์ พูดคุยโต้ตอบผ่านข้อความแชต และอ้างถึงเทพหลายองค์ จากนั้นก็เริ่มชักจูงให้แม่ของตนโอนเงิน เพื่อจะนำไปใช้จ่าย หรือจ่ายชำระค่าเสียหายที่ดวงวิญญาณของพ่อไปก่อไว้

หลักฐานการโอนเงิน

โดยแม่ของตนสั่งให้พี่ชายคนโต เป็นผู้โอนเงิน ตั้งแต่หลักหมื่นไปจนถึงหลักแสน รวมมากกว่า 100 ครั้ง และมียอดรวมกว่า 9,876,980 บาท ขณะนี้ บ้านที่ตนอาศัยอยู่ก็มีผู้มาติดต่อซื้อ โดยอ้างว่าได้มีการประกาศขาย ซึ่งความเป็นจริงยังไม่มีการลงประกาศขาย แต่แม่ของตนได้ขายบ้านหลังดังกล่าว ในราคา 30 ล้านบาท และแบ่งเงินส่วนหนึ่งไปจ่ายหนี้ให้กับโรงงานที่ปิดไป จำนวน 8 ล้านบาท ส่วนเงินคงเหลือประมาณ 22 ล้านบาท ก็ถูกทยอยโอนให้หญิงสาวที่เป็นร่างทรง กระทั่งเงินหมดไปอีก 1 ก้อน นอกจากนี้ เมื่อแม่บอกกับร่างทรงว่าไม่มีเงินจะจ่ายเพิ่มแล้ว แต่ร่างทรง ที่อ้างว่าพ่อกำลังประทับทรงอยู่ จึงแนะนำให้แม่ตนกู้ยืมเงินจากญาติพี่น้อง รวมถึงหนี้นอกระบบ เพื่อนำเงินมาจ่ายให้กับร่างทรง

ทั้งนี้ ตนยอมรับว่า ขณะนี้แม่เริ่มรู้ตัวบ้างแล้วว่าถูกหลอกให้โอนเงิน แต่ก็ยังมีความเชื่อและศรัทธาว่าผู้หญิงคนดังกล่าวคือร่างทรง โดยขณะนี้ แม่มีเงินไม่มาก จึงไม่ได้โอนไปให้กับร่างทรงเพิ่มเติมแล้ว ส่วนบ้านที่ขายไปในราคา 30 ล้านบาทนั้น เจ้าของบ้านที่ซื้อไปได้ฟ้องร้องต่อศาล โดยศาลมีคำสั่งให้ย้ายออกภายในวันที่ 29 ธ.ค.นี้ ตนเองจึงเตรียมพาแม่ไปอยู่บ้านที่ต่างจังหวัด พร้อมแจ้งความดำเนินคดีกับร่างทรงแล้ว

นางสาวอ้อ (นามสมมติ) พี่สาวผู้ถูกกล่าวหา พูดคุยกับผู้สื่อข่าว

ด้าน นางสาวอ้อ (นามสมมติ) พี่สาวผู้ถูกกล่าวหา เปิดเผยว่า น้องสาวเป็นคนเงียบไม่คุยกับใคร และไม่ได้เป็นร่างทรง รวมถึงไม่มีพฤติกรรมหลอกโอนเงิน แต่ยอมรับว่า เงินที่ฝ่ายของแม่ของผู้เสียหายให้มานั้น เป็นการลงทุนและใช้จ่ายส่วนตัว ซึ่งเป็นการลงทุนหวยหุ้น ข้อเท็จจริงทั้งหมด เพราะเรื่องทั้งหมดนี้ตนมีหลักฐาน เป็นหนังสือมอบอำนาจ โดยเป็นการเซ็นยินยอมให้น้องสาวตนไปเล่นหวยหุ้นแทน

เอกสารการมอบอำนาจ

ส่วนกรณีที่แชต กล่าวอ้างถึงการหลอกให้แม่ของผู้เสียหายขายบ้านเพื่อนำเงินมาให้กับน้องสาวตนเองนั้น ยอมรับว่าไม่เป็นความจริง และอาจเกิดจากความเข้าใจผิด ซึ่งควรมีการสอบถามจากแม่ของผู้เสียหายโดยตรง ทั้งนี้ กรณีแชตที่มีการพูดถึงการส่งของเทพต่าง ๆ รวมถึงดวงวิญญาณของพ่อของผู้เสียหาย ตนยืนยันว่า ที่บ้านไม่ได้เปิดให้เป็นสำนักของร่างทรง แต่เป็นเพียงแค่นับถือองค์เทพ ที่สำคัญตนเองก็ไม่ทราบเกี่ยวกับแชตไลน์ดังกล่าว

keyboard_arrow_up