แม่สุดช้ำคลอดลูกตาย แฉพยาบาลเล่นมือถือไม่แยแส ร้องเจ็บท้อง – รพ.แจงสายสะดือพันคอ สุดวิสัย (คลิป)

จากกรณี คุณปริชาติ บัวทอง ร้องเรียนว่า เดินทางไปคลอดลูกที่โรงพยาบาลปากท่อ อ.ปากท่อ จ.ราชบุรี แต่ขณะเจ็บท้อง แพทย์และเจ้าหน้าที่ไม่ให้การดูแลเท่าที่ควร ทำให้ลูกต้องถูกสายสะดือพันคอเสียชีวิต โดยเหตุเกิดเมื่อวันที่ 28 พ.ย. 61 ที่ผ่านมา

คุณปริชาติ บัวทอง แม่ของเด็กที่เสียชีวิต

คุณปริชาติ บัวทอง แม่ของเด็กที่เสียชีวิต ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ในรายการต่างคนต่างคิด ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์อมรินทร์ ทีวี ช่อง 34 เวลา 18.50 น. ว่า ตนท้องลูกคนนี้เป็นคนที่ 3 และมีกำหนดคลอดในวันที่ 29 พ.ย. แต่รู้สึกเจ็บท้องก่อน จึงเดินทางไปโรงพยาบาลในอำเภอปากท่อ ตั้งแต่ 09.00 น. ของวันที่ 28 พ.ย. ขณะนั้นรู้สึกเจ็บท้องเป็นพัก ๆ โดยมีอาการปวดประมาณ 15 – 20 นาที แต่แพทย์บอกว่าให้รอปากมดลูกเปิดก่อน กระทั่งตนรอถึงเวลาประมาณ 22.00 น. รู้ว่าน้ำคร่ำเดิน เมื่อแจ้งกับพยาบาลแล้วกลับได้คำตอบว่าให้รอต่อไปอีก

กระทั่งถึงเวลา 04.00 น. ตนรู้สึกผิดปกติ คือ เด็กดิ้นมาก น้ำคร่ำเดิน กระทั่งท้องยุบ จึงเรียกพยาบาล พร้อมขอร้องว่า ให้ส่งตัวไปที่โรงพยาบาลราชบุรี แต่พยาบาลกลับไม่ให้ความสนใจเท่าที่ควร คือนอนคุยโทรศัพท์อยู่ที่โต๊ะ พร้อมบอกให้ตนรอ ส่วนอาการเจ็บก็ให้ทนไปก่อน และมีการเช็กความถี่ของอาการเจ็บท้องเป็นระยะ ซึ่งขณะนั้นมีพยาบาลอยู่เพียงคนเดียวเท่านั้น ต่อมาเวลาประมาณ 05.30 น. พยาบาลมาตรวจ พบว่าหัวใจของเด็กเต้นแผ่วกว่าปกติ คือ ประมาณ 50 ครั้งต่อนาที กระทั่งเด็กไม่หายใจ และแพทย์จึงเพิ่งมาที่โรงพยาบาลเวลา 06.00 น. หลังจากนั้น เจ้าหน้าที่ก็ให้ตนเข้าห้องคลอดเพื่อนำตัวเด็กออกมา ในเวลาเกือบ 12.00 น.

คุณปริชาติ กล่าวต่อว่า ขณะที่ตนกอดร่างของลูกชายนั้น พบว่าลูกยังตัวอุ่น มีสภาพแข็งแรงดี โดยแพทย์แจ้งสาเหตุการเสียชีวิตของลูกว่า สายสะดือพันคอ ตนยังต่อว่าพยาบาลอยู่ว่า หากส่งตัวตนไปที่โรงพยาบาลราชบุรี ตั้งแต่เวลา 04.00 น. เด็กก็คงจะไม่ตาย แต่พยาบาลกลับตอบกลับมาว่า ถึงจะส่งไปตั้งแต่ตอนนั้น เด็กก็คงจะเสียชีวิตอยู่ดี

คุณนันท์นภัส บัวทอง น้าของเด็กที่เสียชีวิต

คุณนันท์นภัส บัวทอง น้าของเด็กที่เสียชีวิต กล่าวว่า ญาติไปที่โรงพยาบาล เมื่อไปถึงก็พบว่าคุณปาริชาตินอนร้องไห้ ใส่หน้ากากออกซิเจน กอดบุตรชายที่เสียชีวิตอยู่แล้ว ตนเห็นร่างหลานสมบูรณ์ มีเพียงรอยบุ๋มที่ศีรษะจากเครื่องดูดเท่านั้น ตนรู้สึกคาใจว่าเหตุใดจึงไม่ส่งตัวคนไข้ไปที่โรงพยาบาลราชบุรีตั้งแต่แรกที่รู้ว่าหัวใจของเด็กเต้นผิดปกติ

คุณประมวล บัวทอง ยายของเด็กที่เสียชีวิต

คุณประมวล บัวทอง ยายของเด็กที่เสียชีวิต กล่าวว่า วินาทีที่ตนรู้ว่าหลานเสียชีวิต ตนก็ช็อก ล้มทั้งยืน ดีที่มีลูกเขยช่วยประคองร่างไว้ เพราะจากสภาพศพของหลาน ตนเห็นว่าแข็งแรง มีน้ำหนักถึง 2,700 กรัม และตัวยังอุ่นอยู่ เพียงแค่ไม่ลืมตาเท่านั้น ซึ่งหลังจากนั้น โรงพยาบาลก็มีการเรียกญาติ ๆ ไปชี้แจงอาการ โดยบอกว่าเป็นเหตุสุดวิสัย เนื่องจากมีสายสะดือพันคอ ซึ่งขณะนั้นแพทย์ได้อธิบายว่า อาการสายสะดือพันคอ คล้ายกับคนผูกคอ ตนจึงตอบกลับไปว่า แล้วเหตุใดเจ้าหน้าที่จึงนั่งดูหลานของตนถูกผูกคอโดยไม่ทำอะไรเลย และเหตุใดจึงไม่รีบแก้ปัญหาตั้งแต่รู้ว่าเด็กมีชีพจรผิดปกติ

ซึ่ง คุณประมวล กล่าวต่อว่า ตนต้องการให้โรงพยาบาลดังกล่าวปรับปรุงการทำงาน เพราะหลานของตนก็มีชีวิต เหตุใดจึงปล่อยให้เกิดเรื่องดังกล่าวขึ้น ชาวบ้านธรรมดาอย่างตนยังสามารถประเมินได้ว่า ลูกอายุมากแล้วอาจจะคลอดยาก แต่เหตุใดแพทย์จึงไม่รู้ นอกจากนี้ยังมีเจ้าหน้าที่บอกตนว่า กรณีดังกล่าวเป็นเคสยาก ตนก็สงสัยว่า หากเป็นเคสยากแล้วไม่มีการส่งตัวผู้ป่วยไปที่อื่น หากมีผู้ป่วยมาด้วยกรณีแบบเดียวกัน 10 คน จะไม่เสียลูกไปทั้ง 10 คน เลยหรือ

นพ.สิทธา ลิขิตนุกูล หรือ หมอกอล์ฟ แพทย์สังคมสื่อสารเพื่อคุณธรรม

จากนั้น นพ.สิทธา ลิขิตนุกูล หรือ หมอกอล์ฟ แพทย์สังคมสื่อสารเพื่อคุณธรรม แสดงความคิดเห็นว่า กรณีนี้ทั้งแพทย์และพยาบาลอาจจะเห็นว่า ผู้ป่วยคลอดลูกเป็นท้องที่สามแล้ว อาจจะคลอดง่าย จึงตัดสินใจให้ผู้ป่วยคลอดเอง และรอให้ปากมดลูกเปิดให้เต็มที่ก่อน ส่วนเรื่องอาการเจ็บท้องคลอดแล้วเจ้าหน้าที่บอกให้รอนั้น อาจเป็นไปได้ว่าเจ้าหน้าที่คิดว่าเป็นอาการเจ็บท้องหลอก จึงบอกให้ผู้ป่วยรอให้ปากมดลูกเปิดโดยสมบูรณ์

นพ.สิทธา กล่าวต่อว่า ส่วนสาเหตุที่แพทย์แจ้งว่า สายสะดือพันคอเป็นเหตุสุดวิสัยนั้น ก็ขึ้นอยู่พยาบาลผู้ประเมินอาการ ซึ่งหากเห็นว่าผู้ป่วยมีความเสี่ยงหรือฉุกเฉินมาก ก็ควรเรียกแพทย์ให้เข้ามาดูอาการ ซึ่งจากที่ฟังผู้ป่วยอธิบายอาการนั้น พบว่าเด็กมีอัตราการเต้นของหัวใจอ่อนอยู่ก่อนแล้ว คือ 50 ครั้งต่อนาที ซึ่งปกติควรจะมากกว่า 100 ครั้งต่อนาที ถือว่าเป็นสัญญาณไม่ดี เป็นภาวะฉุกเฉินที่ต้องทำคลอดแล้ว ตนจึงไม่ทราบว่าเหตุใดพยาบาลผู้ดูแลจึงไม่แจ้งแพทย์

นพ.ประเสริฐ ฉัตรวิชชานนท์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลปากท่อ

ด้าน นพ.ประเสริฐ ฉัตรวิชชานนท์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลปากท่อ กล่าวว่า ตามปกติแล้ว หากมีกรณีคลอดผิดปกติ แพทย์จากโรงพยาบาลปากท่อจะปรึกษาสูติแพทย์ของโรงพยาบาลราชบุรีก่อนทุกราย แต่สำหรับคนไข้รายนี้ เกิดอัตราการเต้นของหัวใจของเด็กแปรปวน โดยไม่ทราบสาเหตุ ส่วนภาวะสายสะดือพันคอทารกนั้น ถือเป็นเหตุสุดวิสัย

ส่วนเรื่องที่ไม่ได้ส่งตัวผู้ป่วยไปโรงพยาบาลราชบุรีนั้น เพราะเห็นว่าผู้ป่วยมีการคลอดปกติ ประกอบกับการส่งตัวจะต้องทำตามขั้นตอนและพิจารณาว่า อาการของผู้ป่วยนั้นเข้าเกณฑ์หรือไม่

ส่วนช่วงจัดงานศพนั้น เจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลก็ไปร่วมงานด้วย แต่ในวันสุดท้าย เจ้าหน้าที่ไม่ได้ไปเพราะติดงาน แต่ทั้งนี้ โรงพยาบาลก็จะดูแลเรื่องของความช่วยเหลือต่าง ๆ เท่าที่สามารถช่วยได้ และจะพยายามดูแลอย่างดีที่สุด

คุณปริชาติ ยื่นหนังสือต่อเจ้าหน้าที่ศูนย์ดำรงธรรม

ซึ่งในช่วงบ่ายของวันนี้ คุณวิเชียร ปานดาทอง อายุ 34 ปี คุณปริชาติ บัวทอง อายุ 41 ปี พ่อแม่ และญาติ เดินทางเข้าร้องเรียนต่อศูนย์ดำรงธรรม ที่ศาลากลางจังหวัดราชบุรี

คุณปริชาติ ผู้เสียหาย และครอบครัว เดินทางร้องเรียนศูนย์ดำรงธรรม จังหวัดราชบุรี

โดย คุณปริชาติ กล่าวว่า ขณะนี้ได้เผาศพน้องโฮมไปสู่สุคติแล้ว เมื่อวันที่ 2 ธ.ค. ที่ผ่านมา สาเหตุการเสียชีวิตของลูกอาจจะมาจากน้ำคร่ำไหลออกมาจากท้องหมดแล้ว และเด็กอาจจะดิ้น เพราะเมื่อคลอดออกมาพบว่าสายสะดือพันคอเด็ก วันนี้ตนจึงมาร้องขอความเป็นธรรมจากศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดราชบุรี เพื่อขอให้ช่วยให้ความเป็นธรรมกับครอบครัวด้วย โดยโรงพยาบาลควรจะต้องมีการดูแลคนไข้ให้ดีกว่านี้ และพยาบาลก็ควรจะดูแลผู้ป่วย เมื่อคนไข้เรียกหา ควรจะลุกขึ้นมาดูคนไข้ แต่กลับมานอนเล่นโทรศัพท์มือถือ

keyboard_arrow_up