เปิดคลิปลับหมอขืนใจคนไข้ พร่ำบอกอย่ากลัวท้อง – เหยื่อแจง ให้เลขบัญชีหวังเป็นหลักฐานมัด (คลิป)

จากกรณี หญิงชาวอุทัยธานี เข้าแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า ถูกสูตินรีแพทย์กระทำอนาจารและข่มขืน ขณะตรวจภายในที่คลินิกแห่งหนึ่ง ในจังหวัดนครสวรรค์นั้น (อ่าน : หมอสูติฯ ฉาว เข้าพบตำรวจแล้ว ปัดข่มขืนสาวคนไข้)

ศรันยา หวังสุขเจริญ ทนายความ และแอดมินเพจทนายนิด้า

วันที่ 15 พ.ย. 61 คุณศรันยา หวังสุขเจริญ ทนายความ และแอดมินเพจทนายนิด้า ให้สัมภาษณ์ในรายการต่างคนต่างคิด ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์อมรินทร์ ทีวี เอชดี ช่อง 34 เวลา 18.50 น. ว่า ผู้เสียหายเดินทางไปพบหมอสูติฯ คนดังกล่าวเมื่อวันที่ 5 ก.ย. เป็นครั้งแรก ด้วยอาการปวดท้อง ซึ่งขณะนั้นยังไม่มีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้น แต่ทราบว่า หมอคนดังกล่าวมีนิสัยชอบพูดจาแทะโลม จากนั้นผู้เสียหาย จึงเดินทางไปตรวจภายในที่คลินิกอีกครั้ง เมื่อวันที่ 24 ก.ย. เนื่องจากมีอาการแพ้ยา และมีผื่นที่อวัยวะเพศ

ภาพจำลองเหตุการณ์ขณะผู้เสียหายตรวจภายในกับแพทย์

ซึ่งลักษณะการตรวจ คือ ให้คนไข้เปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นผ้าถุง ขึ้นเตียงขาหยั่ง แล้วจากนั้นแพทย์ก็ปิดไฟ ซึ่งขณะนั้นคนไข้ก็ไม่รู้ว่ากระบวนการตรวจภายในจะต้องทำอย่างไรบ้าง จึงไม่ได้สงสัยอะไร หลังจากนั้นผู้เสียหายก็รู้สึกว่า ถูกอะไรบางอย่างสอดใส่เข้ามาในช่องคลอด อีกทั้งหลังสอดใส่ หมอคนดังกล่าวก็โน้มตัวลงมาทับ ลักษณะคล้ายกำลังจะมีเพศสัมพันธ์ และกอดคนไข้ รวมถึงมีการเป่าหูผู้เสียหายอีกด้วย ซึ่งระหว่างตรวจ ใช้เวลา 15 – 20 นาที

หลังจากนั้น ผู้เสียหายก็ไม่ได้นำเรื่องราวไปบอกใคร เก็บเรื่องเอาไว้หลายวัน เพราะรู้สึกอาย ไม่อยากเอาเรื่อง รวมถึงไม่รู้ว่าจะหาหลักฐานจากที่ใด แต่มีการไปปรึกษาจิตแพทย์ กระทั่งยอมมาบอกเรื่องกับพี่ที่สนิทกัน จากนั้น จึงได้มาแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในวันที่ 6 ต.ค.

ส่วนเรื่องที่สงสัยว่า เหตุใดผู้เสียหายจึงไม่ขัดขืนตั้งแต่แรก เนื่องจากรู้สึกกลัว และไม่แน่ใจว่าหากขัดขืนหรือร้องตะโกน จะถูกหมอทำร้ายหรือไม่ และตนขอยืนยันว่า ผู้เสียหายกับผู้ก่อเหตุ ไม่ได้รู้จักกันมาก่อน แต่เรื่องที่แพทย์คนนี้ สามารถหาไอดีไลน์ของผู้เสียหายเจอนั้น คาดว่าอาจจะได้ข้อมูลจากประวัติของคนไข้ และเรื่องที่ผู้เสียหายเรียกร้องเงินนั้น ก็มาจากความคิดของตน ที่แนะนำให้ผู้เสียหายลองส่งเลขบัญชีไป เพื่อหลอกล่อสร้างหลักฐานให้แพทย์ยอมรับ เนื่องจากคดีดังกล่าวไม่มีประจักษ์พยาน จึงจำเป็นจะต้องอาศัยพยานแวดล้อมต่าง ๆ เข้ามาช่วยชี้ให้ศาลเห็นเจตนา

ข้อความแชตของแพทย์กับผู้เสียหาย (ขอบคุณภาพจาก เพจเฟซบุ๊ก ทนายนิด้า)

คุณศรันยา เปิดเผยอีกว่า หลังจากที่สูตินรีแพทย์คนดังกล่าว ทราบว่าผู้เสียหายเดินทางเข้าไปแจ้งความ ก็เริ่มส่งข้อความมาหาผู้เสียหายบ่อยขึ้น ซึ่งจากข้อความสนทนาดังกล่าว พบว่า แพทย์อ้างว่าสิ่งที่สอดใส่ในวันที่เกิดเหตุนั้นคือของปลอม และกระทำเพื่อให้คนไข้รู้สึกผ่อนคลาย ไม่เจ็บปวด นอกจากนี้ ยังอ้างเรื่องความรักใคร่ มีการพูดคุยในลักษณะคล้ายกับว่าจะมาจีบ เพื่อเบี่ยงเบนกระเด็นเป็นเรื่องชู้สาวอีกด้วย

ส่วนเรื่องเงิน 300,000 บาท ที่แพทย์โอนเงินมาให้ในวันนี้นั้น พบว่าแพทย์คนดังกล่าว มีการติดต่อมาก่อนแล้วว่าจะโอนเงินมาให้ และให้ผู้เสียหายไปถอนแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยให้บอกกับเจ้าหน้าที่ว่ามีการไกล่เกลี่ยกันเรียบร้อยแล้ว

ซึ่งหลังจากที่ตนโพสต์เรื่องราวดังกล่าวลงในเฟซบุ๊ก ปรากฏว่าได้รับการติดต่อจากผู้เสียหายรายอื่นอีกมาก ทั้งที่คิดว่าเพียงแค่เหตุเกิดในจังหวัดนครสวรรค์ แต่ผู้ที่ติดต่อเข้ามา กลับบอกชื่อของแพทย์ได้อย่างถูกต้อง โดยมีทั้งผู้ที่ถูกจับหน้าอก และถูกกระทำชำเรา ซึ่งนอกจากนี้ ยังมีแพทย์หญิงคนหนึ่ง ที่เคยฝึกงานกับผู้ก่อเหตุ ให้ข้อมูลว่า เคยถูกผู้ก่อเหตุลวนลามอีกด้วย

ข้อความจากคลิปเสียงการสนทนาระหว่างผู้เสียหาย และสูตินรีแพทย์

ทั้งนี้ คุณศรันยา เปิดเผยคลิปเสียงการสนทนาระหว่าง สูตินรีแพทย์ และผู้เสียหาย ซึ่งในคลิปดังกล่าว มีการขอโทษเรื่องที่คล้ายมีอะไรกัน พร้อมบอกว่า ไม่ต้องกลัวติดโรค หรือท้อง โดยลักษณะการพูดคุยนั้น ฝ่ายชายจะใช้สรรพนามคล้ายเป็นคนรัก เมื่อเรียกฝ่ายหญิง รวมทั้งยังมีถ้อยคำบอกรักกันด้วย

ปนัดดา วงศ์ผู้ดี หรือบุ๋ม ดารานางแบบ และอดีตนางสาวไทย

ด้าน ปนัดดา วงศ์ผู้ดี หรือบุ๋ม ดารานางแบบชื่อดัง และอดีตนางสาวไทย แถลงเกี่ยวกับคดีดังกล่าวว่า ผู้เสียหายติดต่อผ่านองค์กรของตน เพื่อขอความช่วยเหลือ เนื่องจากแพทย์คนนี้ เป็นผู้ที่มีชื่อเสียงในจังหวัดนครสวรรค์ และเป็นที่นับหน้าถือตาของคนในพื้นที่ ผู้เสียหายจึงกลัวว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรม

จากการพูดคุยกับผู้เสียหาย ทราบว่า ผู้เสียหายไปตรวจร่างกายที่คลินิกมาแล้วถึง 2 ครั้ง แต่ครั้งที่ 2 กลับโดนถูกแพทย์ข่มขืน ซึ่งหลังจากเกิดเรื่อง คุณหมอท่านนี้ได้ส่งข้อความพร้อมโทรหาผู้เสียหาย และส่งของมาให้ เพื่อสร้างภาพให้คนอื่นเข้าใจว่าเป็นความรักใคร่แบบชู้สาว ต่อมาตนจึงได้ประสานงานกับทนายความ พร้อมหาพยานหลักฐานเพิ่มเติม กระทั่งมีพยานหลักฐานเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะหลักฐานการโอนเงินจากแพทย์คนดังกล่าว

หลักฐานการโอนเงินจำนวน 300,000 บาท

ซึ่งตนตั้งข้อสังเกตว่า หากแพทย์คนดังกล่าวไม่ได้ทำผิด เหตุใดจึงโอนเงินให้แก่ผู้เสียหายถึง 300,000 บาท เพื่อให้ถอนแจ้งความ ขณะนี้เงินยังอยู่ เพราะผู้เสียหายไม่ได้แตะต้องเงินจำนวนดังกล่าว ซึ่งก่อนหน้านี้ หมอก็โอนเงินมาให้ 50,000 บาท เพื่อขอจบคดี

บุ๋ม ปนัดดา กล่าวต่อว่า พบว่ามีผู้เสียหายรายอื่น ติดต่อมาหาตนว่า ถูกลวนลามโดยหมอท่านนี้ ดังนั้น พฤติกรรมของแพทย์ท่านนี้ จึงไม่ใช่การกระทำครั้งแรก ตนเชื่อว่าแพทยสภาจะไม่ปกป้องแน่นอน เพราะหมอท่านนี้เป็นอันตรายต่อคนไข้ และเป็นคนทำลายชื่อเสียงของแพทย์ที่ทำงานหนักเพื่อประชาชน

โดยปกติแล้วตนไม่อยากจะให้ข้อมูลข่าวคดีข่มขืน เนื่องจากต้องปกป้องเหยื่อ ให้สามารถเริ่มต้นชีวิตใหม่ได้ แต่ครั้งนี้ ตนออกมาให้ข่าวเพราะอยากจะขอพื้นที่ของสื่อฯ ให้ช่วยกระจายข่าวว่า ใครที่ถูกหมอท่านนี้ล่วงละเมิดลวนลามขมขื่น ให้ติดต่อมาที่ตนโดยด่วน เพื่อตนจะได้รวบรวมรายชื่อ และตนจะเป็นแกนนำทวงความยุติธรรมคืนให้ผู้เสียหายทุกคน

keyboard_arrow_up