ทวดช็อก “ชาร์ป” หลานวัย 14 กตัญญู ถูกหนุ่มคลั่งยายิงตายคาวัด – แม่มือปืนตัดญาติ ปล่อยตายในคุก (คลิป)

จากเหตุการณ์ที่ นายมนตรี รื่นรมย์ อายุ 40 ปี คลุ้มคลั่งใช้ปืนลูกซองกราดยิงใส่ชาวบ้าน เป็นเหตุให้กระสุนไปถูก ด.ช.ภูบดี ศิริพันธ์ หรือ น้องชาร์ป อายุ 14 ปี เสียชีวิต ขณะไปช่วยงานศพที่บ้านเพื่อน เมื่อวันที่ 7 พ.ย. 61

พิธีบำเพ็ญกุศลศพ ด.ช.ภูบดี ศิริพันธ์ หรือ น้องชาร์ป วัดซอนสมบูรณ์
ด.ช.ภูบดี ศิริพันธ์ หรือ น้องชาร์ป

วันที่ 9 พ.ย. 61 ที่วัดซอนสมบูรณ์ ต.ซอนสมบูรณ์ จ.ลพบุรี ได้มีพิธีบำเพ็ญกุศลศพ ด.ช.ภูบดี ศิริพันธ์ หรือ น้องชาร์ป อายุ 14 ปี บรรยากาศเป็นไปด้วยความโศกเศร้า และจัดขึ้นแบบเรียบง่าย ซึ่งบริเวณด้านหน้าโลงศพ นำกลองชุดโปรดที่น้องชาร์ปซื้อเอาไว้เมื่อ 3 ปีก่อน มาวางไว้ ส่วนภายนอกมีบอร์ดกิจกรรมที่น้องได้ร่วมทำกิจกรรมเพื่อสังคม และแสดงความกตัญญูมาติดไว้ นอกจากนี้ มีหน่วยงานในพื้นที่ที่น้องชาร์ปเคยไปร่วมกิจกรรมเพื่อสังคม ได้ส่งพวงหรีดมาแสดงความเสียใจเป็นจำนวนมาก

นางสำเริง ศิริพันธ์ ยายของน้องชาร์ป

นางสำเริง ศิริพันธ์ อายุ 52 ปี ยายของน้องชาร์ป เปิดเผยว่า ในวันเกิดเหตุ (7 พ.ย.) น้องชาร์ปขอไปช่วยติดตั้งเครื่องเสียงและเดินสายไฟงานศพคนในหมู่บ้าน เป็นหน้าที่ประจำที่น้องมักมีจิตอาสาไปช่วยงาน และขอไปช่วยเพียงไม่นานจะรีบกลับมาอาบน้ำให้ทวด ซึ่งขณะที่น้องออกไปจากบ้านได้พักใหญ่แล้ว ได้ยินเสียงปืนดังขึ้น 3 นัด ตอนนั้นตนเองก็ไม่ได้คิดอะไร

ภาพจำลองเหตุการณ์ นายมนตรียิงน้องชาร์ป

จนกระทั่งมีญาติที่ไปร่วมงานศพโทรมาบอก เวลา 16.19 น. ว่าหลานชายถูกยิงเสียชีวิต ขณะนั้นยอมรับว่าช็อก และเสียใจมาก จึงได้รีบขี่มอเตอร์ไซค์ตามไปที่จุดเกิดเหตุ แต่พบว่าน้องเสียชีวิตแล้ว จากนั้นได้พยายามลูบตามตัวน้องชาร์ป จนพบว่าถูกยิงบริเวณหน้าอกเป็นรูพรุน ที่ผ่านมาเคยได้ดูแต่โทรทัศน์ และติดตามข่าวทั่วไป ไม่คิดว่าเหตุการณ์นี้จะมาเกิดขึ้นกับหลานชายของตัวเอง ดังนั้นจึงอยากให้มีการลงโทษให้ถึงที่สุด แต่เชื่อว่าประเทศไทยคงไม่มีโทษประหาร มากสุดก็แค่จำคุกตลอดชีวิต แต่ขอให้ติดคุกให้นาน ตนกลัวว่าจะเข้าไปติดคุกเพียง 4-5 ปี และกลับออกมาก่อเหตุซ้ำอีก ยอมรับว่าเสียใจมาก คนยิงเพียงแค่ติดคุก แต่คนตายกลับไม่สามารถลุกขึ้นมาได้อีก

ยายของน้องชาร์ป กล่าวต่อว่า หลานชายเป็นคนชอบช่วยเหลือสังคม ซึ่งทุกครั้งที่ในหมู่บ้านมีงาน ไม่ว่าจะเป็นงานบวช งานโรงเรียน หรืองานแต่ง น้องก็จะไปช่วยงานทุกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นงานเดินสายไฟ หรือหยิบจับสิ่งจำเป็น น้องชาร์ปเป็นเด็กกำพร้าพ่อแม่ ซึ่งน้องเคยเล่าให้ยายฟังว่า แม้ตนเองจะไม่มีพ่อและแม่ก็ไม่เป็นไร ไม่รู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจ เพราะอย่างน้อยก็มียายและทวดอยู่เคียงข้าง ชีวิตอยู่กัน 3 คน ก็มีความสุข

กลองชุดของน้องชาร์ป

นางสำเริง เล่าต่อว่า เพราะด้วยความรักดนตรี และชอบตีกลองของน้องชาร์ปตั้งแต่เด็ก จึงทำให้น้องใฝ่ฝันอยากจะได้กลองชุดมาไว้เป็นของตัวเอง ตนเองได้แต่เพียงบอกว่าที่บ้านจนยังไม่มีเงิน แต่ได้ให้น้องอดออมเก็บเดือนละ 50 บาท ตั้งแต่เด็กจนโต จนกระทั่งเมื่อตอนเรียนขึ้นชั้น ป.6 น้องก็เก็บเงินได้ก้อนหนึ่ง จึงได้นำเงินไปชื้อกลองชุด มูลค่า 9,500 บาท เอามาไว้ซ้อมที่บ้าน

ขณะนี้ทวดที่นอนอยู่ที่บ้าน และยังไม่ทราบว่าน้องชาร์ปเสียชีวิตด้วยสาเหตุอะไร ซึ่งตนเองเพียงบอกแค่ว่าประสบอุบัติเหตุรถล้ม แต่ไม่ได้บอกความจริงว่าเสียชีวิตเพราะถูกยิง กลัวว่าจะรับไม่ได้ และจะป่วยไปอีกคน เพราะทวดค่อนข้างรักน้องคนนี้มาก จึงไม่อยากให้เหตุการณ์ครั้งนี้ไปกระทบกระเทือนจิตใจ

นายสุพิศ สิริพันธุ์ หรือ ลุงพริก ชาวบ้านในพื้นที่

ด้านนายสุพิศ สิริพันธุ์ หรือ ลุงพริก อายุ 77 ปี ชาวบ้านในพื้นที่ และเคยร่วมทำจิตอาสาร่วมกันกับน้องชาร์ป เล่าว่า น้องที่ตายถือเป็นคนหนึ่งที่ชอบช่วยเหลือสังคม ซึ่งในหมู่บ้านมีงานสำคัญ น้องก็จะอาสาช่วยงานแบบไม่คิดเงิน ยอมรับว่ามีนิสัยเกินเด็กทั่วไป ช่วยงานมากกว่าเที่ยวเล่นซุกซน และที่สำคัญมีความฝันอยากเป็นนักดนตรี ชอบดนตรีเป็นชีวิตจิตใจ

ลุงพริก เล่าเกี่ยวกับความเชื่อว่า ขณะที่รับศพของน้องชาร์ปมาประกอบพิธีรดน้ำศพ และตั้งบำเพ็ญกุศลที่วัด มีช่วงหนึ่งญาติและคนที่มาร่วมงาน ต่างเห็นน้ำตาของน้องชาร์ปที่ไหลออกมาอย่างไม่ขาดสาย เป็นน้ำตาที่ไหลออกมาทั้งสองข้าง ซึ่งตนเองจึงได้ซับน้ำตาให้กับน้อง การที่ศพร้องไห้ตามความเชื่อโบราณแล้ว เชื่อว่าคนตายมีห่วง และยังไม่ได้มีการสั่งเสียผู้ใหญ่ หรือพูดจากับใครก่อนตาย ซึ่งก็ไม่ต่างจากคนที่ตายตาไม่หลับ

นายมังกร พูนทวี นายจ้างของผู้ได้รับบาดเจ็บ

ขณะที่ นายมังกร พูนทวี อายุ 63 ปี นายจ้างของผู้ได้รับบาดเจ็บ บอกว่า วันเกิดเหตุ ตนเองได้รับงานที่งานศพที่จุดเกิดเหตุ โดยส่งให้นายไชยเชษฐ์ ชูแสง ไปติดตั้งระบบไฟ และระบบเสียง ซึ่งปกติน้องชาร์ปก็มักมาช่วยเหลืองานตลอดทุกครั้ง โดยลูกน้องของตนเล่าให้ฟังว่า คนร้ายเมายาบ้า นุ่งผ้าเช็ดตัวมาพร้อมกับอาวุธปืน เข้ามาโดยไม่ได้ถามอะไรก็ก่อเหตุยิงที่น้องชาร์ปทันที ส่วนลูกน้องของตนกระโดดหลบหนี จึงรอดมาได้ แต่ก็ได้รับบาดเจ็บ โดยผู้ได้รับบาดเจ็บไม่รู้จักกับคนก่อเหตุ และไม่ได้มีทะเลาะ หรือมีปากเสียงกันตามที่เป็นข่าว แต่เป็นเหตุการณ์คนคลุ้มคลั่งเข้ามากราดยิงแบบเสียสติเท่านั้น

เหตุการณ์ครั้งนี้ ยอมรับว่าเสียใจมาก เพราะโดยส่วนใหญ่เมื่อมีงาน น้องชาร์ปจะอาสามาช่วยตนเองเป็นประจำ ซึ่งบางครั้งไม่ต้องบอกน้องก็มาช่วย บางครั้งตนก็มีเงินค่าตอบแทนให้

นางทองสุข รื่นรมย์ แม่ของผู้ก่อเหตุ

อย่างไรก็ตาม นางทองสุข รื่นรมย์ อายุ 62 ปี แม่ของผู้ก่อเหตุ เปิดเผยว่า วันเกิดเหตุตนเองก็อยู่ในเหตุการณ์ ซึ่งพบว่าลูกชายนุ่งผ้าเช็ดตัวไม่สวมเสื้อ มาพร้อมกับปืน ตนจึงถามว่าเอาปืนมาทำไม แต่นายมนตรีก็ไม่ได้ตอบ จากนั้นยิงไปที่น้องชาร์ปแบบรัว ๆ ตนเองตกใจ จึงวิ่งเข้าไปหลบในบ้าน และจากการให้ปากคำ ลูกชายตนยอมรับว่า เกิดจากเหตุอาการหลอน เข้าใจว่ากลุ่มคนดังกล่าวจะมาทำร้ายตัวเอง และยอมรับว่าลูกชายเสพยาเสพติดจำนวน 7 เม็ด ประกอบกับดื่มเหล้าจึงขาดสติ และไม่รู้จักกับกลุ่มคนดังกล่าวมาก่อน

นางทองสุข กล่าวว่า ตนเองพยายามห้ามเรื่องยาเสพติดแล้ว แต่ลูกชายก็ไม่ฟัง กระทั่งตำรวจและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้ามาดู ก็ไม่สามารถดำเนินการอะไรได้ วันหนึ่งตัวเองเคยประชดลูกชายว่า ถ้าจะเสพขนาดนี้ ก็ไปซื้อมาเป็นห่อดีกว่าไหม

เจ้าหน้าที่ควบคุมตัวผู้ต้องหาทำแผนประกอบคำรับสารภาพ

ภายหลังที่ตำรวจแจ้งข้อหาแล้ว ตนจะไม่ขอประกันตัวลูกชาย เพราะเงินจะกินอยู่ก็แทบไม่มีแล้ว ประกอบกับตนเองต้องเตรียมเงินสำหรับเยียวยาให้กับครอบครัวน้องที่เสียชีวิต รวมถึงผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ ซึ่งตอนนี้ยอมรับว่าเงินในครอบครัวไม่มีเลย หากจะต้องมีการจ่ายเยียวยาเกิดขึ้น ก็ต้องไปหยิบยืมจากคนอื่น และยอมรับว่าตนเองก็เสียใจ นอนร้องไห้ทุกคืนกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และเป็นทุกข์ที่ไม่มีเงินไปจ่ายให้กับผู้เสียหาย

นางทองสุข กล่าวต่อว่า หลังจากนี้ ตนพร้อมตัดแม่ตัดลูกกับนายมนตรี เพราะความเป็นแม่ไม่มีให้อีกแล้ว ความผิดครั้งนี้เกินกว่าจะให้อภัย และเชื่อว่าลูกก็คงจะติดคุกไปอีกนาน หรืออาจจะเสียชีวิตจากโรคประจำตัวที่เป็นอยู่ คือโรคหัวใจ  นอกจากนี้ ตนจะไม่ไปเยี่ยม หรือสนใจใด ๆ ต่างคนต่างอยู่ แต่ถ้าวันใดลูกตาย ตนก็แค่จะไปรับศพมาเผาเท่านั้น ส่วนอย่างอื่นขอไม่เกี่ยวข้องกันอีก และถ้าหากตายแทนน้องชาร์ปได้ ตัวเองก็ขอตายแทน ไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้น

นางจำนง ศิริพันธ์ ทวดของน้องชาร์ป ผู้ตาย

ขณะเดียวกัน ทีมข่าว เดินทางไปที่บ้านของน้องชาร์ป นางจำนง ศิริพันธ์ อายุ 87 ปี ยายทวดของน้องชาร์ป ซึ่งเป็นผู้ป่วยติดเตียง เดินไม่ได้ด้วยโรคชรา กล่าวว่า หลานชายมักช่วยเหลือตัวเอง เพราะตนเดินเองไม่ได้ แต่หลังจากหลานชายไม่อยู่แล้ว ก็คงจะเป็นหน้าที่ของญาติคนอื่นเข้ามาดูแลต่อไป

ยอมรับว่าจากเหตุการณ์ครั้งนี้รู้สึกเสียใจ ใจหาย พูดอะไรไม่ออก ยิ่งได้ฟังจากหลายคนพูดก็ใจไม่ดี อีกทั้งเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นอย่างไม่คาดคิด ตนตั้งรับไม่ทัน ส่วนการจัดงานศพหลานที่วัด ตนก็อยากไปร่วมงานที่วัด แต่กลัวเป็นลม เพราะทำใจยังไม่ได้

บ้านหลังใหม่ที่สร้างให้น้องชาร์ป

ส่วนบ้านที่ก่อสร้างเกือบแล้วเสร็จ เป็นบ้านที่ยายและทวดตั้งใจสร้างให้กับน้องชาร์ป แต่ก็เสียใจที่ไม่ทันได้อยู่บ้านหลังใหม่ มาด่วนจากไปเสียก่อน โดยการสร้างบ้านทุกอย่างเป็นไอเดีย และการออกแบบของน้องชาร์ปทั้งหมด แม้กระทั่งสีทาบ้านก็เป็นสีที่น้องชาร์ปชอบ

นายเสนอ กอกัน ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 4 บ้านซอนสมบูรณ์

ด้าน นายเสนอ กอกัน ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 4 บ้านซอนสมบูรณ์ ต.ซอนสมบูรณ์ เล่าว่า ฝ่ายปกครองท้องที่ได้ติดตามพฤติกรรมของนายมนตรี คนก่อเหตุ มาเป็นเวลา 6-7 เดือน โดยได้มีการรายงานทางลับให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาดูแล พร้อมทั้งเฝ้าติดตามตลอด แต่อยู่ระหว่างเตรียมส่งเข้าบำบัด เนื่องจากเป็นผู้เสพยาเสพติด ไม่ใช่ผู้ค้ายาเสพติด แต่กลับเกิดเรื่องก่อน ซึ่งมีกำหนดการเข้ารับการบำบัด ในวันที่ 5 พ.ย. ที่ผ่านมา แต่ตำรวจแจ้งว่ายังไม่พร้อมมารับตัว ก่อนเกิดเหตุขึ้นวันที่ 6 พ.ย.

โดยก่อนหน้านี้ นายมนตรี มีอาการคลั่งบ้างเป็นบางครั้ง และอ้างว่ามีคนจะมาปองร้ายตัวเอง ซึ่งแม่ก็มาบอกตนตลอด แต่ช่วงที่ไม่คลั่ง พบว่าเป็นคนพูดรู้เรื่อง เหมือนคนปกติทั่วไป

keyboard_arrow_up