เหยื่อแก๊งตุ๋นทำข้าวกล่องปล่อยโฮ อยากฆ่าตัวตายเจ๊งหมดตัว ชาวบ้านกินฟรี อึ้ง เป็นของโจร (คลิป)

จากกรณีนางธนิสร กุยแก้ว แม่ค้าวัย 42 ปี ชาวอุตรดิตถ์ พร้อมด้วยคนงานจำนวนหนึ่ง ร้องเรียนว่าถูกหลอกให้ทำอาหาร และน้ำดื่มส่งโรงงาน สูญเงินลงทุนไปเกือบ 1 ล้านบาท โดยมีข้าวกล่องจำนวน 1 หมื่นกล่อง กองเรียงรายอยู่ พร้อมอุปกรณ์ทำครัวจำนวนมาก (อ่าน : เหยื่อแฉ! 2 สาวว่าจ้างทำข้าวกล่อง สะกดรอยเจอกลโกง อึ้งมีชายร่วมแก๊งใช้มนตร์ดำโน้มใจ)

ข้าวกล่องที่เน่าเสีย
น้ำกระเจี๊ยบที่ยังไม่บรรจุขวด และถูกปล่อยทิ้งให้เน่าเสีย

วันที่ 8 พ.ย. 61 ทีมข่าวอมรินทร์ ทีวี ลงพื้นที่ลงพื้นที่บ้านของนางธนิสร กุยแก้ว หรือ จิ๋ม พบว่ายังมีข้าวกล่องบางส่วน ตั้งอยู่ที่เดิมเพื่อรอการขนย้ายไปทิ้ง และมีน้ำกระเจี๊ยบที่เหลือจากการบรรจุเริ่มบูดเน่า มีฟองและมีกลิ่นเหม็นอยู่ในลังน้ำแข็ง

นางจอก นุชศรี แม่ของนางธนิสร ผู้เสียหาย

นางจอก นุชศรี อายุ 60 ปี แม่ของนางธนิสร ผู้เสียหาย ยังอยู่ในอาการซึมเศร้า สีหน้าเศร้าหมอง และเหน็ดเหนื่อยจากเหตุการณ์เมื่อหลายวันที่ผ่านมา เปิดเผยว่า ตนเป็นผู้ยกมือไหว้ และเข้าไปอ้อนวอนให้นางกัญจ์หทัยให้รับข้าวไป เพราะข้าวขาดอีกแค่ 220 กล่อง และรอแค่การบรรจุลงถุงพลาสติกเท่านั้น ก็จะครบ 10,000 กล่อง แต่นางกัญจ์หทัยปฏิเสธ และพยายามถ่วงเวลาให้ลูกของตนส่งข้าวไม่ทัน จากนั้นนางกัญจ์หทัย ก็สั่งให้หยุดทำ อีกทั้งนำหนังสือสัญญา และกฎหมายมาอ้างตลอดเวลา แม้ว่าตนจะยกมือไหว้ก็ยังไม่ยอม และไม่มีความปรานีกับครอบครัวตน ส่วนลูกสาวตน และสามี ได้แต่นั่งคอตก เมื่อตนเห็นสภาพของลูกแล้ว ก็ยิ่งทำใจไม่ได้ จนหน้ามืดเป็นลมล้มลง

นางจอก กล่าวทั้งน้ำตาว่า ตนรู้สึกแค้นมาก ที่ลูกของตนเสียรู้ให้นางกัญจ์หทัย อีกทั้งยังต้องแบกภาระหนี้สินที่นำรถไปจำนำ แล้วเอาเงินมาขอสัมปทานจากนางกัญจ์หทัย กว่า 1 แสนบาท อีกทั้งยังต้องอดหลับอดนอน เพื่อทำข้าวกล่องให้ทัน ซึ่งเหตุการณ์ทั้งหมดนั้น ทรมานจิตใจตนอย่างมากที่สุด ตนแค้นจนไม่อยากพูดอะไร ตอนนี้ตนไม่ได้อยากได้กำไรแล้ว เพียงแต่อยากได้ทุนคืนเอาไปใช้หนี้ ตนเชื่อว่าเวรกรรมมันมีจริง และสงสารพระแม่โพสพ ที่นางกัญจ์หทัยไม่ยอมเอาข้าวไป

เหตุการณ์นี้ ทำให้ลูกสาวตน และสามี ถึงกับอยากจะฆ่าตัวตาย เพราะลูกสาวเคยพูดกับตนว่า “ถ้าแม่ไม่มี หนูจะจูงมือผัวหนูไปฆ่าตัวตายเลย เพราะไม่มีอะไรแล้ว ทุกอย่างมันหมดแล้ว”

เจ้าหน้าที่ฝากขังผู้ต้องหาคือ น.ส.ธนิตา จันทร์อิ่ม และนางกัญจ์หทัย สุขใส

ทีมข่าวเดินทางมาที่ อ.เนินมะปราง จ.พิษณุโลก พบกับเหยื่ออีกรายที่เคยทำธุรกิจร่วมกับน.ส.ธนิตา หรือ อิ๋ว โดย น.ส.อำภาพร ดอนอำไพ หรือ มด อายุ 31 ปี เปิดเผยว่า ตนพบกับ น.ส.ธนิตา หรือ อิ๋ว ที่ร้านเสริมสวย โดยตนสังเกตว่าอิ๋วจะใส่ทองเต็มตัว และใช้จ่ายเงินอย่างฟุ่มเฟือย ครั้งละเป็นหมื่น และจ่ายเงินอย่างง่าย ๆ แบบไม่เสียดาย จากนั้น น.ส.อิ๋ว จึงชักชวนให้ตนไปดูกิจการผลิตข้าวกล่องที่บ้านของเจ้าตัว โดยพูดหว่านล้อมตนว่า ถ้าอยากรวยก็ต้องมาทำธุรกิจนี้ เพราะทำให้รวยไว เมื่อตนไปถึงบ้านของ น.ส.อิ๋ว ก็พบว่ามีคนทำกับข้าวรายอื่น ๆ เตรียมพร้อมจะส่งโรงงาน กว่า 10 เจ้า และมีน้ำดื่มบรรจุขวดตั้งอยู่ในบริเวณบ้าน แต่ไม่เยอะมากนัก

น.ส.อำภาพร ดอนอำไพ หรือ มด ผู้เสียหาย

น.ส.อำภาพร กล่าวต่อว่า ตนได้ทำข้าวกล่องกับ น.ส.อิ๋ว เพียง 4 วันเท่านั้น จึงเริ่มเห็นพิรุธ โดยวันแรกตนทำข้าวกล่องเมนูหมูมะนาวส่งให้ น.ส.อิ๋ว จำนวน 150 กล่อง ได้เป็นค่าตอบแทนประมาณ 9,000 บาท เริ่มทำวันที่ 2 เมื่อตนส่งข้าวไปอีก 150 กล่อง แต่ น.ส.อิ๋ว กลับโอนเงินให้ตนเพียงครึ่งหนึ่ง จำนวน 4,500 บาท โดยอ้างว่ายังเก็บเงินค่าข้าวจากโรงงานไม่ได้ กระทั่งวันที่ 3 ตนทำเอ็นข้อไก่ทอดส่งไป 150 กล่อง ลงทุนไปประมาณ 5,000 – 6,000 บาท แต่ไม่ได้เงินค่าตอบแทน กระทั่งวันที่ 4 ตนได้นำของไปส่งที่บ้านผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านใน ต.พญาแมน แต่มีชาวบ้านบอกว่า น.ส.อิ๋ว นำข้าวกล่องที่ตนทำไปแจกให้ชาวบ้านทาน และไม่ได้นำไปส่งโรงงาน ตนจึงเห็นพิรุธว่า และคิดว่าต้องเป็นกระบวนการของมิจฉาชีพ

หลังจากนั้น ตนก็เห็น น.ส.อิ๋ว ชอบโพสต์รูปโอ้อวดการทำข้าวกล่องขายในเฟซบุ๊ก ซึ่งตนสังเกตว่าหม้อในรูปเป็นหม้อ 20-30 หม้อ ซึ่งเป็นของพ่อของน.ส.นภัสวรรณ ยิ้มเจริญ ผู้เสียหายอีกรายด้วย

นายเสน่ห์ รอดอยู่ ชาวบ้าน หมู่ 3 ต.พญาแมน

ขณะที่ นายเสน่ห์ รอดอยู่ ชาวบ้าน หมู่ 3 ต.พญาแมน เปิดเผยว่า ตนเคยได้รับข้าวที่มีคนเอามาแจก โดยจะมีคนภายในหมู่บ้านเอามาแจกจ่าย แต่ น.ส.อิ๋ว ไม่ได้เอามาแจกด้วยตัวเอง เช่น ผัดถั่วงอก ยำหมู น้ำโอเลี้ยง น้ำส้ม ต้มกระดูกหมู แกงเผ็ด ซึ่งบางครั้งอาหารก็เผ็ด บางครั้งอาหารก็จืด แต่ยืนยันว่าอาหารไม่เคยบูดเน่า ล่าสุดเมื่อ 2 วันก่อน (6 พ.ย.) ตนก็ได้รับกับข้าว เป็นผัดถั่วงอกใส่เลือดหมู โดยส่วนตัวตนไม่ได้รู้จักและไม่เคยคุย น.ส.อิ๋ว กับ น.ส.ป้าง ซึ่งคนในหมู่บ้านก็เคยตั้งข้อสงสัยว่าทั้ง 2 คน อาจซื้อข้าวเพื่อละลายเงิน หรือ ถูกหวย และอยากทำบุญแก้บน จึงซื้ออาหารมาแจกคนในหมู่บ้าน

หม้อในศาลาที่บ้านของ น.ส.ธนิตา จันทร์อิ่ม

จากนั้น ทีมข่าวลงพื้นที่บ้าน หมู่ 3 ต.พญาแมน อ.พิชัย จ.อุตรดิตถ์ ซึ่งเป็นบ้านของ น.ส.ธนิตา จันทร์อิ่ม พบว่าประตูรั้วบ้านถูกปิดสนิท มีรถกระบะและมอเตอร์ไซค์ อย่างละ 1 คัน จอดอยู่ภายในบ้าน นอกจากนี้ บริเวณภายในบ้าน มีลักษณะเป็นศาลาบังแดด ภายในศาลามีหม้อขนาดใหญ่ตั้งคว่ำซ้อนกันประมาณ 10 ใบ และมีเตาแก๊ส 3 เตา สำหรับประกอบอาหาร

keyboard_arrow_up