เปิดใจเจ้าหนี้สุดแค้น ตบลูกหนี้คารร. เบี้ยวหนีจ่าย 5 แสน – เจ้าตัวรับขอชิ่งเพื่อหางานทำ (คลิป)

จากกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจบุกค้นบ้านเจ้าหนี้รายหนึ่ง หลังจากที่บุกทวงหนี้กลางโรงเรียน โดยก่อเหตุจิกกระชากหัว บีบคอลูกหนี้ ก่อนบังคับขึ้นรถพาไปกักขัง โดยลูกหนี้เห็นท่าไม่ดี จึงส่งข้อความผ่านไลน์ขอความช่วยเหลือ ก่อนที่ญาติจะแจ้งตำรวจเข้าจับกุม ซึ่งเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตั้ง 5 ข้อหากับเจ้าหนี้ ได้แก่ กักขังหน่วงเหนี่ยวกังขังผู้อื่น, ข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการใด โดยทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย เสรีภาพ ชื่อเสียง, ทำร้ายร่างกายผู้อื่น จนเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กาย หรือจิตใจ, ประกอบธุรกิจเงินทุนโดยไม่ได้รับอนุญาต และลักลอบเล่นการพนัน ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย

นางสาวเก๋ (นามสมมติ) เจ้าหนี้ ผู้ก่อเหตุ

วันที่ 8 พ.ย. 61 นางสาวเก๋ (นามสมมติ) เจ้าหนี้ เปิดใจว่า ตนรู้จักกับนางสาวโสรดา ซึ่งเป็นลูกหนี้มานานแล้ว เนื่องจากเป็นเพื่อนบ้านอยู่ตรงข้ามกัน เวลามีปัญหาเรื่องเงิน ลูกหนี้ก็จะเข้ามายืมตลอด มาหลายครั้งจนยอดหนี้สะสมมากขึ้น บวกกับตนเปิดเล่นแชร์ออนไลน์ ลูกหนี้ก็เล่นด้วย โดยบอกว่าจะเอาเงินไปหมุน แต่สุดท้ายจ่ายไม่ไหว ไม่รู้เพราะเหตุใดเงินที่ยืมตนไปถึงไม่พอ ทั้งที่ตนเห็นว่าเป็นเพื่อนบ้าน มีอะไรก็อยากช่วยเหลือกัน ซึ่งตอนแรกก็ไม่ได้มีอะไรผิดปกติ เมื่อหนี้สะสมเยอะขึ้น ลูกหนี้รายนี้ก็เริ่มมีพฤติกรรมเปลี่ยนไป

ก่อนจะเกิดเรื่อง ลูกหนี้มาบอกตนว่าจะย้ายบ้านไปอยู่ย่านลาดพร้าว 48 กระทั่งมาถึงวันที่ 31 ต.ค. ลูกหนี้พูดคุยตกลงกันว่าจะใช้เงินคืน แต่ปรากฏว่าก็ไม่ได้ใช้คืน วันที่ 1 พ.ย. ตนก็ติดต่อไปอีกครั้ง ปรากฏว่าติดต่อไม่ได้ จากนั้นวันที่ 2 พ.ย. จึงตัดสินใจไปที่ลาดพร้าว 48 เพื่อตามหาลูกหนี้ เพราะไม่อยากให้หนี เมื่อไปถึงบ้านพบว่าลูกหนี้ขนของหนีออกไปหมดแล้ว ซึ่งตนก็ไม่ทราบว่าไปที่ไหน พยายามติดต่อตั้งแต่วันที่ 3 พ.ย.จนถึงวันที่ 5 พ.ย. ก็ยังติดต่อไม่ได้

กระทั่งวันที่ 6 พ.ย. ตนนั่งวินมอเตอร์ไซค์ไปจ่ายเงินค่าเทอมให้ลูกที่โรงเรียน ขณะที่ถึงโรงเรียนและลงจากรถ เห็นผู้หญิงที่คล้ายลูกหนี้ ตนยืนสังเกตการณ์อยู่สักพักให้แน่ใจว่าใช่คนเดียวกันหรือไม่ ปรากฏว่าเป็นลูกหนี้ของตนที่กำลังเดินเข้าไปในห้องธุรการ ตนจึงเดินตามไปด้วย จากนั้นก็ใช้มือกระชากผม และบีบคอ โดยที่ทำลงไปเพราะว่าตนเจอหน้าแล้วโมโห เพราะเคยคุยกันก่อนหน้านี้หลายครั้งแล้วเรื่องยืมเงิน แต่พอคุยกันเสร็จ เหมือนจะรู้เรื่อง สุดท้ายเบี้ยวเหมือนเดิม และตนไม่อยากให้หนี เพราะขี้เกียจตามแล้ว

ส่วนเรื่องที่มีข่าวออกไปว่า ตนนำลูกหนี้มากักขังนั้นไม่เป็นความจริง โดยวันที่เกิดเหตุตนพาลูกหนี้รายดังกล่าวมาที่บ้านจริง เพื่อมาเคลียร์กันว่าหลังจากนี้จะผ่อนจ่ายเดือนละเท่าไร โดยให้นั่งโซฟาคุยกันอย่างดี ประตูก็ไม่ได้ล็อก ถ้าลูกหนี้จะเดินออกไปก็เดินออกไปได้ ตนยังถามอยู่เลยว่ากินน้ำอะไรไหม เดียวไปซื้อให้ จึงอยากถามกลับว่าแบบนี้จะเรียกว่ากักขังได้อย่างไร นอกจากนี้ ขณะที่นั่งอยู่ในบ้าน ลูกหนี้ยังระบายความทุกข์ให้ตนฟังด้วย

หนังสือสัญญาการกู้เงิน

ส่วนเรื่องหนังสือสัญญาเงินกู้ ที่ตำรวจมาค้นบ้านแล้วเจอนั้น เป็นหนังสือเงินกู้ของแชร์ออนไลน์ที่ตนเล่น เพราะก่อนหน้านี้ไม่เคยทำสัญญากับลูกหนี้คนนี้เลย เพราะเห็นว่าเป็นเพื่อนบ้านจึงไว้ใจ ทำสัญญาใจเท่านั้น แต่สุดท้ายโดนหักหลัง ทั้งที่ก่อนหน้านี้บ้านโดนตัดไฟ โดนถอดหม้อแปลงตนก็ช่วยเหลือ ลูกเข้าโรงพยาบาลเงินไม่พอตนก็ช่วย ไม่คิดว่าจะมาทำกับตนแบบนี้ เงินทั้งหมดที่ลูกหนี้รายนี้ติดอยู่ประมาณ 500,000 บาท และตกลงกันว่าหลังจากนี้จะจ่ายคืนเดือนละ 5,000 บาท ส่วนเงินแชร์ที่เล่นจะจ่ายรอบละ 10,000 บาท ซึ่ง 1 เดือนมี 2 รอบคือ วันที่ 15 และ 30 ของเดือน ทั้งนี้ จะต้องมีการลงบันทึกประจำวันเรื่องการจ่ายเงิน เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบเดิมขึ้นอีก

นางสาวเก๋ กล่าวทิ้งท้ายว่า ตนไม่เคยมีเรื่องแบบนี้กับใคร และก็ไม่ได้ปล่อยเงินกู้ด้วย ที่ให้ยืมก็ให้แค่ลูกหนี้รายนี้เท่านั้น เพราะสนิทกัน ส่วนเรื่องแชร์ออนไลน์ และหวยใต้ดิน ยอมรับว่าเล่นจริง

น.ส.โสรดา ลูกหนี้ของนางสาวเก๋

ด้าน น.ส.โสรดา ลูกหนี้ของนางสาวเก๋ เปิดเผยว่า วันเกิดเหตุตนไปจ่ายค่าเทอมให้ลูก แล้วเก๋ไปเห็น ซึ่งก่อนหน้านี้แม่ตนได้โทรไปคุยกับพี่สาว โดยบอกพี่สาวให้หาเงินมาให้ 25,000 บาท เพื่อจะเอาไปจ่ายค่าเทอมให้หลาน เพราะค้างค่าเทอมอยู่ ถ้าไม่จ่ายจะย้ายโรงเรียนไม่ได้ แต่เงินที่ได้มา ตนไม่ได้ถือเอง แต่เป็นพี่สาวอีกคนที่ไปด้วยกันเป็นคนถือเงิน ทั้งนี้ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ตนยอมรับว่าหยุดการติดต่อจากเจ้าหนี้ประมาณ 5 วันจริง เพราะว่าก่อนหน้านั้น 2 สัปดาห์ ตนเคยส่งข้อความไปบอกให้เก๋ช่วยคุยเรื่องเงินให้ เพราะว่าตนส่งไม่ไหวแล้ว โดยตนขอให้ลดดอกเบี้ย เพราะตอนนี้ดอกร้อยละ 15 ตนจ่ายไม่ไหว แต่นางสาวเก๋ บอกว่าไม่ได้

ตนยอมรับว่าไม่มีเงิน และคิดว่าจะหยุดส่ง แล้วหางานทำก่อน ส่วนเรื่องที่หายไป 5 วัน ตนก็ไปทำเรื่องสมัครงานไว้ จึงไม่ได้ติดต่อเจ้าหนี้ และยอมรับว่าหนีมาอยู่บ้านพี่สาวด้วย แต่เบอร์มือถือไม่ได้เปลี่ยน ซึ่งช่วงที่เก๋โทรมา ตนก็ไม่ได้รับสาย เพราะถ้ารับสาย เก๋ก็จะทวงเงิน ซึ่งก่อนจะเกิดเรื่อง ตนเคยพูดคุยกันทางไลน์แล้วว่า ตอนนี้ส่งไม่ไหว แต่เก๋บอกว่าต้องหาเงินมาใช้หนี้ให้ได้ แต่ตนไม่มีเงินเหลือแล้ว ก็เลยหยุดการติดต่อกับเก๋ ซึ่งหลังจากนั้นเก๋ส่งคนลงตามหาตัวตนด้วย ยืนยันว่าตัวเก๋เป็นคนพูดเอง เพราะเก๋บอกว่าเสียเงินจ้างคนมาตามหาตนย่านราชพฤกษ์

ซึ่งวันเกิดเหตุดังกล่าว ตนขับรถจักรยานยนต์จากย่านราชพฤกษ์ไปที่โรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดสมุทรปราการ เมื่อไปถึงโรงเรียนก็เข้าไปห้องธุรการได้ประมาณ 5 นาที จากนั้นเก๋เดินเข้ามาถึงกระชากหัว และบีบคอ แต่ตนไม่ได้สู้ เพราะคิดว่าหากจะบีบให้ตายก็ยอมขอสภาพ เพราะไม่มีเงินให้ ตอนนั้นตนคิดแค่ว่า ถ้าตาย ก็ขอตายไปพร้อมหนี้ จากนั้นเก๋ก็บอกว่าต้องไปเคลียร์ที่บ้าน เก๋ก็ขับรถจักรยานยนต์ของตน โดยขับไป 3 คน มีเก๋เป็นคนขับ ตนนั่งกลาง และพี่สาวตนนั่งท้าย พอไปถึงบ้าน เก๋ไล่พี่สาวตนกลับบ้านก่อน แต่ให้ตนกลับได้ช่วงค่ำ ๆ แล้วบอกตนว่า เดี๋ยวรอเครียร์เรื่องเงินก่อน จากนั้นน้าสาวก็ผ่านมาเจอ แล้วถามว่ามีอะไร ตนก็เลยบอกไปว่าไม่มีอะไร ส่วนเก๋ก็พูดไปว่าถ้ามีอะไรให้มาเคลียร์กันที่บ้านของตน ขณะที่ตนนั่งอยู่ในบ้านเก๋ ก็ยังมีเพื่อนของเก๋มานั่งเฝ้าด้วย

ภาพจำลองเหตุการณ์ ขณะเจ้าหนี้ทำร้ายร่างกายลูกหนี้

ส่วนเรื่องกักขัง ถ้าถามว่ากักขังหรือไม่ ตนคิดว่าจริง ๆ ก็กักขัง เพราะใจไม่ได้อยากอยู่ตรงนั้น แต่กลับออกไปไม่ได้ ถ้าจะเดินออกไป ก็อาจจะเดินได้ แต่เก๋เองก็คงต้องถามว่าจะเดินไปไหน เพราะว่าเวลาใครโทรศัพท์มาที่เครื่องตน เก๋จะถามตลอดว่า “ใครโทรมา” ส่วนเรื่องดอกเบี้ยที่บอกว่า ตนเสนอให้เองนั้น ถ้าจะเสนอให้ก็คงเสนอให้ต่ำที่สุด เพราะจริง ๆ ก่อนหน้านี้ เก๋ปล่อยร้อยละ 10 แต่อยู่ ๆ ก็ขึ้นมาร้อยละ 15 แต่ทั้งหมดนี้ ตนก็จำเป็นต้องยืม เพราะไม่มีเงินแล้ว

ซึ่งตอนนี้ ตนหยุดทุกอย่างแล้ว แล้วก็ไม่มีเงินติดตัวเลยสักบาท ต้องใช้เงินแฟนเท่านั้น อีกทั้งจะต้องเลี้ยงแม่ เลี้ยงลูก เลี้ยงตัวเองด้วย จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ถือเป็นบทเรียนครั้งยิ่งใหญ่ในชีวิต เหมือนเงินจะได้มาง่าย ๆ แต่สุดท้ายกลายเป็นหนี้นับ 500,000 บาท ส่วนเรื่องที่เก๋บอกว่า เวลาเดือดร้อนก็ช่วยเหลือตนตลอดนั้น เก๋เคยช่วยจริง แต่ไม่ใช่ทุกครั้งไป บางครั้งก็ไม่ได้ช่วย และเรื่องเงินที่มีข่าวออกมาว่าไปยืมหลายคนตนยืนยันว่าตอนนี้ยืมแค่เก๋คนเดียว ก่อนหน้านี้ก็มีบ้าง แต่เคลียร์หมดแล้ว

keyboard_arrow_up