คดีพลิก! หนุ่มโวยถูก ตร.รุมทืบ ที่แท้ถูกแจ้งจับซ้อมเมีย ซ้ำโดนแฉ ล้มเองหน้าแหก (คลิป)

จากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊ก โพสต์ร้องเรียนขอความเป็นธรรม หลังถูกกลุ่มชายฉกรรจ์ จำนวน 4 คน รุมทำร้ายในห้องพักยามวิกาล และอ้างตัวว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ มาพร้อมกับแฟนของตัวเอง

วันที่ 8 พ.ย. 61 ทีมข่าวอมรินทร์ ทีวี เดินทางมาที่ ต.เนินพระ อ.เมือง จ.ระยอง โดย นายกมล ใบญาติ ผู้เสียหาย ที่ถูกกลุ่มชายฉกรรจ์ อ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ บุกมาทำร้ายที่ห้องเช่า เปิดเผยว่า วันที่ 6 พ.ย. ที่ผ่านมา ตนเองทะเลาะกับแฟนก่อนหน้าที่จะไปสังสรรค์กับเพื่อนที่ร้านคาราโอเกะ ซึ่งตนและแฟนมักจะทะเลาะกันบ่อยในเรื่องส่วนตัว จากนั้นเวลาประมาณ 02.00 น. ตนเองไปนั่งสังสรรค์กับเพื่อนร่วมงานกัน 2 คน ที่ร้านคาราโอเกะ

นายกมล ใบญาติ ผู้เสียหาย

ต่อมา แฟนก็ไปตามหาตนที่ร้านคาราโอเกะ โดยเข้าไปตบศีรษะตน ขณะนั่งอยู่กับเพื่อน หลังจากนั้นตนจึงขี่มอเตอร์ไซค์กลับห้องเช่าที่พักอาศัยอยู่กับแฟน เพราะไม่อยากให้มีปัญหาที่ร้านคาราโอเกะ เมื่อกลับมาถึงที่ห้องเช่า แฟนก็พาคนที่อ้างว่าเป็นตำรวจมาจำนวน 4 คน มาเคาะประตูห้อง แล้วเปิดประตูเข้ามา ตนถามว่า “มาทำอะไรครับ” เขาตอบว่า “เป็นตำรวจ มาจับ” ตนจึงถามว่า จะมาจับข้อหาอะไร มีหมายจับหรือไม่

ภาพจำลองเหตุการณ์ขณะเกิดเหตุ จากคำบอกเล่าของนายกมล (1)
ภาพจำลองเหตุการณ์ขณะเกิดเหตุ จากคำบอกเล่าของนายกมล (2)

จากนั้นมีเจ้าหน้าที่เข้ามาล็อกตัวของตน ให้มานั่งที่หน้าห้องพัก และเริ่มมีปากเสียง เจ้าหน้าที่จะเข้ามาลากตัว แต่ตนไม่ยอมให้เจ้าหน้าที่แตะตัว เพราะกลัวว่าไม่ใช่ตำรวจจริง และจะไม่ได้พาตนไปโรงพัก ตนจึงถ่ายรูปตำรวจเอาไว้ โดย หนึ่งในเจ้าหน้าที่ 4 คน บอกตนว่าจะเข้ามาเตือน ตนจึงบอกว่า “ถ้ามาเตือนไม่ต้องเข้ามาในบ้านก็ได้ พี่บุกรุกห้องผม ผมเป็นคนจ่ายค่าเช่า” จากนั้นอีกฝ่ายก็บอกตนว่า “มึงอย่ามากวนตีน เดี๋ยวกูต่อยเลย” ซึ่งตนเองไม่ได้คิดต่อสู้กลับแต่อย่างใด หลังจากที่เจ้าหน้าที่ต่อยตนจนมีบาดแผลเลือดไหลอาบ ก็แยกย้ายไป คาดว่าตำรวจคงกลัว จึงเดินออกไป ตนจึงเดินออกมาจากห้อง เพื่อถ่ายรูปรถที่เจ้าหน้าที่ขับมา เป็นรถกระบะ 2 คัน โดยขณะนั้น มีเจ้าหน้าที่มาแย่งโทรศัพท์เพื่อที่จะลบรูปที่ตนถ่ายป้ายทะเบียนรถไว้ ตนก็ยื่นโทรศัพท์ให้ลบแต่โดยดี

บาดแผลของนายกมล ใบญาติ ผู้เสียหาย

ส่วนบาดแผลที่ศีรษะ ตนไม่แน่ใจว่าโดนต่อยหรือไม่ เพราะตนเองก็มึนเมาด้วย แต่ถ้าเป็นหมัด ไม่น่าจะทำให้บริเวณเหนือคิ้วข้างซ้ายแตกในลักษณะเป็นแนวยาวแบบนี้ได้ ทั้งนี้ ตนก็เข้าใจแฟนที่ไปแจ้งเจ้าหน้าที่ เพราะคิดว่าตนเองจะไปทำร้าย และเจ้าหน้าที่ก็เข้ามาเตือน แต่ทําร้ายร่างกายตนด้วย ทั้งนี้ หลังจากเกิดเหตุ ตนก็ไม่ได้คุยกับแฟนอีก ตนเก็บข้าวของออกมาจากห้องเช่าทันที นอกจากนี้ ตนไม่ได้ไปแจ้งความแต่อย่างใด เพราะกลัวเรื่องของพรรคพวก ถ้าเจ้าหน้าที่ดังกล่าวเป็นตำรวจจริง ก็กลัวจะถูกเจ้าหน้าที่ทำร้ายอีก

นางสิมาภรณ์ ศิลาอาสน์ แฟนของนายกมล

ด้านนางสิมาภรณ์ ศิลาอาสน์ แฟนของนายกมล เปิดเผยว่า วันเกิดเหตุ ตนไปรอนายกมลที่หน้าบ้านเช่าเป็นเวลานาน ไม่สามารถเข้าบ้านได้ ตนจึงไปที่ร้านคาราโอเกะ เมื่อพบจึงได้ตบศีรษะนายกมล ก่อนจะพูดคุยกับเพื่อนของนายกมล และตามออกมาเพื่อที่จะแจ้งตำรวจ และอาสาให้มาส่งตนที่บ้านเช่า เพราะนายกมลขู่เอาไว้ว่า “กลับบ้านมามึงโดนแน่”

ส่วนนิสัยนายกมล ถ้าไม่เมาก็จะมีนิสัยเงียบ ๆ นิ่ง ๆ แต่ถ้าเมาเมื่อไร ก็จะทําร้ายร่างกายตนตลอด เหมือนผีบ้า ทั้งตีทั้งตบ มีบาดแผลฟกช้ำตามตัวตลอด เคยใช้มีดจะฆ่าตนให้นอนอยู่ที่บ้านเช่า ไม่ต้องออกไปไหน และปิดบ้านขังตนให้อยู่ในห้องเช่า

รอยฟกช้ำ ที่แขนของนางสิมาภรณ์

ทั้งนี้ วันเกิดเหตุตำรวจไม่ได้ทำร้ายร่างกายแต่อย่างใด เป็นการปัดป้องกันไปมา ส่วนแผลเหนือคิ้วของนายกมล ซึ่งมีลักษณะเป็นรอยแผลขูดเลือดอาบนั้น ตนเห็นว่านายกมลล้มในช่วงที่ตำรวจจะนำตัวไปโรงพัก และมีการขัดขืน ไม่ได้เกิดจากการถูกต่อย แต่ไม่แน่ใจว่าไปโดนที่เก้าอี้หน้าบ้านหรือไม่ หลังจากที่ตำรวจและอาสากลับไปแล้ว นายกมลทำร้ายร่างกายตนอีก ก่อนจะเอาเสื้อผ้าไปประมาณ 3 ชุด ออกจากบ้านเช่าไป

ดาบตำรวจสมฤกษ์ เที่ยงตรงดี ผบ.หมู่สภ.มาบตาพุด

ขณะที่ ดาบตำรวจสมฤกษ์ เที่ยงตรงดี ผบ.หมู่สภ.มาบตาพุด เปิดเผยว่า วันที่ 6 พ.ย. 61 แฟนของนายกมล โทรมาหาสายตรวจของตนว่าถูกแฟนทำร้าย จะเข้าบ้านแต่เข้าไม่ได้ เพราะถ้าเข้าไปจะโดนซ้อม ขณะนั้นตนไม่อยู่ที่ตู้สายตรวจ จึงแจ้งอาสาให้เข้าไปส่งแฟนนายกมลที่ห้องเช่า เมื่ออาสาไปส่ง จากนั้นอาสาโทรหาตนบอกว่านายกมลโวยวายมาก และทะเลาะกับแฟน ให้ตนตามไปที่ห้องเช่าดังกล่าวด้วย

เมื่อเข้าไป นายกมลกล่าวหาพวกตนว่า นางสิมาภรณ์มีอะไรกับพวกอาสาและตำรวจที่มาส่ง ตนจึงบอกว่า “ทำไมไม่ให้เกียรติแฟน” จากนั้น นายกมลชี้หน้าตนและอาสา จังหวะนั้นต่างคนต่างผลักอกกันในลักษณะปัดไม้ปัดมือแบบชกต่อย และป้องกันตัวทั้งสองฝ่าย จนมีการต่อยกัน ตนอยู่ตรงนั้นพยายามจะห้ามให้หยุด และบอกไปว่าไม่ได้มาจับ แต่มาช่วยเคลียร์ให้ ตนพยายามอดทนอดกลั้นต่อคำพูดของนายกมล และยืนยันว่าไม่ได้มีการใช้อาวุธแต่อย่างใด

keyboard_arrow_up