หมอจุฬาฯ ท้วงปลดล็อค ‘กัญชา’ ชี้เป็นการปิดประตู ‘กัญชา-กระท่อม’ ให้ตายสนิท

สืบเนื่องจากกกรณีการประชุมคณะกรรมการพิจารณาการนำกัญชาไปใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ ซึ่งทางสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา(อย.) เตรียมปลดล็อกกัญชา ด้วยการยกระดับจากยาเสพติดประเภท 5 เป็นประเภท 2 โดยให้ใช้เฉพาะสารสกัดและน้ำมัน แต่ดอก ใบไม่ให้ใช้ และมีการควบคุมมาตรฐานในการใช้ด้วยนั้น ล่าสุดเมื่อวันที่ 31 ตุลาคมที่ผ่านมา ศาสตราจารย์ นายแพทย์ ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา ศาสตราจารย์สาขาประสาทวิทยา ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้โพสต์ข้อความผ่านเพจเฟซบุ๊ก ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา Thiravat Hemachudha โดยกล่าวว่า…

นี่ไม่ใช่การปลดล็อค นี่คือการปิดประตูตายสนิทของกัญชาและกระท่อม
การประชุมคณะกรรมการกัญชา 31 ตุลาคม 2561 ยังคงพายเรือในอ่าง
-1 ถึงแม้จะปรับจากยาเสพติดประเภทห้าเป็นประเภทที่สอง โดยเป็นสารสกัดกัญชาก็ยังคงยึดติดกรอบประเด็นมองว่ากัญชาเป็นยาเสพติดร้ายแรงแบบมอร์ฟีน
2-แนวคิดดังกล่าวนำถึงซึ่งการเข้มงวดอย่างรุนแรงเรื่องของสถานพยาบาล กระบวนการ จนเมื่อดูข้อกำหนดแล้วแม้แต่แพทย์แผนปัจจุบันเองคงไม่มีใครอยากใช้
-3 คำว่าสารสกัดประเด็นหมายถึงตั้งแต่การสกัดแบบแพทย์แผนไทย จนกระทั่งถึงการสกัดแบบมีกระบวนการที่เข้าใกล้มาตรฐานโดยสามารถเลือกวัตถุดิบที่ปราศจากโลหะหนัก เช่น ตะกั่ว สารหนู สารเคมีทำลายหญ้าและแมลงตลอดจนสามารถที่จะทราบความเข้มข้นของสารออกฤทธิ์แต่ละชนิดได้
4-แต่ก็ยังมีข้อแย้งจาก อย ถึงคุณภาพในข้างต้นว่าไม่เพียงพอ โดยให้ใช้มาตรฐานสากลประหนึ่งว่าจะต้องนำเข้าจากต่างประเทศเท่านั้น ถึงจะสามารถขึ้นทะเบียนได้ ดังนั้นน้ำมันกัญชาหรือสารสกัดพื้นพื้น จะไม่มีทางใช้ได้เลย!!!!
5-และถึงแม้ว่าโชคดีให้ใช้ได้ก็ยังติดกรอบ ของภาวะหรือกลุ่มโรคที่ให้ใช้โดยยึดถือให้ใช้ได้สี่ภาวะ
ได้แก่อาการแข็งเกร็ง จากโรคปลอกประสาทอักเสบ อาการอาเจียนจากการใช้เคมีบำบัดโรคลมชักในเด็กซึ่งควบคุมไม่ได้ก่อน และอาการปวดทรมานซึ่งยาแก้ปวดปกติใช้ไม่ได้

และจะมีผู้ป่วยน้อยมากที่ได้ประโยชน์

ทั้งนี้ในประเทศออสเตรเลียมีการประกาศโดยสำนักอาหารและยา โดยมีข้อบ่งชี้กว้างขวางขึ้นโดยไม่ยึดกับสี่กลุ่มโรคที่กล่าวมา และผลิตภัณฑ์ที่ใช้นั้นแม้จะไม่ใช่ในรูปของยามาตรฐาน เป็น unapproved drug แต่ก็ยังสามารถที่จะใช้น้ำมันกัญชาหรือสูตรอื่นที่พอจะรู้ส่วนผสมและความเข้มข้น
6- การย้ายจากห้าไปสองให้เป็นสารสกัด โดยที่พืชกัญชาและกระท่อมยังคงติดอยู่ในห้าซึ่งมีโทษรุนแรงแทบจะไม่ต่างจากการที่มีฝิ่น เฮโรอีนแทบจะช่วยอะไรไม่ได้เลย สำหรับประชาชน และแพทย์แผนไทย
7- กระบวนการทางแพทย์แผนไทยก็จะถูกดองโดยไม่สามารถขยับได้
ทั้งนี้กรอบต่างๆที่ออกมามาจากคณะทำงานที่เห็นกัญชาและกระท่อมเป็นยาเสพติดร้ายแรงประมาณฝิ่น

กระบวนการความคิดดังกล่าว จะเท่ากับเป็นการผลักใสผู้ป่วยให้สู่ตลาดใต้ดินซึ่งหนีไม่พ้นจะต้องมีกัญชาสารสก้ด ที่ปนเปื้อนด้วยสารพิษ และนอกจากนั้นในแต่ละหลอดจะมีความแตกต่างกันของสารออกฤทธิ์ที่เป็นตัวประกอบซึ่งจากการวิเคราะห์พบว่า มีความแตกต่างกันมากแล้วแต่แหล่งที่มา และถูกขูดรีดจากการรักษานอกระบบ เป็นครั้งละหมื่น แสน

ถ้าหน่วยราชการยังไม่สามารถออกจากกรอบได้จะมีผู้ป่วยทรมานที่ลงใต้ดินมากขึ้นเป็นทวีคูณทั้งนี้ เพราะข้อจำกัดของยาปัจจุบันไม่ว่าจะเป็นเรื่องของประสิทธิภาพผลแทรกซ้อนและราคาจะเป็นสิ่งที่คนป่วยยอมรับไม่ได้อย่างเด็ดขาด

ตัวสีแดงคือเงื่อนไขที่บอกว่าจะให้ใช้ได้!!!!!
ถ้าเป็นตามนั้น จะมีคนป่วยได้ประโยชน์น้อยมาก
แข็งเกร็งไม่ได้เกิดจากโรคๆเดียว
ชักต้องรอให้หมดกระเป๋าแล้วถึงใช้?
สมองผิดปกติ ทุกข์ ทรมาน เบื่ออาหาร
ถามว่า นี่คือช่วยคนป่วยหรือเร่งให้ไป

กรอบทั้งหมดทีตกลงวันนี้ในคณะ กก กัญชา ท่าทางต้องเปิดว่าใครค้าน ค้านเพราะอะไร?

keyboard_arrow_up