แพทย์เผย ร่างกายเด็ก ป.3 ยังละเมิดเด็ก ป.2 ไม่ได้ ชี้เป็นพฤติกรรมเลียนแบบ

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเด็กและวัยรุ่น ชี้กรณีรุ่นพี่ ป.3 ล่วงละเมิดรุ่นน้อง ป.2 เกิดจากพฤติกรรมเลียนแบบ เพราะด้วยวัยและสรีระร่างกายยังไม่สามารถทำได้ ชี้การแก้ปัญหา ครอบครัวควรมีบทบาทหลักในการเป็นจุดเริ่มดูแลเด็ก เพราะถือเป็นต้นทางของทุกอย่าง

จากกรณีที่พ่อและแม่ของเด็กหญิงชั้น ป.2 โรงเรียนแห่งหนึ่งในพื้นที่ ต.แนงมุด อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ เข้าแจ้งความ กับตำรวจ ให้เอาผิดกับ เด็กนักเรียนชายชั้น ป.3 โดยระบุว่า ได้ก่อเหตุข่มขืนกระทำชำเราเด็กหญิงชั้น ป.2 ภายในห้องน้ำของโรงเรียน เมื่อช่วงเที่ยงของวันที่ 29 ตุลาคม 2561 ที่ผ่านมา และพาเด็กหญิงไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลกาบเชิง แพทย์ระบุว่า เยื่อพรมจรรย์ยังไม่ฉีกขาด พบเพียงรอยฟกช้ำเนื้อเยื่อชั้นในของอวัยวะเพศจนทำให้บวมเท่านั้น ซึ่งอาจะเกิดจากถูกกระแทกอย่างแรง หรือ อาจถูกล่วงละเมิดก็เป็นไปได้ ซึ่งตำรวจจะมีการสอบปากคำของเด็กที่เกี่ยวข้องทั้งหมดอีกครั้งร่วมกับสหวิชาชีพ

อ่านข่าว: หดหู่! นักเรียนชั้น ป.3 ขืนใจน้อง ป.2 รับเปิดเทอมวันแรก (คลิป)

วันนี้ทีมข่าวอมรินทร์ทีวี ไปสอบถามกับ รศ.นพ.สุริยเดว ทรีปาตี กุมารแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเด็กและวัยรุ่น ถึงเรื่องนี้ ว่า เด็กชั้น ป.3 จะมีสรีระร่างกายที่จะสามารถก่อเหตุแบบนี้ได้หรือไม่

หมอเดล พูดคุยกับทีมข่าวอมรินทร์ทีวี

รศ.นพ.สุริยเดว บอกว่าในทางการแพทย์แล้ว พัฒนาการทางเพศในเด็กและเยาวชน ค่าเฉลี่ยจะเริ่มต้นอยู่ที่ 12 ปี โดยในส่วนของเด็กผู้ชาย จะเริ่มเข้าวัยรุ่น ที่อายุ 10-12 ปี ซึ่งจากกรณีที่เกิดขึ้น เด็กชายอายุเพียงแค่ 9 ปี ด้วยร่างกายแล้ว sexual drive ไม่มีทางเกิดขึ้นก่อน 10 ปีแน่นอน ฉะนั้น หากข่าวนี้ เด็กผู้ชายเป็นผู้กระทำจริง ก็เชื่อว่าเกิดจากพฤติกรรมลอกเลียนแบบ และความคึกคะนอง

ภาพจำลองเหตุการณ์

ดังนั้นคำถามที่ตามมาคือ พฤติกรรมในการลอกเลียนแบบและความคึกคะนองเหล่านี้ เกิดขึ้นได้อย่างไร ซึ่งจากข้อมูลขององค์การยูนิเซฟเคยสำรวจพบว่า ในประเทศไทยมีเด็กแรก เกิดจนถึงอายุ 17 ปี ที่ไม่ได้อยู่กับพ่อแม่ ทั้งหมด 3 ล้านคน ซึ่งถือว่าติดอันดับต้นๆของโลก โดยพบในภาคตะวันออกเฉียงเหนือพบมากที่สุด ร้อย 30 ทำให้ส่งผลไปถึงการไม่ได้มีโอกาสในการที่จะดูแลและพัฒนาสิ่งต่างๆ รอบตัวเด็ก

ห้องน้ำที่เกิดเหตุ

ขณะเดียวกันก็ต้องยอมรับด้วยว่าประเทศไทยติดอันดับต้นๆ ในเรื่องของการใช้โซเชียลมีเดีย ที่สามารถเข้าถึงได้ง่ายมาก แม้กระทั่งเกม ซึ่งบางเกมใช้ความรุนแรงและมีฉากต่างๆ ที่ไม่เหมาะสม สิ่งเหล่านี้ส่งผลไปถึงพฤติกรรมลอกเลียนแบบในตัวเด็ก หากระบบนิเวศน์ คือครอบครัว โรงเรียน และสังคม ไม่มีความใกล้ชิดจะทำให้ขาดกลไกในการปกป้อง ดูแลเด็ก ซึ่งในช่วง 1 เดือนหลังเกิดเหตุ เด็กที่เป็นผู้เสียหายจะบอบช้ำ เพราะการถูกถามซ้ำๆ

รศ.นพ.สุริยเดว ทรีปาตี กุมารแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเด็กและวัยรุ่น

แนวทางที่ดีที่สุด คือให้ สหวิชาชีพได้ทำงานตรงจุดนั้น เพราะจริงๆแล้ว เด็กทั้งสองฝ่าย ก็บาดเจ็บหมด และต้องการการเยียวยาให้เขาสามารถดำรงอยู่ได้ และเด็กที่เป็นฝ่ายกระทำ เราจะเยียวยาหรือพัฒนาเด็กคนนี้อย่างไร เพื่อทำเขาไม่ถูกตีตราบาป เพราะจริงๆแล้วเด็กไม่ใช่ผ้าขาว แต่เป็นผ้าสีที่แตกต่างกันไปตามสภาพแวดล้อมการเลี้ยงดูจากครอบครัว พ่อแม่ต้องมีส่วนมากที่สุดในการดูแลและสังเกตพฤติกรรม ตาม พระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 หากพบปัญหาเกิดขึ้น พ่อแม่ควรขอความช่วยเหลือทันที จากโรงเรียน หรือจากส่วนท้องถิ่น แต่อย่าทิ้งเด็กไว้ตามลำพัง เพราะเขาจะไปเรียนรู้ของเขาเอง แล้วก็ไปเจอสิ่งที่มันไม่สร้างสรรค์อันนี้ก็จะกลายเป็นประเด็นสำคัญขึ้นมา

keyboard_arrow_up