ย้อนรอยเหตุการณ์ 6 ตุลาฯ เมื่อฉากประวัติศาสตร์มาปรากฏอยู่ในเพลง ‘ประเทศกูมี’

สืบเนื่องจากกรณีที่ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รองผบ.ตร.) ได้กล่าวถึงคลิปเพลงแร็พ ‘ประเทศกูมี‘ ว่าเนื้อหาจะผิดหรือไม่ แต่เท่าที่ดูจากคลิป ก็ 50 :50 แต่ต้องให้ตำรวจ ปอท. ตรวจสอบอีกครั้ง ว่าเนื้อหาเข้าข่ายขัดคำสั่ง คสช. หรือไม่ ส่วนคนที่อยู่ในคลิปก็จะต้องเชิญตัวมาให้ปากคำ ว่ามีเจตนาที่จะทำให้เกิดความวุ่นวายหรือขัดคำสั่ง คสช. ด้วยหรือไม่ จนหลายคนมีความสงสัยในเนื้อหาของเพลงดังกล่าวว่ามีความเข้าข่ายต่อการขัดคำสั่งที่ว่านี้อย่างไร (อ่านเพิ่มเติม : เปิดเนื้อเพลง ‘ประเทศกูมี’ ทำไม ‘ศรีวราห์’ ฟังแล้วจึงเข้าข่ายขัดคำสั่ง คสช.)

นอกจากเนื้อหาที่สะดุดหูผู้ฟังแล้ว อีกหนึ่งสิ่งที่สะกิดตาผู้ฟังไม่แพ้กัน นั่นคือฉากที่ปรากฏอยู่ในเพลง ‘ประเทศกูมี’ ซึ่งหลายคนลงความเห็นว่าคล้ายกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2519 อย่างมาก และมีการตีความว่า การที่นำภาพเหตุการณ์ที่เผยแพร่ไปทั่วโลกนี้มาใส่ไว้ใน MV ประกอบเพลง อาจมีอะไรที่มากกว่าแค่การเสียดสีหรือล้อเลียนสถานการณ์ปัจจุบันก็เป็นได้

ฝูงชนยิ้มขณะดูชายใช้เก้าอี้พับตีร่างของวิชิตชัย อมรกุล นักศึกษา ที่ถูกแขวนคอนอกมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (ภาพรางวัลพูลิตเซอร์ปี 2520)
ภาพจาก MV ในเพลงประเทศกูมี

มาถึงตรงนี้ เชื่อว่าหลายคนที่เกิดไม่ทัน หรือไม่เคยศึกษาเหตุการณ์ที่เป็นประวัติศาสตร์หน้าใหญ่ของเมืองไทยนี้มีที่มาที่ไหนอย่างไร เอาเป็นว่า AmarinTV ขอพาทุกคนย้อนอดีตกลับไปทราบเรื่องราวของเหตุการณ์ 6 ตุลาฯ แบบคร่าวๆ กันสักนิดดีกว่า ว่าในวันนั้นเกิดอะไรขึ้นบ้าง

– เมื่อเช้ามืดวันที่ 6 ตุลา 19 เวลาประมาณ 02.00 น. กลุ่มกระทิงแดง ล้อมรอบมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เตรียมปฏิบัติการโดยประสานงานกับตำรวจนอกเครื่องแบบ และมีกลุ่มกระทิงแดงเข้าแทรกตัวปะปนกับหมู่นิสิต นักศึกษา พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลจับกุมนิสิต นักศึกษา

– เวลาประมาณ 05.00 น. เริ่มมีการยิงจากภายนอกเข้าสู่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยถูกล้อมไว้

– เวลาประมาณ 07.00 น. กลุ่มทหาร ตำรวจตระเวนชายแดน ลูกเสือชาวบ้าน กระทิงแดง และกลุ่มอันธพาล ได้ใช้รถบัสพุ่งชนประตูมหาวิทยาลัย ทั้งหมดเข้าสู่มหาวิทยาลัย และใช้อาวุธหนักระดมยิง ตำรวจหน่วยคอมมานโด หน่วยปฏิบัติการพิเศษ และตำรวจนครบาลจากท้องที่ต่าง ๆ เข้าถึงที่เกิดเหตุ

– เวลาประมาณ 08.00 น. ตำรวจตระเวนชายแดนพร้อมอาวุธครบมือเข้าไปในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พร้อมยิงกระสุนเข้าใส่นักศึกษา

– เวลา 08.30-10.00 น. นักศึกษาและประชาชนในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ วิ่งหนีวิถีกระสุน บางคนวิ่งหนีออกทางประตูหน้ามหาวิทยาลัย บางส่วนหนีออกทางแม่น้ำเจ้าพระยา หลายคนถูกรุมตี รุมกระทืบ บางคนที่ถูกทำร้ายบาดเจ็บถูกนำไปแขวนคอ และถูกผู้คนแสดงท่าทางเยาะเย้ยศพ ขณะที่ศพนักศึกษาบางคนถูกลากเอาไปเผากลางถนนราชดำเนิน ตรงข้ามพระแม่ธรณีบีบมวยผม โดยใช้ยางรถยนต์ทับและราดด้วยน้ำมันเบนซิน บางส่วนใช้ของแข็งทำอนาจารศพนักศึกษาหญิง

– เวลาประมาณ 11.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าเคลียร์พื้นที่ และให้นักศึกษานอนคว่ำหน้ากับพื้นสนามฟุตบอล จากนั้นจึงนำตัวผู้ต้องหาขึ้นรถออกจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เพื่อควบคุมตัวไว้ที่โรงเรียนตำรวจนครบาล บางเขน กลุ่มคนที่มุงดูใช้ก้อนหิน อิฐ ไม้ ขว้างปาผู้ที่อยู่บนรถ

– เวลาประมาณ 16.00 น. กลุ่มลูกเสือชาวบ้าน ได้บุกเข้าทำเนียบรัฐบาล โดยใช้รถบรรทุกที่ทำเป็นเวทีปราศรัยบุกพังประตูเข้าไป บางคนได้ถือเชือกเข้าไปโดยจะเข้าไปแขวนคอ 3 รัฐมนตรีของรัฐบาล ได้แก่ นายชวน หลีกภัย, นายดำรง ลัทธพิพัฒน์ และนายสุรินทร์ มาศดิตถ์ เนื่องจากกล่าวหาว่าบุคคลทั้ง 3 เป็นคอมมิวนิสต์ แต่ ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช นายกรัฐมนตรี ได้ลงไปพบและยืนยันว่า บุคคลทั้ง 3 ไม่ได้มีพฤติกรรมดังกล่าว มีผู้ตะโกนถามว่า ท่านจะจัดการอย่างไร ม.ร.ว.เสนีย์ ตอบว่า ท่านจะบอกให้รัฐมนตรีทั้ง 3 ลาออกเองเพื่อความสงบของบ้านเมือง มีผู้ถามต่อไปว่า ถ้าบุคคลทั้ง 3 ไม่ลาออกจะทำอย่างไร ม.ร.ว.เสนีย์ตอบว่า ท่านจะลาออกเอง แต่ภายหลังข้อความนี้ได้ถูกวิทยุยานเกราะนำไปตัดต่อกลายเป็นข้อความว่า ท่านไม่เคยรู้มาก่อนว่าบุคคลทั้ง 3 นี้เป็นคอมมิวนิสต์ และท่านจะลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี

– ครั้นถึงเวลา 18.00 น. คณะทหารที่เรียกตัวเองว่า คณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ภายใต้การนำของพลเรือเอก สงัด ชลออยู่ ได้ทำการยึดอำนาจการปกครอง มีผลให้ ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช ต้องพ้นจากตำแหน่ง และ นายธานินทร์ กรัยวิเชียร เป็นนายกรัฐมนตรีคนใหม่ ซึ่งหลังจากเหตุการณ์นี้ มีการพิจารณาคดีในศาลยืดยาวถึง 3 ปี จนมีการออกกฎหมายนิรโทษกรรม ทำให้ผู้มีส่วนรับผิดชอบในเหตุการณ์นี้ ไม่ต้องถูกสอบสวนลงโทษแต่อย่างใด

ขอบคุณข้อมูลจาก : ศูนย์ศึกษาและพัฒนาสันติวิธี มหาวิทยาลัยมหิดล

keyboard_arrow_up