เปิดใจ บิ๊ก ป.ป.ช.จ่อปืนไล่แท็กซี่คุกคาม ไม่คิดยิง ชีวิตจริง ยกมือไหว้คงไม่จบ (คลิป)

จากกรณีนายพิเศษ นาคะพันธ์ อายุ 52 ปี ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ปรากฏอยู่ในคลิปขับรถเก๋งฮอนด้า แอคคอร์ด สีดำ ชักปืนเล็งใส่เจ้าของคลิปที่ขับรถยนต์แท็กซี่ตามหลังมา เหตุเกิดภายในศูนย์ราชการ แจ้งวัฒนะ และเข้ามอบตัวกับพนังงานสอบสวน สน.ทุ่งสองห้อง เมื่อวานนี้ (16 ต.ค. 61) โดยตำรวจแจ้งข้อหา พกพาอาวุธปืนไปในหมู่บ้าน เมืองสาธารณะ โดยไม่มีเหตุอันควร และทำให้ผู้อื่นตกใจกลัว ซึ่งเป็นความผิดตาม ป.อาญา และความผิดตาม พ.ร.บ.อาวุธปืน พ.ศ 2490 มาตรา 8 มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 10,000 บาท (อ่าน : ป.ป.ช. แถลงผู้ช่วยเลขาฯ ชักปืนขู่แท็กซี่ เป็นเรื่องส่วนบุคคล สั่งสอบภายใน 15 วัน )

พันตำรวจโทสุบรรณ์ อธิเศรษฐ์ รอง ผกก.สอบสวน สน.ทุ่งสองห้อง

วันที่ 17 ต.ค. 61 พันตำรวจโทสุบรรณ์ อธิเศรษฐ์ รอง ผกก.สอบสวน สน.ทุ่งสองห้อง เปิดเผยว่า วันนี้เชิญตัวผู้อยู่ในเหตุการณ์มาสอบปากคำ และเร่งให้ชุดสืบสวนตรวจสอบกล้องวงจรปิดในเส้นทางที่คาดว่ารถทั้งสองคันขับมา เพื่อตรวจสอบว่า ก่อนที่จะมาถึงจุดเกิดเหตุ มีการขับรถปาดหน้าหรือยั่วยุกันมาก่อนหรือไม่ จากการตรวจสอบ ขณะนี้ตำรวจทราบรถคู่กรณีซึ่งเป็นเจ้าของคลิปแล้ว เป็นรถแท็กซี่ส่วนบุคคล แต่พบว่าผู้ครอบครองเดิมเสียชีวิตไปตั้งแต่ปี 2560 และรถถูกบริษัทไฟแนนซ์ ใน จ.ปทุมธานี ยึดไป โดยไม่มีการเปลี่ยนชื่อผู้ครอบครอง

ทั้งนี้ ตำรวจกำลังเร่งประสานติดตามเพื่อสืบหาตัวคนขับแท็กซี่ในวันเกิดเหตุมาให้ปากคำถึงมูลสาเหตุ แม้เบื้องต้นจะทราบว่าเจ้าตัวไม่ติดใจเอาความ แต่เนื่องจากเป็นคู่กรณีและในฐานะของผู้เสียหาย จึงจำเป็นต้องติดตามมาให้ปากคำ เพื่อจะให้เกิดความกระจ่างชัด และเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่าย โดยหากมีการขับปาดหน้ากันมาก่อนจะเกิดเหตุ ก็ถือว่ามีความผิดด้วย แต่อัตราโทษเพียงแค่ปรับเท่านั้น

ขณะที่ในส่วนของนายพิเศษ หลังจากที่มารับทราบข้อกล่าวหาเมื่อวานนี้ ล่าสุดประสาน พ.ต.ท.สุบรรณ์ บอกว่าจะเข้ามาให้ปากคำเพิ่มเติมในช่วงเวลาบ่ายวันพรุ่งนี้ โดยจะนำปืนของกลางและเอกสารใบทะเบียนมามอบให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบด้วย

นายพิเศษ นาคะพันธุ์ ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช.

ด้านนายพิเศษ นาคะพันธุ์ ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. เปิดใจว่า พร้อมที่จะให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่อย่างเต็มที่ตามขั้นตอนทางกฎหมาย เช่น การค้นบ้านเพื่อตรวจหาอาวุธปืนว่ามีกี่กระบอก มีทะเบียนหรือไม่ ทั้งนี้ ปืนที่ใช้คือ .38 เป็นปืนของแม่ ซึ่งโอนมาให้ใช้ติดตัวไว้ตั้งแต่ปี 2538 ซึ่งมีใบการโอนใบการจดทะเบียน และใบอนุญาตพกพาครบถ้วน เจ้าหน้าที่สามารถตรวจสอบได้ เพราะตนมีปืนใช้ติดตัวแค่กระบอกเดียวเท่านั้น

ขณะเดียวกัน ยอมรับว่าวันเกิดเหตุ ปืนที่นำลงมาใช้นั้นเป็นปืนลูกโม่ขนาด .38 ลำกล้อง 2 นิ้ว ขณะที่นำปืนลงไปนั้นมีกระสุนหรือไม่ ตนก็ไม่แน่ใจ เนื่องจากหลังเกิดเหตุ ตนได้เก็บปืนเข้าซองแล้วนำไปไว้หน้าคอนโซลรถเหมือนเดิม เพราะตนซ้อมยิงปืนบ่อย

ส่วนสาเหตุที่ตนเองชักปืนขู่ เนื่องจากทำไปเพื่อป้องกันตัว ไม่ได้มุ่งเอาชีวิต แค่ตั้งใจให้หยุเพราะคนขับแท็กซีเหมือนไม่พอใจ ขับจี้ท้ายไล่ตามมาเหมือนจะมาหาเรื่อง คุกคาม อาจส่งผลกระทบทำให้เกิดอุบัติเหตุ จำเป็นต้องลงจากรถไปเพื่อหยุดพฤติกรรมดังกล่าว

นายพิเศษ ระบุว่า ที่ต้องพกปืนลงไปขู่ เพราะคิดว่าลงไปมือเปล่า แล้วเดินไปยกมือไหว้ตอนโชเฟอร์แท็กซี่กำลังโกรธ ดูท่าทีแล้วคงไม่ปลอดภัย และขณะลงไปนั้น ลงไปในฐานะประชาชนเต็มขั้น ไม่ได้ลงไปบอกตำแหน่งหน้าที่การงาน แต่คนกลับไปโยงกับตำแหน่งงานของตนกันเอง ส่วนใครจะเชื่อหรือไม่นั้น แล้วแต่วิจารณญาน ตนไม่ได้สนใจเพราะนี่คือชีวิตจริง

อาสาจราจรที่อยู่ในเหตุการณ์

ที่ สน.ทุ่งสองห้อง พนักงานสอบสวนได้เชิญตัวอาสาจราจรที่ปรากฎในคลิป 2 คน มาให้ข้อมูล โดยทั้ง 2 คน ให้ข้อมูลว่า ในวันเกิดเหตุเวลาประมาณเกือบ 15.00 น. ซึ่งใกล้ช่วงที่การจราจรจะเริ่มแออัด ขณะกำลังปฏิบัติหน้าที่ หันไปเห็นว่ารถเก๋งสีดำจอด และมีรถแท็กซี่สีเหลืองเขียวที่ไม่มีผู้โดยสารจอดตามหลัง ในตอนแรกคิดว่ารถชนกัน แต่เมื่อเข้าไปเพื่อจะช่วยเคลียร์จราจรก็ต้องตกใจ เพราะเห็นว่าชายซึ่งเป็นคนขับรถฮอนด้าลงมายืนอยู่ข้างรถ ถือปืนอยู่ในมือ ชี้ไปทางรถแท็กซี่ ส่วนคนขับแท็กซี่ อายุประมาณ 40 ปี ผมสั้น รูปร่างสันทัดไม่ได้ลงมาจากรถ ตอนนั้นไม่ได้ยินว่าพูดคุยอะไรกัน เพราะตกใจที่เห็นปืน และรถด้านหลังเริ่มติด จึงรีบไปเคลียร์รถ ก่อนที่รถทั้งสองคันจะขับออกไป โดยเหตุการณ์เกิดขึ้นเพียง 2-3 นาทีเท่านั้น

keyboard_arrow_up