รองปลัด ยธ. มองกรณีเด็ก ม.2 รุมแกล้ง ป.4 ไม่ควรปล่อยผ่าน สังคมต้องช่วยแก้พฤติกรรม ห่วงทำผิดซ้ำ

วันที่ 11 ต.ค. 61 นายธวัชชัย ไทยเขียว รองปลัดกระทรวงยุติธรรม โพสต์ข้อความผ่านทางเฟซบุ๊ก กล่าวถึงกรณีคลิปวิดีโอเด็กหญิง ป. 4 ถูกรุ่นพี่ ม.2 รุมแกล้งโดยการหวีผม กระชาก และดึงผม และใช้เท้าถีบหน้าจนเด็กหญิง ป.4 ร้องไห้ โดยเหตุการณ์ทั้งหมดเกิดขึ้นในห้องเรียนของโรงเรียน (อ่าน : จ่าย 5 พันจบเรื่อง คลิปสะเทือนใจรุ่นพี่ ม.2 รุมแกล้ง ป.4 ดึงผม ผ้าอุดปาก ผอ.วอนหยุดแชร์)

นายธวัชชัย ไทยเขียว รองปลัดกระทรวงยุติธรรม (แฟ้มภาพ)

นายธวัชชัย ระบุว่า “กรณีเด็ก ม.2 ทำร้ายเด็ก ป.4 ไม่ควรนำเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม เพราะเป็นการขัดขวางพัฒนาการตามวัยของเด็ก แต่ควรใช้กระบวนการปรับพฤติกรรมที่เหมาะสม การที่เด็กมีพฤติกรรมใช้ความรุ่นแรง นั้นเป็นพฤติกรรมเกเร (Conduct Behavior) ซึ่งหากพิจารณาตามจิตวิทยาพัฒนาการเด็ก เกิดจากการเปลี่ยนแปลงทางร่างกายและฮอร์โมน ส่งผลให้วัยรุ่นมีอารมณ์แปรปรวนง่าย ไม่คงที่ ฉุนเฉียว โกรธง่าย และมักแก้ปัญหาด้วยความรุนแรง จึงทำให้เด็ก/เยาวชนที่กระทำผิดส่วนใหญ่อยู่ในช่วงวัยรุ่น มีพฤติกรรมการล่วงละเมิดสิทธิของผู้อื่นหรือการละเมิดกฎเกณฑ์ของสังคม เช่น พฤติกรรมขโมย พูดปด หลอกลวง หนีเรียน หนีออกจากบ้าน ชกต่อย รังแกคนอื่น รังแกสัตว์ และทำลายของสาธารณะ เป็นต้น ซึ่งพฤติกรรมเหล่านี้ มีความเกี่ยวพันกับระดับของปัญหา และความเสี่ยงต่อการทำผิดในอนาคต และกระทำผิดซ้ำได้

ภาพจากคลิปที่ถูกแชร์บนโลกออนไลน์

ปัญหาดังกล่าวจึงไม่ควรปล่อยผ่านด้วยกระบวนการปกติ จากประสบการณ์ที่เคยเป็นทีมพัฒนาเครื่องมือจำแนกเพื่อค้นหาสาเหตุปัจจัยเสี่ยง และปัจจัยจำเป็นในการกระทำความผิดของเด็กหรือเยาวชน การใช้ความรุนแรง จึงเป็นประเด็นสำคัญที่ต้องมีการสอบถามในเครื่องมือดังกล่าว เพื่อนำมาใช้เป็นข้อมูลในการแก้ไขบำบัดเด็ก/เยาวชน ได้ตรงกับสภาพปัญหามากยิ่งขึ้น

ดังนั้น การที่เด็กหรือเยาวชนมีพฤติกรรมที่ใช้ความรุนแรงจึงถือว่าเป็นเด็กเสี่ยงต่อการกระทำผิดได้ และในการพัฒนาเครื่องมือจำแนกเด็กหรือเยาวชนในการในแบบประเมินความเสี่ยง และความจำเป็นจึงถือว่าเป็นพฤติกรรมเกเร (Conduct Behavior) นั้นต้องได้รับการบำบัดแก้ไขฟื้นฟู

ดังนั้น การทำทัณฑ์บน หรือกล่าวคำขอโทษจึงไม่เป็นการเพียงพอ จำเป็นต้องใช้กระบวนการปรับพฤติกรรมที่เหมาะสมประกอบด้วย เช่น การใช้กระบวนการประชุมกลุ่มครอบครัวและชุมชน ของกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน ซึ่งสามารถประสานงานได้ที่สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนได้ทั่วประเทศให้เข้าไปช่วยดำเนินการครับ”

ขอบคุณเฟซบุ๊ก ธวัชชัย ไทยเขียว

keyboard_arrow_up