สุดสลด! หนุ่มใหญ่เครียดโรครุมเร้า เผาตัวตายข้างเมรุ แม่เผยลูกกราบเท้าพูดสั่งลา

วันที่ 11 ต.ค. 61 เวลา 06.00 น. ร.ต.อ.โรมรัน  ศรีไกรภักดิ์  รองสว.สอบสวน  สภ.หนองปรือ  อ.บางละมุง  จ.ชลบุรี ได้ รับแจ้งเหตุมีคนถูกไฟเผาเสียชีวิต อยู่ข้างเมรุวัดสุทธาวาท  ซอยเนินพลับหวาน  ม.7  ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี หลังรับแจ้งจึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบตามระดับชั้น แล้วเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมด้วย พ.ต.อ.ชิดเดชา  สองห้อง  ผกก.สภ.หนองปรือ  เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน  และเจ้าหน้าที่กู้ภัยสว่างบริบูรณ์ธรรมสถานเมืองพัทยา

เจ้าหน้าที่ดับไฟที่เผาร่างของนายนายพีรพงษ์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เหตุเกิดบริเวณบันไดขึ้นข้างเมรุวัดสุทธาวาท พบร่างผู้ชายถูกเพลิงไหม้ดำ เจ้าหน้าที่กู้ภัยฯ และชาวบ้านช่วยกันใช้ถังดับเพลิงฉีดดับ เจ้าหน้าที่จึงกันผู้ไม่เกี่ยวข้องออกจากที่เกิดเหตุ  ตรวจสอบภายในตัวผู้เสียชีวิต  พบสลากกินแบ่งรัฐบาลจำนวนมาก โทรศัพท์ 1 เครื่อง และยังพบเอกสารธนาคาร บัตรโรงพยาบาลตราด ระบุชื่อ นายพีรพงษ์  จิระกุลรัตน์วงศ์ อายุ 52 ปี เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน

เจ้าหน้าที่พูดคุยกับพระภิกษุในวัด

หลวงตาสนั่น คุตตวัณโณ อายุ 73 ปี  พระวัดสุทธาวาท เปิดเผยว่า ขณะกำลังจะออกไปบิณฑบาต สังเกตเห็นกลุ่มควันไฟพวยพุ่งขึ้นบริเวณข้างเมรุ จึงรีบมาตรวจสอบ พบว่า ไฟกำลังไหม้คนอยู่จึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจมาตรวจสอบ โดยปกติบริเวณดังกล่าว วัดก็จะปิดไม่ให้บุคคลภายนอกเข้าในเวลาดังกล่าว ซึ่งตอนที่เปิดประตูก็ยังไม่เห็นสิ่งผิดปกติใด กระทั่งขณะที่จะออกบิณฑบาตจึงเห็นว่าเกิดเหตุดังกล่าวขึ้น

ภาพจากกล้องวงจรปิดในวัด

ต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดสามารถจับภาพไว้ได้ช่วงเวลาประมาณ 05.10 น.เป็นผู้ชายอายุประมาณ 50-60 ปี สวมเสื้อเชิ้ตสีขาว กางเกงขายาว รองเท้าสีดำ มือขวาหิ้วสิ่งสิงของมาด้วย เดินเข้ามาดูรอบ ๆ เมรุ แล้วจึงเดินกลับไปข้างเมรุ ผ่านไปประมาณ 2 นาทีจึงเกิดแสงเพลิงขึ้น แต่กล้องวงจรปิดไม่สามารถจับภาพขณะที่เผาตัวเองไว้ได้

บรรยากาศหน้า สภ. หนองปรือ

เบื้องต้นพ.ต.อ.ชิดเดชา สองห้อง ผกก.สภ.หนองปรือ ร่วมกับกองพิสูตรหลักฐานตรวจสอบที่เกิดเหตุอย่างละเอียด ก่อนส่งศพผู้เสียชีวิตไปตรวจชันสูตรยังสถาบันนิติเวชโรงพยาบาลตำรวจ หาสาเหตุการตายที่แท้จริง  นอกจากนั้นเอกสารที่ระบุชื่อทางเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่สามารถติดตามญาติหรือติดต่อได้  ส่วนสาเหตุการฆ่าตัวตายนั้นยังไม่มีใครทราบข้อมูลที่แท้จริง ก่อนจะให้ญาติมาให้รายละเอียดและรับศพไปบำเพ็ญกุศล

ล่าสุด เวลา 13.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางฉวี  ธรรมคีรี อายุ 77 ปี มารดาผู้เสียชีวิต และ น.ส.บุญตา เพชรรายงาม อายุ 44 ปี น้องสาวต่างบิดา เดินทางเข้าพบ พ.ต.อ.ชิดเดชา สองห้อง ผกก.สภ.หนองปรือ เพื่อให้ปากคำเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดแล้วนั้น

นางฉวี  ธรรมคีรี มารดาผู้เสียชีวิต (ซ้าย) และ น.ส.บุญตา เพชรรายงาม น้องสาวต่างบิดา (ขวา)

นางฉวี ธรรมคีรี มารดาผู้ตาย เปิดเผยว่า ปกติบุตรชายพักอาศัยอยู่ที่จังหวัดตราด โดยมีอาชีพขับรถตู้โดยสาร และเพิ่งกลับมาอาศัยอยู่กับตนได้ประมาน 3 เดือน ที่บ้านพักภายใน ซอยมาบยายเลีย 3 (ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 2กม.) ในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา บุตรชายป่วยเป็นโรคหัวใจและความดัน ต้องเข้ารักษาที่โรงพยาบาลบางละมุง ทำให้เกิดความเครียดจนนอนไม่หลับอยู่บ่อยครั้ง และเมื่อ 2-3 วันก่อน ผู้ตายบ่นตลอดว่านอนไม่หลับ กระทั่งเมื่อประมาน 05.30 น. ผู้ตายได้มาหาตนบอกเพียงว่าจะไปโรงพยาบาล พร้อมกราบลาขออโหสิกรรม และกล่าว “ชาติหน้ามีจริงขอเกิดเป็นลูกแม่อีก” ก่อนเดินทางออกจากบ้านไป ทำให้ตนเกิดความวิตกกังวล จึงให้น้องสาวและญาติออกตามหา จนกระทั่งพบเป็นศพอยู่ภายในวัด

ด้าน พ.ต.อ.ชิดเดชา สองห้อง ผกก.สภ.หนองปรือ เปิดเผยว่า สำหรับคดีนี้หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจสอบที่เกิดเหตุและพยานหลักฐานต่างๆ จากกล้องวงจรปิดพบว่า ผู้ตายนั้นเดินทางเข้ามาในวัดเพียงคนเดียว จากนั้นเพียงไม่นานก็เกิดเปลวไฟลุกขึ้น ไม่มีบุคคลอื่นอยู่ภายในบริเวณที่เกิดเหตุ ประกอบกับปากคำจากญาติที่ระบุว่า ผู้ตายอาการป่วยโรครุมเร้า และมีการกราบลาผู้เป็นแม่ก่อนออกจากบ้าน จึงเชื่อว่าเป็นฆ่าตัวตาย ซึ่งญาติไม่ได้ติดใจเอาความแต่อย่างใด

 

 

keyboard_arrow_up