ครูอ้อยงานเข้า! ตลาดหลักทรัพย์จ่อสอบลวงขายหุ้นศิษย์ – ครูเคทซัด สะกดจิตโชว์ผิดจรรยาบรรณ (คลิป)

ยังคงเป็นเรื่องราวที่ประชาชนให้ความสนใจและจับตามอง สำหรับ ครูอ้อย ฐิตินาถ ณ พัทลุง หรือ ครูอ้อย เข็มทิศชีวิต  ภายหลังที่นายบอส (นามสมมติ) ผู้ที่อ้างว่าตนเป็นผู้เสียหายถูก ครูอ้อย ใช้อุบายชวนให้ลงทุนในหุ้น จนสูญเงินกว่า 13 ล้านบาท ต่อมาเมื่อวันที่ 20 เมษายน 2560 ครูอ้อยได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก เข็มทิศชีวิต ฐิตินาถ ณ พัทลุง ระบุว่า ขณะนี้เริ่มมีกลุ่มคนที่ทำเอกสารปลอมทำให้ครูอ้อยเสื่อมเสียชื่อเสีย โดยบอกว่ากลุ่มคนดังกล่าวเป็นคนกลุ่มเดียวกับที่ส่งอีเมลข่มขู่เรียกค่าไถ่ (อ่าน:ครูอ้อยแฉบอสเซียนหุ้นตัวการตบทรัพย์11ล้าน-บอสโต้แสบ จะแฉให้เห็นนิสัยหลังฉาก )

ล่าสุด 21 มิถุนายน 2560 เวลา 18.50 น.นายบอส (นามสมมติ) อดีตคนเคยใกล้ชิดครูอ้อย เปิดเผยเรื่องราวที่เกิดขึ้นผ่านรายการต่างคิดว่า ตนไม่ได้เป็นศิษย์ที่ออกมาขู่กรรโชกทรัพย์ 11ล้านกับครูอ้อย เพราะคงไม่มีใครออกมาแสดงตัวต่อสื่อให้เป็นที่จับตามอง ส่วนตัวก็รู้จักครูอ้อยตั้งแต่ปี 2557 ตอนนั้นตนเป็นเซียนหุ้น และครูอ้อยก็ชักชวนให้เข้าร่วมซื้อหุ้นของครูอ้อย ที่เป็นผู้ถือหุ้นอันดับที่ 3 ทำให้สร้างความเชื่อมั่น และก็ตัดสินใจร่วมลงทุน ภายในเวลา 3 เดือน ยอดหุ้นตกเหลือ 2 บาทกว่าต่อหุ้น ตนจึงตัดสินใจขายหุ้น ทำให้ขาดทุนกว่า 13 ล้านบาท ปัจจุบันหุ้นดังกล่าวอยู่ที่ราคา 21 สตางค์ต่อหุ้น และไม่เคยขึ้นมาสูงกว่าที่ตนขายอีกเลย

นายบอส ยอมรับว่า การออกมาเปิดเผยข้อมูลเรื่องดังกล่าวช่วงเวลานี้ เพราะเป็นเวลาที่เหมาะสม ที่จะให้สังคมได้รับรู้ความจริงของครูอ้อย และแค่อยากออกมาถามถึง สัจจะที่เคยบอกตนไว้ว่าจะรับผิดชอบกับหุ้น เพราะคนที่ปฏิบัติธรรมต้องยึดถือสัจจะวาจา และตนก็มีสัจจะ เพราะต้องหาเงินมาชดใช้ให้กับลูกค้าและเป็นเงินของตัวเอง และหากถามว่าตัวเองโลภไหม ก็บอกได้ว่าทุกคนมีความโลภหมด ถ้าครูอ้อยไม่ชักชวนชี้นำก็คงไม่ซื้อหนักขนาดนี้

ส่วนตัวเคยไปร่วมฟังการอบรมของครูอ้อยครั้งหนึ่ง และคิดว่าอุปทานหมู่ ชีวิตก็ไม่ได้ดีขึ้น พร้อมฝากเตือนนักลงทุนหน้าใหม่ เพราะขนาดตนยังพลาดและอยากให้ทุกคนฉุกคิดให้มากขึ้น

ดร.เนตรปรียา ชุมไชโย หรือ ครูเคท นักจิตวิทยาคำปรึกษา เปิดเผยว่า กรณีของครูอ้อย คิดว่าเป็นกิจกรรมเป็นกิจกรรมที่ดี เพราะเป็นการสร้างกำลังใจ คนที่เข้าคอร์สกับครูอ้อย เรียกได้ว่าเป็นพฤติกรรมติดกลุ่ม เพราะกลุ่มเหล่านี้อยากเจอคนที่เจอสถานการณ์หรือเหตุการณ์แบบตนเอง

หากถามว่าพฤติกรรมดังกล่าวส่งผลกระทบหรือไม่ ก็ต้องแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มคือ กลุ่มคนที่มีสติ และกลุ่มไม่มีสติ เนื่องจากกลุ่มคนไม่มีสติ อาจนำบทเรียนที่ได้รับมาปรับใช้ในชีวิตประจำวันไม่เป็น ทำให้ต้องไปเข้าคอร์สอบรมอย่างต่อเนื่อง ส่วนเรื่องสะกดจิตนั้นทำได้แต่ต้องทำในที่ลับ ห้ามเปิดเผย เพราะทุกคนล้วนแต่มีวิธีการรักษาที่ต่างกัน เนื่องจากเจอปัญหาชีวิตที่ไม่เหมือนกัน

ส่วนกรณีที่ครูอ้อยบอกให้รักพ่อแม่และครอบครัวเป็นสิ่งที่ดี บางประเทศก็มีการเข้าคอร์สอบรมเช่นนี้ แต่บางประเทศก็มีการสั่งห้าม แต่สิ่งที่ผิดคือกระบวนการที่สอนและจรรยาบรรณ เพราะจิตแพทย์และนักจิตวิทยาต้องมีจรรยาบรรณต้องรักษาความลับของลูกค้าและห้ามเปิดเผยข้อมูล หากเผยแพร่ก็เป็นการนำผลประโยชน์จากคนไข้ ส่วนการเซ็นยินยอมให้เผยแพร่ต้องดูที่เจตนา พร้อมบอกว่ามนุษย์ควรยึดหลักตามพระพุทธศาสนาคือ ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน หากพบว่าตัวเองมีปัญหาแนะนำให้ไปพบจิตแพทย์ดีกว่า

ดร.สันติ กีระนันทน์ รองผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

ด้าน ดร.สันติ กีระนันทน์ รองผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ให้ข้อมูลกับทีมข่าวอมรินทร์ ทีวี เกี่ยวกับข้อความในห้องสนทนาแอพลิเคชั่นไลน์ ระหว่างนายบอสกับครูอ้อย ฐิตินาถ ที่มีการระบุว่าหุ้นนั้นจะขึ้นไปในราคา15บาท ภายในเดือนพฤษภาคม โดยดร.สันติ เผยว่า เนื่องจากปกติแล้วไม่มีใครทราบได้ว่าหุ้นจะขึ้นเมื่อใด ซึ่งหากมีพฤติกรรมลักษณะการกำหนดวัน เวลา ของวันหุ้นขึ้นนั้น อาจเข้าข่ายเกิดความผิดได้ แต่หากมีการแจ้งรายละเอียด ข้อมูล สถิติ ถึงการดำเนินการของบริษัทเพื่อประกอบแนวทางที่มีผลต่อราคาหุ้น ต้องมีการแจ้งทำหนังสือต่อตลาดหลักทรัพย์เสียก่อน จึงจะสามารถเปิดเผยต่อสาธารณะได้

ส่วนการซื้อขายหุ้นบิ๊กล๊อต(big-lot) หรือ รายการซื้อขายหุ้นรายใหญ่จำนวนมาก เป็นกลไกทางการซื้อ-ขายหุ้นที่สามารถทำได้ จะทำให้ผู้ซื้อสามารถซื้อหุ้นในราคาที่ถูกกว่าราคาตลาด แต่จะมีกฎเกณฑ์ต่างๆ ตามประกาศของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

โดยหากมีข้อมูลหลักฐานว่าถูกล่อลวงให้ซื้อหุ้นลักษณะนี้ สามารถแจ้งเรื่องไปได้ที่หมายเลข 1207 สายด่วนสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ เพื่อเข้าดำเนินการได้

keyboard_arrow_up