ครอบครัวยังเศร้า! เชิญดวงวิญญาณ ‘สาวท้อง’ กลับบ้าน เผยเห็นความไม่ปลอดภัยของสถานีแอร์พอร์ตลิงค์

ผู้ใหญ่บ้านเชิญดวงวิญญาณเหยื่อตกรางแอร์พอร์ตลิงค์ ชี้สถานีรถไฟฟ้าไม่ปลอดภัยไร้ราวกั้นขอหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ความสำคัญด้านความปลอดภัย

ครอบครัวได้นำร่างนางสาวรสรินทร์ เปลี่ยนหล้า ผู้เสียชีวิตจากเหตุตกรางรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงค์ สถานีบ้านทับช้าง กลับมาบำเพ็ญกุศลที่บ้านเกิด ณ บ้านเลขที่ 69 หมู่ที่ 3 บ้านนาสา ต.ไหล่น่าน อ.เวียงสา จ.น่านแล้ว โดยบรรยากาศวันนี้ครอบครัวยังเต็มไปด้วยความเศร้าเสียใจและยังทำใจกับความสูญเสียที่เกิดขึ้น ซึ่งนางสาวรสรินทร์ถือเป็นเสาหลักของครอบครัว ขณะนี้ทางครอบครัวยังไม่ขอพูดถึงเรื่องการเรียกร้องใดๆ ทั้งสิ้น ขอให้ผ่านงานศพของน้องเอก่อน

ขณะเดียวกันนายประสงค์ หล้าอ่อน นายอำเภอเวียงสา ได้เดินทางไปให้กำลังใจญาติผู้เสียชีวิต และมอบเงินช่วยเหลือจำนวนหนึ่ง พร้อมทั้งมีการส่งพวงหรีดของผู้ว่า จ.น่าน รองผู้ว่าปลัดจังหวัดและ พร้อม อบต.ไหล่น่าน มาร่วมแสดงความเสียใจในงานด้วย

ขณะที่ เช้าวันนี้ทางสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดน่าน โดยนางสาวปภาอร สรรวิริยะ นักสังคมสงเคราะห์ชำนาญการได้นำเงิน 2,000 บาท มามอบให้แก่พ่อ-แม่น้องเอ โดยนางสาวปภาอรฯ กล่าวว่า เป็นการช่วยเหลือเบื้องต้นกรณีมีปัญหาด้านสังคมและกำลังประสานกับ รพ.สาเพื่อนำคุณแม่น้องเอไปทำกายภาพบำบัดเพราะเป็นโรคปวดหลังเรื้อรัง

ส่วนสามีผู้เสียชีวิต นายปิยพงษ์ รอบคอบ เผยว่า การเรียกร้องเพิ่มเติมยังจะต้องปรึกษากับหลายๆฝ่ายก่อน และได้มีการเตรียมทนายความไว้แล้ว ส่วนผู้ที่จะช่วยเหลือเรื่องคดีต้องขอขอบคุณแต่ก็จะปรึกษาหลายฝ่ายให้รอบคอบก่อน

ด้านนายใหม่ นาทุม อายุ 58 ปี ผู้ใหญ่บ้านนาสา ผู้ที่ร่วมเดินทางไปรับศพและเชิญดวงวิญญาณของผู้ตาย เปิดเผยว่า เมื่อเดินทางไปที่เกิดเหตุยังรู้สึกถึงความหดหู่และเศร้าสลดเสียใจ และเห็นถึงความไม่ปลอดภัยของสถานีรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงค์ซึ่งไม่มีราวกั้นป้องกัน คนชรา เด็ก คนตั้งครรภ์และผู้พิการ ดังนั้นจึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ความสำคัญเรื่องความปลอดภัยของผู้ใช้บริการในสถานีไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงค์

นายสรัญชา ศรีชลพัฒนา เลขาธิการสภาทนายความ กล่าวถึง กรณีนี้ว่า หากญาติผู้ตายเห็นว่าเงินค่าชดเชยและเงินเยียวยาจากบริษัทรถไฟไทยฯ และบริษัทประกันภัยไม่เพียงพอกับการสูญเสียคนในครอบครัวไปก็สามารถยื่นฟ้องเรียกค่าเสียหายทางแพ่งได้ แต่ต้องคำนึงถึงความเหมาะสมด้วย

อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้นับเป็นอุทาหรณ์สอนใจ ซึ่งไม่มีใครอยากให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นมาซ้ำๆอีก ซึ่งทางบริษัทรถไฟไทยควรเร่งก่อสร้างรั้วกั้นแนวชานชาลาให้แล้วเสร็จโดยด่วนในทุกสถานี.

keyboard_arrow_up