เปิดวงจรปิดอีกมุม! หนุ่มเสพยาโชว์แผลกะโหลกร้าว ไม่ใช่เพราะล้ม ฉะก๊วน ตร. ทำแรงเกิน (คลิป)

จากกรณีนายศักดิ์ชัย แน่นอุดร พ่อค้าอาหารอีสาน เข้าแจ้งความร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.พญาไท โดยอ้างว่าถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจยัดยาเสพติด และเรียกรับเงินจำนวน 50,000 บาท เพื่อแลกกับการปล่อยตัว ในวันที่ 10 ส.ค. 61 โดยมีผู้เสียหายออกมาร้องเรียนว่าถูกกลุ่มตำรวจ บก.น.1 ชุดเดียวกัน กระทำพฤติกรรมในลักษณะคล้ายกัน ตามที่ได้นำเสนอไปแล้วนั้น (อ่าน : พ่อค้าส้มตำ หิ้ว จ.ม. โดนขู่ฆ่า ฟ้อง ผบช.น. จี้ฟันก๊วน ตร.ยัดยา ออกจากราชการ)

นายแมน (นามสมมติ) ผู้เสียหาย

วันที่ 18 ก.ย. 61 นายแมน (นามสมมติ) ผู้เสียหาย เปิดเผยว่า ตนเดินทางมาที่ สน.บางชัน พร้อมด้วยแม่ น้องสาว และทนายความ เพื่อมาแจ้งความดำเนินคดี หลังถูกตำรวจชุดสืบสวน สน.พญาไท ทำร้ายร่างกาย จนกระทั่งกะโหลกร้าว

นายแมน กล่าวว่า ตนนำหลักฐานคลิปวิดีโอจากกล้องวงจรปิดของ กทม. เข้ามาแจ้งความดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สน.พญาไท โดยตั้งใจว่าจะดำเนินคดีในเรื่องทำร้ายร่างกาย รวมถึงเรื่องทรัพย์สินของตนที่หายไป ภายหลังจากเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาล ได้แก่ รถยนต์ 1 คัน โทรศัพท์มือถือ 3 เครื่อง และกระเป๋าสตางค์

บาดแผลของนายแมน
บาดแผลของนายแมน

นายแมน ยืนยันว่า รอยแผลที่ศีรษะเกิดจากกะโหลกร้าว หลังถูกปืนฟาดศีรษะขณะอยู่บนรถ ทำให้รู้สึกมึนศีรษะมาก ส่วนที่แขนหัก น่าจะมาจากตอนที่ถูกรุมกระทืบ

ภาพจำลองเหตุการณ์ ขณะเกิดเหตุ

นายแมน เล่าว่า วันเกิดเหตุ 4 ก.ย.61 เวลาประมาณ 20.00 น. ตนกับเพื่อน 1 คนนัดกันจะไปเที่ยว ขณะนั้นเพื่อนของตนนัดส่งยาเสพติด ที่ซอยรามอินทรา 107 ซึ่งตนก็ได้ขับรถไปตามเส้นทางดังกล่าว โดยก่อนถึงปากซอยประมาณ 500 เมตร มีชาย 2 คน ขับรถจักรยานยนต์มาด้านข้าง ก่อนที่ผู้ซ้อนจะขึ้นมาบนรถตน พร้อมบอกว่าให้นำยามา ก่อนจะนำอาวุธปืน ตีที่หน้าผากของตนหลายครั้งจนศีรษะแตก

ภาพจำลองเหตุการณ์ ขณะนายแมนถูกปืนฟาดศีรษะ

ทั้งนี้ ก่อนถึงซอยรามอินทรา 107 มีรถยนต์คันหนึ่งจอดปาดหน้าตน ตนจึงตัดสินใจลงจากรถ ส่วนเพื่อนก็วิ่งขึ้นสะพานไป หลังจากนั้น ตนก็ถูกกระชากแขน ก่อนถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล

ภาพจำลองอาการของนายแมน และเหตุการณ์ที่โรงพยาบาล

นายแมน เล่าต่อว่า เมื่อตนไปถึงโรงพยาบาล แพทย์บอกกับน้องสาวตนว่า แขนตนด้านขวากระดูกหัก จากสาเหตุที่ถูกกระชาก ไหปลาร้า แขนขวาหัก กะโหลกร้าว ทั้งนี้ พี่สาวตนเล่าให้ฟังว่า มีชายรายหนึ่งมาที่โรงพยาบาล และบอกว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ และบอกว่า ไม่ติดใจเอาความตนเอง เพราะถือว่าทำบุญ พร้อมกับบอกให้น้องสาวตนว่า ดูแลตนให้ดี ขอให้หายไว ๆ

ภาพจำลองเหตุการณ์ที่ สน. ขณะตำรวจเรียกเงินเพื่อนนายแมน 200,000 บาท

ขณะที่วันเกิดเหตุ เพื่อนตนก็ถูกจับกุมตัวไปที่ สน.พญาไท โดยเสียเงิน 200,000 บาท และถูกปล่อยตัวออกมา โดยมี แฟนของนายโก๊ะ นำเงินมาให้ เพื่อให้หลุดคดีเกี่ยวกับยาเสพติด

นายน้อย (นามสมมติ) ผู้เห็นเหตุการณ์

จากนั้น ทีมข่าวเดินทางย้อนรอยจุดเกิดเหตุ บริเวณถนนรามอินทรา นายน้อย (นามสมมติ) ผู้เห็นเหตุการณ์ เปิดเผยว่า วันที่เกิดเหตุ 4 ก.ย. ตนได้ยินเสียงดังจึงออกมาดู เห็นตำรวจนอกเครื่องแบบประมาณ 7-8 คน กำลังล้อมชายบาดเจ็บที่ถูกตำรวจนายหนึ่งเหยียบอกไว้ จากนั้นก็มีรถยนต์อีก 3 คัน ตามมาจอด มีเจ้าหน้าที่ทั้งหมดกว่า 10 นาย จากนั้น เจ้าหน้าที่ที่ล้อมตัวนายแมนอยู่ ก็ได้ตะโกนให้ช่วยตามจับชายอีกคนที่วิ่งข้ามถนนหนีไปอีกฝั่งหนึ่ง จากนั้นเจ้าหน้าที่ก็เรียกรถพยาบาลมาทำแผลที่ศีรษะให้กับผู้บาดเจ็บ แล้วก็มีรถมูลนิธิฯ มารับตัวผู้บาดเจ็บไป

ภาพจากกล้องวงจรปิด ขณะเกิดเหตุ มุมที่ 1
ภาพจากกล้องวงจรปิด ขณะเกิดเหตุ มุมที่ 2

นายน้อย เล่าต่อว่า ขณะนั้นตนไม่รู้สึกแปลกใจ เพราะบริเวณนี้มักจะมีเจ้าหน้าที่ตำรวจมาจับยาเสพติดอยู่บ่อยครั้ง แต่ในวันเกิดเหตุ ตนไม่คุ้นหน้าตำรวจ คาดว่าเป็นตำรวจนอกพื้นที่ที่อาจตามมาจับยาเสพติด โดยตนพบรถจักรยานยนต์ล้มอยู่ก่อนถึงจุดที่ถูกตำรวจเหยียบอก ทำให้คาดว่าแผลที่ศีรษะ อาจจะมาจากการที่รถล้มแล้วศีรษะไปกระแทกกับทางเท้า ขณะที่พยายามจะหลบหนี

พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล

ด้าน พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เปิดเผยว่า หลังจากอมรินทร์ ทีวี มีการนำเสนอข่าวของผู้เสียหายหลายราย ที่อ้างว่าถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจกลั่นแกล้งนั้น ขณะนี้มีหลายบุคคลเข้ามาเกี่ยวข้องในคดี ตนไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้มีการจัดตั้งชุดคณะทำงานเพื่อดูแลคดีดังกล่าว โดยมี พล.ต.ต.นิตินันท์ เพชรบรม รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เป็นผู้ดูแลคดี พร้อมยืนยันว่า ตำรวจที่ไม่ดี จะไม่เลี้ยงไว้ และจะต้องออกจากสังคม

ขณะที่ พล.ต.ต.นิตินันท์ เพชรบรม รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล กล่าวว่า ยังมีผู้เสียหายบางราย ที่ไม่กล้าให้ข้อมูลเกี่ยวกับตำรวจกลุ่มดังกล่าว เนื่องจากตัวเองเกี่ยวข้องกับคดียาเสพติด จึงตกเป็นเครื่องมือทำมาหากินของตำรวจนอกรีต ตอนนี้เจ้าหน้าที่กำลังดำเนินการสืบทราบ โดยจะแยกเป็น 2 ส่วนคือ ตำรวจที่เป็นกลุ่มรีดไถเงินประชาชน หากมีความผิดจริง ต้องรับโทษสูงสุด ให้ออกจากราชการ อีกส่วนคือผู้เสียหาย ถ้าเกี่ยวข้องกับยาเสพติด ก็ต้องได้รับโทษเช่นเดียวกัน

keyboard_arrow_up