น้า เผยห่วง “พีท” คิดฆ่าตัวตาย เสียใจถูกตราหน้า ลวงโลกทั้งตระกูล (คลิป)

วันที่ 10 ก.ย. 61 หลังจากที่ นายธนวรรธน์ คำแหงผล หรือ พีท ได้เดินทางมอบตัวกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.โคกขาม อ.เมือง จ.สมุทรสาคร จนนำเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมายแล้วนั้น ขณะที่ นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรมเดินทางแจ้งความพร้อมส่งหลักฐานเพิ่มเติมเรื่องหวย 90 ล้านบาท ที่กองสลาก (อ่าน : “พีท” เครียด! ถูกคุมเข้าห้องขัง – ตร.แจ้งข้อหาเพิ่ม ปลอมแปลงเอกสาร)

นายสมคิด ไชยคำ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่12 และน้าชายนายพีท

ทีมข่าวเดินทางมาที่ จ.เลย ภูมิลำเนาของนายพีท นายสมคิด ไชยคำ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 12 บ้านทรัยพ์เจริญ ต.เอราวัณ จ.เลย น้าชายของนายพีท เปิดเผยว่า ดีใจที่นายพีททำตามคำสัญญาที่เคยให้ไว้ว่าวันนี้จะเข้ามอบตัว ซึ่งช่วงที่ยังไม่ตัดสินใจมอบตัวนายพีทอยู่ระหว่างการพักใจ พักสมอง คิดทบทวนว่าตนเองทำอะไรลงไป “ทำผิดต่อคนในประเทศมากมาย” ในฐานะญาติที่ติดตามข่าวก็มีความภาคภูมิใจ ดีใจ อย่างน้อยเป็นเด็กที่ยังเชื่อถือ เคารพคำแนะนำของผู้ใหญ่

โดยเมื่อวันศุกร์ (7 ก.ย. 61) ที่ผ่านมา นายพีทโทรศัพท์มาหาแม่และพี่สาวว่าจะทำอย่างไรต่อไป เพราะได้ทำผิดพลาดไปแล้ว ซึ่งญาติทุกคนก็แนะนำพีทว่า ควรออกมายอมรับผิด และหลังจากที่นายพีทมอบตัว ก็ไม่ได้ติดต่อมาที่บ้านเกี่ยวกับเรื่องเงินประกัน ทุกอย่างเป็นไปตามที่แฟนของนายพีทดำเนินการ

นายสมคิด บอกอีกว่า ช่วงที่นายพีทโทรศัพท์มายอมรับว่า มีความกังวลจนไม่กิน ไม่หลับ ไม่นอน ประกอบกับตัวซีดขาวไปหมดแล้ว เบลอไปหมด ดังนั้นญาติจึงแนะนำให้นายพีทมอบตัวในวันจันทร์ (10 ก.ย. 61) เพื่อทุกอย่างจะได้คลี่คลายมากขึ้น อีกทั้งญาติ ๆ รวมถึงคนในหมู่บ้านอีกส่วนหนึ่งก็กินไม่ได้ นอนไม่หลับ เพราะกลัวว่านายพีทจะคิดสั้น แต่ส่วนตัวก็เชื่อว่านายพีทจะไม่คิดแบบนั้น

นายสมคิด ยังบอกว่า นายพีทเป็นคนไม่อายทำกิน ไม่หมิ่นเงินน้อย ไม่คอยวาสนา ทำทุกอย่างแม้แต่ทำไร่ไถ่นา และนิสัยส่วนตัวก็ไม่ใช่คนที่ชอบโกหก แต่มีนิสัยชอบแหย่เล่นกับคนอื่น ๆ บางครั้งพูดแหย่ บางครั้งพูดหยอกล้อ เพราะบางครั้งคนที่บ้านมักเจอหลอกเล่นประจำ เช่น ทุกคนนั่งอยู่ที่บ้าน พีทก็จะเอางู ตะขาบ มาโยนใส่ประจำ ดังนั้นในความขี้เล่น คนอื่นก็อาจมองว่าเป็นคนกะล่อน ที่ผ่านมานายพีท ไม่เคยมีนิสัยไปหลอกลวง หรือทำลอตเตอรี่ปลอมไปแกล้งใคร ครั้งนี้เป็นครั้งแรก

บ้านนายธนวรรธน์ คำแหงผล หรือ พีท

จากนั้น นายสมคิด พาทีมข่าวเดินทางไปที่บ้านของนายพีท เพื่อดูสภาพความเป็นอยู่ของที่บ้าน โดยพบว่าเป็นที่ดิน 2 แปลงติดกัน เป็นบ้านไม้ที่มีการต่อเดิมให้แม่อาศัยอยู่ ซึ่งบ้านหลังนี้ยังอยู่ในการจำนองของธนาคาร และที่บ้านอยู่ระหว่างการทำรั้วกั้น ยังทำไม่เสร็จ โดยทางเข้าออกบ้านทำเป็นตาข่ายสแลนสีดำ ทำเป็นประตูเปิด-ปิดบ้าน ซึ่งหลังบ้านไม้ ได้ทำเป็นฟาร์มเลี้ยงไก่ชน ชื่อ “เพชรลือชาฟาร์ม” ติดป้ายขนาดใหญ่ว่า จำหน่ายไก่ชนสายพันธุ์พม่า สายพันธุ์เงินล้านทั้งหมด ไม่ใช่บ่อนพนัน เพราะถ้าเป็นบ่อนการพนันจะต้องเป็นคนที่มีเงินถึงจะทำได้ หลานชายของตนเองเป็นคนแค่เลี้ยงขายเท่านั้น

ซุ้มไก่ข้างบ้านนายธนวรรธน์ คำแหงผล หรือ พีท

ถัดไปด้านข้างบ้าน ยังมีบ่อสำหรับทดสอบไก่ ซึ่งทำเป็นอิฐซีเมนต์ก่อเป็นวงกลม เอาไว้สำหรับทดสอบไก่ก่อนที่จะนำไปขายหรือลงแข่ง ซึ่งผู้ใหญ่บ้านบอกว่า หากนายพีทยังคงใช้งานอยู่ ก็คงไม่มีหญ้าขึ้นรกบริเวณกลางสนามทดสอบ ถัดไปมีพื้นที่แปลงกว้าง มีการก่อสร้างบ้าน แต่ยังไม่มีการติดตั้งประตูหรือหน้าต่าง ส่วนชั้นล่างเปิดโล่งและอยู่ระหว่างการก่อสร้าง โดยบ้านหลังนี้นายพีท จะนำเงินที่ได้จากการขายลอตเตอรี่ส่งมาให้แม่ในการต่อเติมอยู่เป็นระยะ แต่ก็ยังสร้างไม่เสร็จ เพราะยังติดปัญหาเรื่องเงิน หากบ้านหลังนี้สร้างเสร็จก็จะรวมเป็นเงินประมาณ 1 ล้านบาท แต่ทั้งนี้การก่อสร้างเป็นเงินที่กู้จากหนี้นอกระบบ ทำให้ช่วงที่ผ่านมาหลานชายขัดสน ไม่มีเงินไปจ่ายตัดดอก เจ้าหนี้ทวงมาที่ตนเองในฐานะเป็นผู้ใหญ่บ้าน เพราะขาดจ่ายรายเดือน ดังนั้นยืนยันว่าหลานชายของตนเองไม่ใช่เป็นคนที่มีเงินร่ำรวย แต่เป็นคนที่หาเงินเก่ง

นางสาวบุญทัน วิจิตรผล หรือ ทัน น้าสาวนายพีท

นางสาวบุญทัน วิจิตรผล หรือ ทัน อายุ 42 ปี น้าสาวนายพีท ยอมรับว่า ดีใจที่หลานชายเข้ามอบตัว เป็นลูกผู้ชาย กล้าทำก็กล้ารับ ซึ่งสิ่งที่ทำไม่ใช่เป็นการฆ่าคน โทษก็ไม่มีความรุนแรง เมื่อตนเองผิดก็ควรยอมรับและขอโทษสังคม ส่วนกรณีที่หลานชายใช้วิธีการนี้เพื่อเป็นกลยุทธ์ในการขายลอตเตอรี่ ส่วนตัวมองว่าทำไม่ถูก และระยะหลังหลานชายก็เดินทางไปขายหวยที่กรุงเทพฯ ตนเองจึงไม่รู้ความเคลื่อนไหวอื่น ๆ เพราะต่างคนต่างอยู่

โดยจากเรื่องของนายพีท ทำให้กระทบมาถึงตนในฐานะแม่ค้าขายหวย รวมถึงญาติคนอื่น ๆ ทำให้ถูกสังคมและชาวบ้านบอกว่าเป็นคนลวงโลก อีกทั้งยังถูกขุดประวัติว่าตนไปฉ้อโกงคนอื่น กรณีหวย มูลค่ากว่า 24 ล้านบาท ซึ่งไม่ใช่ความจริง เป็นเพียงกระแสข่าวจากฝ่ายที่ไม่ชอบออกมาโจมตีเท่านั้น เพราะความเป็นจริงตนเป็นการขายลอตเตอรี่แล้วขาดทุน จึงหมุนเงินไม่ทัน และเป็นหนี้ 5-6 ล้านบาท และก็ได้มีการไกล่เกลี่ยแล้ว ซึ่งตนก็ได้ชำระหนี้ตามสัญญาอย่างถูกต้อง ไม่ได้มีการฉ้อโกงแต่อย่างใด

ดังนั้นจึงอยากให้แยกประเด็นระหว่างหลานชายกับตนเอง ซึ่งเป็นคนละส่วนกัน และไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องในการฉ้อโกงหรือหลอกลวงใคร เพื่อไม่ให้กระทบต่อการขายหวย เพราะถ้าหากขายหวยไม่ได้ ก็จะไม่มีเงินไปจ่ายหนี้ก้อนดังกล่าว เนื่องจากขณะนี้ผู้ใหญ่หลายคนที่เป็นคนส่งลอตเตอรี่ให้ก็เริ่มไม่ไว้ใจ กลัวว่าครอบครัวและตนจะไปโกงคนอื่น ทั้งนี้ เมื่อหลานชายเข้ารับสารภาพแล้วก็อยากให้ทุกอย่างดีขึ้น ตนอยากกลับไปทำมาหากิน หาเงินชดใช้หนี้ได้ตามปกติ

นางสาวบุญทัน ระบุว่า หลังเกิดเรื่องขึ้น ยอมรับว่ามีช่วงหนึ่งที่คิดสั้น แต่ยังนึกถึงลูกสาว และต้องรับผิดชอบกับภาระหนี้ทั้งหมด จึงไม่ได้ตัดสินใจคิดสั้น ซึ่งบางครั้งยอมรับว่าเสียใจ เพราะเวลาไปเจอกับใครก็จะถูกมองว่าเป็นคนขี้โกง โกงกันทั้งตระกูล

นอกจากนี้ กรณีความมีอิทธิพลของผู้ใหญ่บ้านนั้น ตนยืนยันว่า ผู้ใหญ่บ้านไม่มีอิทธิพล หากไปสอบถามกับชาวบ้านหรือหมู่บ้านข้างเคียง จะยืนยันว่าผู้ใหญ่บ้านไม่มีอิทธิพล เพราะใช้ชีวิตดูแลลูกบ้าน ประสานงานตามประสาชาวบ้านธรรมดา และญาติพี่น้องในครอบครัว ก็ไม่มีใครมีอิทธิพลเช่นเดียวกัน

นายโบ๊ะตี๋ แซ่อึง ลูกค้าลอตเตอรี่แผงนายพีท

นายโบ๊ะตี๋ แซ่อึง อายุ 73 ปี ลูกค้าแผงนายพีท เดินทางจากตำบลกาหลง อ.เมือง จ.สมุทรสาคร เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.โคกขาม โดยเปิดเผยว่า ตนเดินทางมาแจ้งความดำเนินคดีนายพีท ในข้อหาขายสลากเกินราคา และข้อหาฉ้อโกงประชาชน เนื่องจากเมื่อวันที่ 6 ก.ย. 61 เวลาประมาณ 14.00 น. ตนได้เดินทางมาซื้อลอตเตอรี่ที่แผงนายพีทไปจำนวน 15 ใบ มูลค่า 2,000 บาท โดยเชื่อว่านายพีทเป็นคนรูปหล่อ มีน้ำใจและซื่อสัตย์ พอมาทราบว่าถูกหลอกก็รู้สึกเสียใจ ซึ่งตนก็อยากจะเฝ้ารอดูหน้าของนายพีท

ทั้งนี้ เมื่อนายพีทได้ออกมาขอโทษแล้ว ตนก็ให้อภัยได้ แต่คิดว่านิสัยเขาไม่น่าจะทำอย่างนี้ ตนไม่ชอบคนที่โกงคนอื่น ตอนนี้ไม่มีอะไรจะถามเขา แต่อยากเตือนสติไม่ให้เขาทำแบบนี้อีก อย่าโกงคนอื่น เพราะเวรกรรมมีจริง ชาตินี้ก็เห็นผล และหากเขากลับมาขายลอตเตอรี่อีก ตนคงไม่คิดจะอุดหนุนแล้ว แค่นี้ก็เข็ดจนตายแล้ว

บ้านนายธนวรรธน์ คำแหงผล หรือ พีทตอนกลางคืน
ผู้สื่อข่าวพูดคุยกับรักษาความปลอดภัยหน้าหมู่บ้าน

จากนั้น ทีมข่าวเดินทางกลับมาที่บ้านของพีท ในเวลา 20.00 น. พบว่าไฟหน้าบ้านปิดเงียบ โดยรักษาความปลอดภัยหน้าหมู่บ้าน เปิดเผยว่า แม่ของพีทและน้องสาวได้กลับมาที่บ้านช่วงเวลา 18.00 น. ที่ผ่านมา ขณะที่ตนเดินตรวจความเรียบร้อยของหมู่บ้าน พบกับแม่และน้องสาวของพีท ซึ่งแม่พีทบอกกับตนว่า “ขอโทษที่ลูกทำแบบนี้ ซึ่งตนก็บอกว่าสงสารทั้งครอบครัว

โดยปกติแล้ว นายพีทเป็นคนนิสัยดี น่ารัก พูดคุยสนุกสนาน และก่อนหน้านี้ ก็ไม่ได้มีพฤติกรรมแบบนี้ด้วย ไม่เคยมีเรื่องเสียหาย และตนก็เคยซื้อลอตเตอรี่กับครอบครัวนี้ด้วย ส่วนแฟนสาวของพีทก็นิสัยดี แฟนสาวพีทจะเข้าออกหมู่บ้านตอนที่ตนออกเวรไป นอกจากนี้ ส่วนตัวคิดว่าคนเราสามารถผิดพลาดกันได้ ถ้าเป็นผม ผมก็จะให้อภัย

 

keyboard_arrow_up