“ผมหลับใน” คนขับเก๋งดำยอมรับพุ่งชนลุงหูหนวก – พยานยันซิ่ง แถมปัดความรับผิดชอบ (คลิป)

จากกรณี ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ AUiiz Tawakit โพสต์คลิปวิดีโอเป็นภาพจากกล้องวงจรปิด จับภาพเหตุการณ์รถยนต์เก๋งสีดำ พุ่งชนลุงที่กำลังเดินอยู่ในซอยแห่งหนึ่ง จนล้มลงโดยผู้โพสต์ระบุด้วยว่า คนขับให้การกับตำรวจว่า ถูกคนวิ่งตัดหน้ารถ ในซอยขับเร็วขนาดนี้ แล้วไม่มีเบรกเลยด้วย เหตุเกิดที่หน้าบ้านมีกล้องพอดี

ภาพจากกล้องวงจรปิดขณะรถเก๋งขับชนคุณลุง

วันที่ 10 ส.ค. 61 นายเทวกฤต คีตาภัทรกาลีน อายุ 31 ปี เจ้าของโพสต์ เปิดเผยว่า ลูกชายของลุงที่ถูกรถชนได้เข้ามาขอกล้องที่หน้าบ้านตนเพราะเป็นจุดเกิดเหตุ พร้อมเล่าว่า คนขับให้การว่าลุงวิ่งตัดหน้ารถ จึงอยากขอดูหลักฐาน ซึ่งเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวานนี้ (9 ส.ค.) ช่วงเย็น ขณะคุณลุงกำลังวิ่งออกกำลังกาย รถเก๋งสีดำก็ขับมาชนทางด้านหลัง ซึ่งดูจากภาพแล้วพบว่ารถขับเร็วมาก ซึ่งการขับรถในซอยหมู่บ้านไม่น่าจะขับเร็วขนาดนั้น ตนรู้สึกสงสารกลัวคุณลุงไม่ได้รับความเป็นธรรมจึงนำมาโพสต์

นายเทวกฤต (ขวา) และนายธนกฤต (ซ้าย) คีตาภัทรกาลีน เจ้าของคลิปกล้องวงจรปิด

ด้าน นายธนกฤต คีตาภัทรกาลี น้องชายผู้โพสต์ เล่าว่า ตนนั่งอยู่ในบ้านได้ยินเสียงดังคล้ายรถชน ด้วยความตกใจจึงวิ่งลงมาดู พบว่า มีลุงรายหนึ่งถูกรถชนนอนอยู่บนถนน มีคนมุงเป็นจำนวนมาก ซึ่งตอนแรกตนไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้นจนมาเห็นคลิปกล้องวงจรปิด เพราะขณะที่ตนลงมาตนไม่เห็นคนขับรถ โดยรู้สึกรับไม่ได้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

นางจุฑามาศ ธีโรภาส ผู้เห็นเหตุการณ์

ขณะที่ นางจุฑามาศ ธีโรภาส ผู้เห็นเหตุการณ์ เล่าว่า ขณะที่ตนกำลังขับรถกลับบ้านพบว่า มีคุณลุงรายหนึ่งถูกรถชน ตนจึงรีบลงมาช่วยเหลือ พร้อมหยิบหมอนมาให้รองคอ เพราะคุณลุงนอนอยู่บนถนน เมื่อเปิดด้านหลังพบว่าเลือดไหลและมีรอยช้ำเต็มแผ่นหลัง สอบถามคนขับรถเล่าว่า ลุงรายนี้วิ่งตัดหน้ารถ ซึ่งเมื่อเห็นบาดแผลคนเจ็บตนก็ไม่อยากเชื่อ เพราะน่าจะถูกชนจากด้านหลัง และรถที่ชนกระโปรงหน้ายุบ ที่ปัดน้ำฝนหัก กระจกหน้ารถมีรอยร้าว ซึ่งถือว่ารุนแรงมาก โดยคนเจ็บ ฃมีบัตรผู้พิการทางการได้ยินอยู่ในกระเป๋า คาดว่าอาจจะไม่ได้ยินเสียงรถที่ขับมาจากด้านหลัง ทั้งนี้ ลุงรายดังกล่าวมักจะเดินในซอยเป็นประจำ โดยเฉพาะในช่วงเย็น ซึ่งทุกคนจะทราบดีว่ามีการวิ่งออกกำลังกายในซอย ส่วนใหญ่จึงไม่มีใครขับรถเร็วในเวลาดังกล่าว

ผู้สื่อข่าวพูดคุยกับนายต้อม คนขับรถ

ด้าน นายต้อม คนขับรถ ยอมรับว่า ตนหลับในเนื่องจากอ่อนเพลียจากการทำงาน จึงไม่เห็นคุณลุงที่เดินอยู่ ซึ่งเมื่อรู้สึกตัวตอนชนก็ตกใจ ซึ่งเมื่อสอบถามคนที่เห็นเหตุการณ์เล่าว่าคุณลุงวิ่งและล้มเข้าหารถตน จึงพูดไปตามนั้น เพราะส่วนตัวก็ไม่ได้เห็นเหตุการณ์ โดยตนไม่ได้หนีหรือปัดความรับผิดชอบ ยังโทรเรียกรถพยาบาล รวมถึงคุยกับครอบครัวของคุณลุงแล้ว และยินดีช่วยเหลือตาม พ.ร.บ. ทั้งนี้นายต้อมยังอ้างว่าตนไม่ได้ชนแรง ตัวคุณลุงก็ไม่ได้มีอาการบาดเจ็บสาหัสแต่อย่างใด เพราะตนขับรถประมาณ 30 กิโลเมตรต่อชั่วโมงเท่านั้น

 

keyboard_arrow_up