ตร.จ่อออกหมายจับมือขว้างอีโต้อัดรถชาวบ้าน หลังออกหมายเรียกแต่ยังไม่เข้าพบ

จากกรณี ร.ต.อ.สมพร เหล่าสิงห์ อายุ 59 ปี รองสารวัตร (ป.) กองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 22 อุบลราชธานี ผู้ใช้เฟซบุ๊ก “สมพร เหล่าสิงห์” โพสต์คลิปวิดีโอจากกล้องหน้ารถยนต์ เหตุการณ์ชายรายหนึ่งขับรถจักรยานยนต์เปลี่ยนเลนไปมา หลังจากนั้นจอดรถกีดขวางทาง พร้อมถือมีดอิโต้เล่ม​ใหญ่​ เดินมาทางรถฝั่งคนขับ และฟันเข้าที่กระจกหน้ารถร้าวเสียหาย​ เมื่อวันที่ 3 ส.ค. ที่ผ่านมา

พ.ต.อ.ทวี กิติวิริยกุล ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองอุบลราชธานี

วันที่ 8 ส.ค.61 พ.ต.อ.ทวี กิติวิริยกุล ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองอุบลราชธานี เผยว่า ดำเนินการติดตามตัวผู้ก่อเหตุในคดีนี้ เบื้องต้น ทราบตัวผู้ก่อเหตุแล้ว จึงส่งชุดสืบสวนนำหมายเรียกของพนักงานสอบสวนไปที่บ้านในหมู่บ้านทุ่งขามเหนือ ต.หัวเรือ เพื่อเชิญตัวมาพบกับพนักงานสอบสวน แต่วัยรุ่นคนดังกล่าวไม่อยู่บ้าน จึงแจ้งญาติประสานติดต่อให้มาพบกับพนักงานสอบสวน เพราะฐานความผิดที่ทำขึ้นคือ ขับรถโดยประมาทหวาดเสียวไม่คำนึงถึงความปลอดภัยของผู้อื่น, พาอาวุธมีดไปในชุมชน เมือง ทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร ทำให้เสียทรัพย์ และ ทำให้ผู้อื่นตกใจกลัว มีอัตราโทษไม่สูง โดยข้อหาทำให้เสียทรัพย์มีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท ที่เหลือก็เป็นคดีลหุโทษ จึงขอให้มาพบกับพนักงานสอบสวนไม่ต้องหลบหนี จะได้รับการลดโทษด้วย

ภาพจากคลิปขณะชายรายหนึ่งขับรถล้ม

รายงานข่าวแจ้งด้วยว่า สำหรับชายที่ก่อเหตุเคยเป็นพนักงานรักษาความปลอดภัยของห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งย่านถนนชยางกูร ต.ในเมือง อ.เมืองอุบลราชธานี หลังก่อเหตุและถูกติดตามตัว ได้ลาออกจากงานหลบหนีไปแล้ว ส่วนที่บ้านตามทะเบียนราษฏรที่ปรากฏก็เป็นบ้านของมารดาอาศัยอยู่กับญาติ นานๆ ชายคนดังกล่าวถึงแวะเวียนกลับไปหาสักทีหนึ่ง

ภาพจากคลิปขณะชายรายหนึ่งขับรถล้ม

ขณะเดียวกัน พ.ต.ท.รุ่งทวี นาปาน สารวัตรสอบสวน สภ.เมืองอุบลราชธานี เจ้าของคดีเตรียมเสนอขอศาลออกหมายจับชายวัยรุ่นที่ก่อเหตุ หลังได้ออกหมายเรียกและส่งชุดสืบสวนไปหาตัวที่บ้านและที่ทำงาน แต่ยังหลบหนี จึงจะไปขอหมายจับตัวมาดำเนินคดีในวันพรุ่งนี้ ซึ่งเจ้าหน้าที่ขอแจ้งให้ชายวัยรุ่นที่ก่อเหตุให้รีบมาพบก่อนออกหมายจับ เพราะจะได้รับการลดหย่อนโทษ ส่วนที่ถูกแจ้งข้อกล่าวหาก็มีอัตราโทษไม่สูงมากนัก จึงไม่ควรหลบหนี

 

ขอบคุณภาพจากผู้ใช้เฟซบุ๊ก “สมพร เหล่าสิงห์”

 

keyboard_arrow_up