สน.ดินแดงไม่เปิดข้อมูลคดีเก่า ย้ำยังอยู่ในชั้นศาล

ผู้กำกับการตำรวจ สน.ดินแดง ยอมรับว่า ทราบเรื่องที่ให้รื้อสำนวนเก่าของ คดีคนร้ายใช้มีดแทงผู้อื่นเสียชีวิตเมื่อ ปี 2559 แต่ยังไม่ทราบรายละเอียดเชิงลึก เพราะเพิ่งย้ายมาประจำการที่สน.ดินแดง ได้ 4 เดือน นอกจากนี้อยู่ระหว่างการติดตามคดี แต่ยังไม่สามารถทราบรายละเอียดทั้งหมด อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังลงรายละเอียดได้ไม่มาก เพราะอยู่ระหว่างที่ศาลกำลังพิจารณาคดีดังกล่าวอยู่ หากพูดอะไรออกไปมากกว่านี้ อาจจะกระทบต่อคดี และอาจจะเป็นการละเมิดอำนาจศาล และยืนยันว่า ระหว่างที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ที่สน.ดินแดงนี้ ยังไม่พบว่า มีเรื่องอิทธิพลในพื้นที่

จากกรณีข่าวสุดสะเทือนใจ นายศุภชัย คัฬหสุนทร บิดาของนายธนิต คัฬหสุนทร ที่เดินทางมาฟังคำพิพากษาคดีที่ลูกชายโดนอาวุธมีดปลายแหลมแทงจนถึงแก่ความตาย เมื่อปี 2559 โดยศาลอาญา รัชดาภิเษก พิพากษายกฟ้องจำเลย สร้างความผิดหวังอย่างรุนแรงแก่นายศุภชัย จนร้องไห้เสียใจและปีนข้ามช่องหน้าต่างบริเวณทางเดินหน้าห้องพิจารณา กระโดดจากชั้น 8 ร่างกระแทกพื้นเสียชีวิตนั้น ล่าสุด ทีมข่าวเดินทางไปที่สถานีตำรวจนครบาลดินแดง ซึ่งเป็นพื้นที่รับผิดชอบที่ดูแล คดีการเสียชีวิตของ นายธนิต ทัฬหสุนทร ที่เกิดเหตุเมื่อวันที่ 15 เมษายน 2559 และเพื่อติดตามถึงคดีนี้ กับตำรวจชุดที่ทำคดีนี้เมื่อ 2 ปีก่อน


เมื่อทีมข่าวเดินทางไปถึง ไม่ได้พบ พันตำรวจเอก ต่อเกียรติ พรหมบุตร ผู้กำกับการตำรวจสถานีตำรวจนครบาล ดินแดง ทีมข่าวจึงได้ โทรศัพท์สอบถามจึงได้ข้อมูลว่า พันตำรวจเอกต่อเกียรติ เพิ่งได้รับคำสั่งให้ไปประจำการที่ สน. ดินแดง ได้ 4 เดือนเท่านั้น จึงไม่ทราบรายละเอียดทั้งหมด อย่างไรก็ตาม ขณะที่ยังลงรายละเอียดได้ไม่มากเพราะ อยู่ระหว่างที่ศาลกำลังพิจารณาคดีดังกล่าวอยู่ หากพูดอะไรออกไปมากกว่านี้ อาจจะกระทบต่อคดี และอาจจะเป็นการละเมิดอำนาจศาล และยืนยันว่า ระหว่างที่ปฏิบัติหน้าที่ อยู่ที่สน.ดินแดงนี้ ยังไม่พบว่า มีเรื่องอิทธิพลในพื้นที่

ขณะที่พันตำรวจเอก กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ย้ำว่า คดีนี้ในชั้นพนักงานสอบสวน สน.ดินแดง มีความเห็นสั่งฟ้องผู้ต้องหาพร้อมส่งสำนวนคดีให้อัยการ ซึ่งมีการตรวจสอบอย่างครบถ้วนเพราะความผิดฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่น มีอัตราโทษสูงสุดคือประหารชีวิต ขั้นตอนการดำเนินการก็ยึดตามระเบียบข้อบังคับ การทำสำนวนก็อาศัยพยานหลักฐานทางคดี ไม่ว่าจะเป็นพยานวัตถุ พยานบุคคล และพยานนิติวิทยาศาสตร์ จึงถือว่าได้ดำเนินการตามกรอบของกฎหมาย

พันตำรวจเอก กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

คดีนี้ศาลอาญามีคำพิพากษายกฟ้องจำเลย ด้วยเหตุประจักษ์พยานที่อ้างว่าเห็นเหตุการณ์และให้การในชั้นสอบสวน ไม่อาจมาเบิกความในชั้นศาลได้ เนื่องจากอยู่ระหว่างการรักษาอาการป่วยทางจิตที่โรงพยาบาล จึงต้องรับฟังคำให้การชั้นสอบสวนที่นำส่งในชั้นศาลประกอบพยานหลักฐานอื่น แต่พยานหลักฐานอื่นยังมีน้ำหนักไม่เพียงพอที่จะฟังลงโทษจำเลยได้ เช่น ภาพถ่ายจากกล้องวงจรปิดพบว่าช่วงเวลาที่เกิดเหตุเป็นช่วงเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งมีผู้คนเป็นจำนวนมาก ภาพจากกล้องวงจรปิดที่ปรากฏในชั้นศาลนั้น เห็นแต่เพียงเหตุการณ์ปากทางเข้าซอยที่เกิดเหตุ แต่ไม่สามารถบันทึกภาพบริเวณจุดเกิดเหตุไว้ได้ ดังนั้น เมื่อพิจารณาอย่างรอบคอบแล้ว จึงมีคำพิพากษายกฟ้อง

keyboard_arrow_up