ทนายเกิดผล เปิดข้อกฎหมายกรณี ‘เจ้าบ่าวชิ่งงานวิวาห์’ ชี้ผิดสัญญาทางแพ่งเท่านั้น

สืบเนื่องจากกรณีมีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งได้เผยแพร่ภาพสดงานแต่งงานของตัวเอง โดยเจ้าสาวได้ขึ้นเวทีไปกล่าวขอบคุณแขกที่มาร่วมงานทั้งน้ำตาเพียงลำพัง เนื่องจากเจ้าบ่าวไม่มาร่วมงาน โดยภายหลังญาติเจ้าสาว ให้ข้อมูลว่า ทั้งสองฝ่ายมีการสู่ขอกันตามประเพณีปกติ ไม่ได้มีอะไรเป็นลางบอกเหตุว่าจะเบี้ยวงานแต่งงาน  (อ่านเพิ่มเติม : แฉ! เจ้าบ่าวชิ่งวิวาห์ จับได้มีกิ๊ก อ้างสินสอดไม่พอ ญาติฝ่ายชายเรียก 1ล้าน ยอมแต่งแทน (คลิป))

ล่าสุด เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2561 ผู้สื่อข่าวได้รายงานว่า นายเกิดผล แก้วเกิด ทนายความชื่อดังได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว เกิดผล แก้วเกิด เพื่ออธิบายข้อกฎหมายเกี่ยวกับกรณีดังกล่าว โดยมีเนื้อหาดังต่อไปนี้…

การที่เจ้าบ่าวทิ้งงานวิวาห์ เป็นเรื่องของการผิดสัญญาทางแพ่งเท่านั้น

การสมรส ที่กฎหมายรับรอง และคุ้มครองให้ มีได้กรณีเดียวคือ #การจดทะเบียนสมรสตามกฎหมายเท่านั้น การอยู่กินกันฉันสามีภรรยา โดยไม่ได้จดทะเบียนสมรส แม้จะมีการจัดงานแต่งงานใหญโต เชิญแขกเหรื่อ มากมายแค่ไหน ในทางกฎหมายก็ถือว่า ไม่ใช่การสมรส

แต่การสมรสตามกฎหมาย อาจมีการหมั้นหมาย ก็ได้

การหมั้น คือ การที่ฝ่ายชายส่งมอบทรัพย์ให้กับหญิงเพื่อเป็นสัญญาว่าทั้งสองฝ่ายจะสมรสกัน

เมื่อหมั้นแล้ว ก็ต้องไปจดทะเบียนสมรส แต่ก่อนไปจดทะเบียนสมรสกัน อาจมีข้อตกลงกันอย่างใด ก็ได้ เช่น การจัดงานแต่งงานตามประเพณีก่อน หรือการเลี้ยงแขก หรือ เตรียมการสมรสอย่าอื่น เช่น สร้างเรือนหอก่อน เป็นต้น

หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งผิดสัญญาหมั้นไม่มาสมรสตามกฎหมาย อีกฝ่ายหนึ้งเรียกค่าเสียหายได้

#แต่ถ้าไม่มีการหมั้น แม้ฝ่ายชายจะผิดสัญญา ไม่มาแต่งงาน ฝ่ายเจ้าสาวก็ฟ้องร้องเรียกค่าเสียใดๆไม่ได้

สาระสำคัญ คือ กรณีนี้ มีการหมั้นหรือไม่ ถ้ามีการหมั้นก็ฟ้องเป็นคดีแพ่งได้ แต่ไม่สามารถฟ้องคดีอาญาได้

#แต่ถ้าไม่มีการหมั้น ฝ่ายเจ้าสาวก็ไม่สามารถฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายจากฝ่ายชายได้เลย เพราะไม่มีกฎหมายรองรับ ครับผม

ทั้งนี้ ทนายเกิดผลได้ยกคำพิพากษาคดีของศาลฎีกาที่ 45/2532 ซึ่งระบุความเอาไว้ดังต่อไปนี้

คำพิพากษาฎีกาที่ 45/2532

การเรียกค่าทดแทนเนื่องจากผิดสัญญาหรือข้อตกลงเกี่ยวกับการสมรสนั้น ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1439 #บัญญัติไว้เป็นพิเศษให้เรียกได้เฉพาะกรณีที่มีการหมั้นเท่านั้น

เมื่อโจทก์จำเลยตกลงจะสมรสกัน #โดยไม่มีการหมั้น จึงนอกขอบเขตที่กฎหมายรับรอง แม้จำเลยไม่ปฏิบัติตามที่ตกลงกันไว้ โจทก์ก็เรียกค่าทดแทนไม่ได้ การที่โจทก์ต้องใช้จ่ายในการเตรียมการสมรส ต้องเสียพรหมจารีให้แก่จำเลย และอยู่กินร่วมกันฉันสามีภริยากับจำเลย โดยจำเลยไม่ยอมจดทะเบียนสมรสกับโจทก์ เกิดจากความสมัครใจของโจทก์ไม่เป็นเหตุที่จะถือว่าจำเลยกระทำละเมิดต่อโจทก์ จำเลยจึงไม่ต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่โจทก์ คำฟ้องโจทก์อ้างว่าโจทก์ยินยอมสมรสกับจำเลย จำเลยให้โจทก์เป็นฝ่ายเตรียมจัดพิธีมงคลสมรสแต่ฝ่ายเดียว และจำเลยได้มอบเงินช่วยเหลือในการเตรียมจัดงานสมรสเป็นเงิน 11,000 บาท ที่โจทก์ฎีกาว่า เงินจำนวน 11,000 บาท ที่จำเลยมอบให้ฝ่ายหญิงเป็นของหมั้นนั้น คำฟ้องเดิมกับฎีกาโจทก์ขัดแย้งกัน ฎีกาโจทก์ข้อนี้จึงเป็นเรื่องนอกประเด็น และไม่เกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชนศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย

keyboard_arrow_up