สั่งสอบรุ่นพี่เตะน้องม้ามแตก “อธิการบดี” ลั่น พบผิดฟันไม่เลี้ยง – ญาติเหยื่อ เชื่อรุ่นพี่ไม่สำนึก

จากกรณีมีผู้ใช้เฟซบุ๊กแชร์เรื่องราวที่หลานชายถูกรุ่นพี่ในคณะ ของมหาวิทยาลัยชื่อดัง ทำร้ายร่างกายจนกระทั่งม้ามแตก ต่อมาแพทย์ต้องตัดม้ามออก ล่าสุดวันที่ 20 ก.ค. 61 น.ส.ประสบสุข เชียงเชาว์ไว และน.ส.จันทิมา หงษ์ปรีชา มารดา และป้า ของนักศึกษาปี 2 ที่ถูกทำร้ายม้ามแตก ได้เข้าแจ้งความที่ สน.ทุ่งมหาเมฆ เพื่อให้ดำเนินคดีกับรุ่นพี่ปี 3 จำนวน 3 ราย ที่ทำร้ายร่างกาย จนลูกชายยังรักษาตัวอยู่ในห้องไอซียู โรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า ทางผู้ปกครองได้รับข้อมูลจากเพื่อนของเด็กว่ารุ่นพี่เรียกไปทำโทษ โดยระบุว่าลูกและเพื่อน ซึ่งเป็นนักศึกษาชั้นปีที่ 2 อบรมสั่งสอนน้องปี 1 ไม่ดี ไม่มีความเคารพรุ่นพี่ จึงถูกรุ่นพี่ปี 3 ชกเข้าที่หน้าท้องหลายครั้ง ตามที่ได้นำเสนอข่าวไปแล้วนั้น (อ่าน : ยกเลิกไหม! แม่แจ้งความเอาผิดรุ่นพี่รับน้องจน ‘ม้ามแตก’ ไร้รับผิดชอบจากมหา’ลัย)

น.ส.ประสบสุข เชียงเชาว์ไว มารดาพร้อมญาติ เดินทางพบ ดร.สุกิจ นิตินัย อธิการบดี มทร.กรุงเทพ

ต่อมาในช่วงบ่าย น.ส.ประสบสุข เชียงเชาว์ไว มารดา พร้อมด้วยญาติ ได้เดินทางเข้าพบกับ ดร.สุกิจ นิตินัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ และอาจารย์ที่เกี่ยวข้อง เพื่อสอบถามข้อเท็จจริงและปรึกษาถึงแนวทางการดำเนินการของมหาวิทยาลัย ดร.สุกิจ ได้แถลงข่าวชี้แจงข้อเท็จจริง ภายหลังการพูดคุยกับผู้ปกครองว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทางมหาวิทยาลัยเพิ่งทราบเรื่องจากผู้ปกครองเมื่อคืนที่ผ่านมา (19 ก.ค.) ว่ามีนักศึกษาปีที่ 2 ถูกรุ่นพี่ปี 3 ทำร้ายร่างกาย ขณะนี้ทางมหาวิทยาลัยได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนเรื่องดังกล่าวที่อยู่ระหว่างการสอบสวนข้อเท็จจริงถึงสาเหตุ และตัวผู้กระทำ เหตุที่เกิดขึ้นเป็นยามวิกาล และเรื่องเกิดนอกมหาวิทยาลัย ยืนยันว่ามหาวิทยาลัยไม่ได้นิ่งนอนใจ และพร้อมที่จะส่งข้อมูลให้กับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ส่วนทางมหาวิทยาลัยก็จะดำเนินการควบคู่กันไป ยืนยันว่าเหตุดังกล่าวไม่ใช่การรับน้อง เพราะกิจกรรมรับน้อง จบไปตั้งแต่สัปดาห์แรกของการเปิดเทอม ไม่น่าจะเกี่ยวข้องกัน

นักศึกษาชั้นปีที่ 2 ที่ถูกทำร้ายร่างกายจนม้ามแตก

ส่วนกรณีที่มีนักศึกษาที่ก่อเหตุ 1 ใน 3 รายนี้ เคยมีคนถูกรีไทร์ออกจากมหาวิทยาลัยนั้น อธิการบดี ชี้แจงว่า ปกติมหาวิทยาลัยจะให้โอกาสคนที่เรียนไม่สำเร็จ เกรดน้อย ไม่ผ่าน ให้กลับมาเรียนใหม่ได้ หากไม่มีพฤติกรรมที่ไม่ดี มีเคสแบบนี้หลายเคส แต่กรณีนี้ขอไปตรวจสอบก่อนว่านักศึกษารายนี้กลับเข้ามาเรียนได้ด้วยเหตุผลอะไร อีกทั้ง 2 ใน 3 ที่ก่อเหตุ เมื่อสัปดาห์ก่อนก็เคยทำร้ายร่างกายนักศึกษาชั้นปีที่ 1 แต่บาดเจ็บไม่มาก ก็มีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนเช่นเดียวกัน และนักศึกษาก็รับสารภาพ และมาเกิดเหตุนี้ซ้ำขึ้นมาอีก โดยขอตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อน โดย 1 ใน 3 ที่ถูกรีไทร์ไปนั้น ไม่ได้เข้ามาเรียนเลย ในระบบขึ้นสถานะว่ารอการลงทะเบียน ซึ่งขณะนี้หมดสิทธิ์สอบหรือหมดสิทธิ์เข้าเรียนแล้ว ส่วนอีก 2 คนนั้น ก่อนหน้านี้ก็ยังมาเรียน แต่ตั้งแต่เกิดเรื่อง ไม่ได้เข้าเรียนเลย โทษของทางมหาวิทยาลัยมีกำหนดไว้ชัดเจนอยู่แล้วว่า หากรับน้องที่ละเมิดสิทธิ ทำให้น้องคับข้องใจ จะถูกพักการเรียน 1 ภาคการศึกษา และถ้าทำร้ายร่างกาย จะถูกไล่ออก แต่ขณะนี้เรื่องราวดังกล่าวอยู่ระหว่างการสอบสวนข้อเท็จจริง จึงยังไม่สามารถไล่นักศึกษาผู้ก่อเหตุออกได้ จนกว่าข้อเท็จจริงจะปรากฏ

น.ส.รุ่งโรจน์ ขวัญโกมล น้าสาวของนักศึกษาที่ถูกทำร้ายร่างกายจนม้ามแตก

ส่วน น.ส.รุ่งโรจน์ ขวัญโกมล น้าสาวของนักศึกษาที่ถูกทำร้ายร่างกายจนม้ามแตก กล่าวภายหลังเข้าหารือกับทางมหาวิทยาลัยว่า เบื้องต้นรู้สึกพึงพอใจในมาตรการการดำเนินการของมหาวิทยาลัย ได้มีการแจ้งข้อมูลการสอบสวนกับทางญาติว่าได้เรียกผู้ที่เกี่ยวข้องมาสอบสวน ข้อมูลก็เป็นไปตามที่ตนได้บอกก่อนหน้านี้ ว่ารุ่นพี่ปี 3 ทำโทษ ที่รุ่นน้องปี 2 ไม่สามารถอบรมน้องปี 1 ให้มีความเคารพรุ่นพี่ได้ ส่วนทางผู้ปกครองของผู้ก่อเหตุ ยังไม่ได้พูดคุยกัน ทราบเพียงว่าตำรวจได้ติดต่อไปแล้ว ในเรื่องคดีความก็ยืนยันว่าจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด จะได้เป็นบรรทัดฐานว่าสามารถนำคนผิดมาลงโทษได้ ตนเชื่อว่ามหาวิทยาลัยมีมาตรการดูแลที่ดี แต่อยากให้เพิ่มการพูดคุยหรือใกล้ชิดกับเด็กมากกว่านี้ เพราะเด็กไม่กล้าพูดหรือบอกอะไรเลยว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง ส่วนกรณีผู้ก่อเหตุตนไม่ได้ต้องการให้เข้ามาขอโทษแล้ว เพราะเลยเวลาในการขอโทษไปแล้ว ก่อนหน้านี้ได้ติดต่อไปให้เข้ามาพบภายใน 18.00 น. ของเมื่อวานนี้ ก็ไม่มีการเข้ามาพบ แสดงว่าผู้ก่อเหตุไม่ได้มีความสำนึกผิดแต่อย่างใดเลย

keyboard_arrow_up