อาฆาตแต่เด็ก! ปลอมเฟซสวมรอยแชทด่า – หมอ ชี้ป่วย “ไซเบอร์ บูลลี่” – รร.ช็อก! ไม่คิดวัย13 ทำ (คลิป)

จากกรณีเหตุการณ์เด็กนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 รายหนึ่ง ถูกเพื่อนร่วมชั้นกลั่นแกล้งด้วยการใช้เฟซบุ๊กปลอม ไปด่าทอบุคคลอื่น ทำให้ได้รับความเสียหายและส่งผลกระทบกับจิตใจอย่างมาก ถูกแชร์ผ่านโลกออนไลน์จนเป็นประแสที่ถูกวิจารณ์อย่างรุนแรงนั้น

วันที่ 18 ก.ค. 61 ทีมข่าวเดินทางมาพบ น.ส.เชอรี่ (นามสมมติ) พี่สาวของน้องกวาง (นามสมมติ) ผู้เสียหาย ที่นำเรื่องราวดังกล่าวโพสต์ในกระทู้ออนไลน์ เปิดเผยว่า ปัญหาดังกล่าวเกิดขึ้นตั้งแต่น้องกวางอยู่โรงเรียนเก่าสมัยประถมศึกษาปีที่ 6 โดยถูกเพื่อนร่วมชั้นใส่ร้ายป้ายสี โดยการสร้างเฟซบุ๊กปลอมไปต่อว่าด่าทอคนอื่น สร้างความเข้าใจผิดและความเสียหาย จนกระทั่งครอบครัวสามารถสืบทราบได้ว่าผู้ก่อเหตุเป็นใคร โดยมีเพื่อนร่วมชั้นอีกคนมาสารภาพว่าร่วมก่อเหตุด้วย ทั้งโพสต์เฟซบุ๊กต่อว่า จนกระทั่งวันที่จบการศึกษา เพื่อนคนดังกล่าวเรียกน้องสาวตนไปพบ และชกเข้าที่ใบหน้าน้องสาวตน

น.ส.เชอรี่ (นามสมมติ) พี่สาวของน้องกวาง (นามสมมติ) ผู้เสียหาย

น.ส.เชอรี่ (นามสมมติ) กล่าวต่อว่า ผู้ก่อเหตุต้องการให้เพื่อนทะเลาะกัน เคยถึงขนาดขึ้นโรงพัก โดยมีผู้ปกครองคู่กรณีมาด้วย แต่เด็กรายดังกล่าว ก็ไม่ยอมรับ ซึ่งตนมองว่าเมื่อตำรวจทำอะไรไม่ได้ ก็ยิ่งทำให้เด็กคนดังกล่าวได้ใจ

จนกระทั่งล่าสุด น้องสาวตนย้ายสถานศึกษา มาเรียนต่อระดับชั้น ม.1 ปรากฎว่าก็ยังมีการปลอมบัญชีเฟซบุ๊ก สร้างความเข้าใจผิด และข่มขู่น้องสาวตน โดยร่วมมือกับเพื่อนในโรงเรียนเดียวกับน้องกว่าง ให้คอยเป็นหูเป็นตาให้ อีกทั้งยังมีการทำลายทรัพย์สิน ทั้งนำสมุดไปฉีกขาด แต่เจ้าตัวก็ไม่ยอมรับ ส่วนตัวรู้สึกว่าน้องสาวตนไม่ได้รับความปลอดภัย จึงแชร์เรื่องดังกล่าวลงโซเชียล กรณีล่าสุด น้องกวางถูกใส่ร้ายว่าขโมยหนังสือของเพื่อน เนื่องจากหนังสือเพื่อนในห้องหาย แต่ปรากฎว่า หนังสือดังกล่าวอยู่ในกระเป๋าน้องสาวตน ซึ่งทำให้น้องตนเสียใจจนร้องไห้ และเป็นห่วงว่าน้องอาจจะมีผลกระทบทางจิตใจ จนกระทั่งเป็นโรคซึมเศร้า ทั้งนี้ ก็มีเด็กรายอื่น ๆ ที่เคยเจอปัญหาเช่นนี้ และอยู่ในอาการเครียด ทั้งนี้อยากให้ผู้ปกครองช่วยดูแลบุตรหลานในการเล่นโซเชียล เนื่องจากหากใช้ผิดทางก็อาจเกิดปัญหากับคนอื่นได้

ผู้อำนวยการโรงเรียนรัตนาธิเบศร์ ครูปกครอง ครูประจำชั้น ร่วมพูดคุย

ทีมข่าวเดินทางมาที่โรงเรียนรัตนาธิเบศร์ พบกับ นายปิติ ยางกลาง ผู้อำนวยการโรงเรียนรัตนาธิเบศร์ ครูปกครอง ครูประจำชั้น ร่วมพูดคุยถึงประเด็นดังกล่าว โดย นายปิติ เปิดเผยว่า หลังเกิดเรื่อง ตั้งแต่นักเรียนคนดังกล่าว เข้าศึกษาที่โรงเรียนตั้งแต่ช่วงเดือนพฤษภาคม โรงเรียนไม่ได้นิ่งนอนใจแต่อย่างใด มีการดำเนินการแล้ว โดยมีการเรียกประชุมคุณครูที่เกี่ยวข้อง จากนั้นมีการไปสอบถามข้อมูลจากเด็ก ทั้งผู้เสียหาย และคู่กรณี อีกทั้งยังมีการเรียกผู้ปกครองทั้ง 2 ฝ่าย มาพูดคุยกันแล้ว อีกทั้งมีการกล่าวถึงนักเรียนอีกโรงเรียนหนึ่งในพื้นที่จังหวัด นนทบุรี ที่ระบุว่าคู่กรณีสมัย ป.6 เรียนอยู่ ตนได้มีการประสานไปยังผู้อำนวยการโรงเรียนดังกล่าวแล้ว ซึ่งก็มีการส่งครูเข้ามาประชุมกัน

นายปิติ ยางกลาง ผู้อำนวยการโรงเรียนรัตนาธิเบศร์

อย่างไรก็ตาม ตนดำเนินการเรียกเด็กคู่กรณี ที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้ร่วมกลั่นแกล้งเด็ก จนกระทั่งเด็กมีอาการซึมเศร้า ซึ่งตนก็คำนึงว่า หากเด็กไม่ผิดจริง ไม่มีหลักฐานที่บ่งบอกว่าเด็กผิด ก็เทียบเท่ากับเป็นการทำร้ายเด็กคนดังกล่าว

โดยขณะนี้ ยังไม่ทราบว่าใครเป็นผู้ก่อเหตุ เนื่องจากยังไม่มีหลักฐานใด ๆ มีเพียงคำบอกเล่าของเด็กผู้เสียหายเท่านั้น ไม่มีพยาน ไม่มีใครอยู่ด้วยในขณะที่เกิดเหตุ พร้อมยืนยันว่า โรงเรียนยังมองเด็กทุกคนเป็นเด็กบริสุทธิ์ อีกทั้งต้องคำนึงถึงความบริสุทธิ์ของเด็ก แต่เบื้องต้น ทางโรงเรียนมีการดำเนินการแจ้งความแล้ว เพื่อให้ติดตามเรื่องบัญชีเฟซบุ๊กปลอม

นอกจากนี้ ส่วนตัวไม่คิดว่าเด็กอายุเพียง 12-13 ปี จะก่อเหตุได้เช่นนี้ แต่ตนเชื่อว่าเด็ก ๆ สามารถให้การอบรมได้ ทั้งนี้ หากเด็กผู้เสียหายจะย้ายสถานศึกษา ส่วนตัวอยากให้ร่วมกันแก้ปัญหาก่อน เนื่องจากจะได้ทราบความจริงว่าใครเป็นผู้ก่อเหตุ อีกทั้งตนได้ติดต่อจิตแพทย์ เพื่อเข้ามาฟื้นฟูสภาพจิตใจของเด็กทุกคนที่เกี่ยวข้อง

นพ.วัลลภ ปิยะมโนธรรม ที่ปรึกษาโครงการศูนย์ให้คำปรึกษาฯ มศว

นายแพทย์วัลลภ ปิยะมโนธรรม ที่ปรึกษาโครงการศูนย์ให้คำปรึกษาและพัฒนาศักยภาพมนุษย์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) เปิดเผยว่า การที่สังคมว่ากล่าวให้ร้ายหรือประจาน ใส่ร้ายกัน ผ่านทางโลกไซเบอร์ ทางการแพทย์หรือจิตแพทย์มักเรียกปัญหานี้ว่า ไซเบอร์บูลลี่ (Cyber bully) ซึ่งส่วนใหญ่มักเกิดขึ้นกับผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย และตอนนี้โรคไซเบอร์บูลลี่ ได้แพร่กระจายไปมาก ไม่เพียงแต่ในหมู่ของกลุ่มวัยรุ่น แต่ยังลุกลามไปถึงในกลุ่มของนักศึกษาด้วยเช่นเดียวกัน อีกทั้งส่วนใหญ่คนที่ผู้ที่เป็นโรคไซเบอร์บลูลี่ประจาน มักมีผลเสียด้านจิตใจ จนอาจกลายเป็นโรคซึมเศร้า หรืออาจเกิดการคิดสั้นได้

ซึ่งไซเบอร์บูลลี่ สามารถแยกออกได้เป็น 3 ประเภท ตามลักษณะพฤติกรรมการแสดงออก ดังนี้
1. การตัดต่อภาพและนำภาพไปประจานในสื่ออินเตอร์เน็ตเพื่อทำให้ผู้อื่นเสียหาย
2. การวิพากษ์วิจารณ์ในแง่ของความรู้สึกของเหยื่อผ่านทางสื่ออินเตอร์เน็ต
3. วิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับสภาพแวดล้อมความเป็นอยู่ผ่านทางสื่ออินเตอร์เน็ต

keyboard_arrow_up