“สมพงษ์” เชื่อ มอบทุนหมูป่า ต่อยอดชาติได้ – “อ.อ๊อด” ชี้ ยังไม่ถึงเวลา รอดถ้ำล้ำค่าแล้ว (คลิป)

จากมหาวิทยาลัยนเรศวร จ.พิษณุโลก ออกหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เพื่อขอมอบทุนการศึกษาให้โค้ชเอกและนักฟุตบอลทีมหมูป่า อะคาเดมี จำนวน 13 คน เรียนปริญญาตรี จนถึงระดับปริญญาเอก ซึ่งเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์เป็นวงกว้าง เกี่ยวกับการเยียวด้วยการมอบทุนการศึกษา เป็นเรื่องที่สมควรเหมาะสมแล้วหรือไม่ รวมถึง

รศ.ดร.วีรชัย พุทธวงศ์ อาจารย์ประจำภาควิชาเคมี ม.เกษตรศาสตร์

วันที่ 13 ก.ค. 61 รศ.ดร.วีรชัย พุทธวงศ์ หรือ อาจารย์อ๊อด อาจารย์ประจำภาควิชาเคมี คณะศิลปศาสตร์และวิทยาศาสตร์​ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เปิดเผยว่า เรื่องนี้ก็เป็นการมองคนละมุม ซึ่งในส่วนของผู้บริหารมหาวิทยาลัยดังกล่าว อาจจะมองในลักษณะที่เด็กทั้ง 13 คน ควรได้รับโอกาส หรือมองว่ารู้สึกเอ็นดูสงสาร และมองว่าเป็นเพชร ซึ่งแน่นอนว่า ต้องสุ่มเสี่ยงต่อการถูกสังคมวิพากษ์วิจารณ์ ซึ่งในส่วนของตัวเด็กเองนั้น ก็ยังไม่ทราบว่าในอนาคตจะรับข้อเสนอนี้หรือไม่ แต่อย่างไรก็ตาม ของขวัญล้ำค่าที่สุดในตอนนี้ คือการที่ได้มีชีวิตรอดออกมาอย่างปลอดภัย

รศ.ดร.วีรชัย กล่าวว่า ส่วนตัวคิดว่าคนที่ควรได้รับรางวัลและสิ่งตอบแทน คือกลุ่มอาสาสมัคร หรือเจ้าหน้าที่ที่เข้าไปช่วยเหลือ เพราะฉะนั้น หากมีความปรารถนาดีจะให้ทุนการศึกษาดังกล่าวเป็นอย่างมาก ก็ควรจะให้กับบุตรหลานของอาสาสมัคร หรือเจ้าหน้าที่ทหารเหล่านั้นด้วย

รศ.ดร.วีรชัย พุทธวงศ์ อาจารย์ประจำภาควิชาเคมี ม.เกษตรศาสตร์

รศ.ดร.วีรชัย กล่าวต่อว่า กรณีที่ทางอธิการบดีมหาวิทยาลัย จะมอบทุนการศึกษาให้ทั้ง 13 คนเรียนจบปริญญาตรี ปริญญาโท และปริญญาเอกนั้น เป็นการประชาสัมพันธ์มหาวิทยาลัยจนเกินกว่าเหตุหรือไม่ เพราะตอนนี้น้อง ๆ บางคนอายุ 11 ปี กว่าน้อง ๆ จะเข้ามหาวิทยาลัย อธิการบดีคนดังกล่าวจะยังได้เป็นอธิการบดีอยู่หรือไม่ และถ้าไม่ได้เป็นอธิการบดีมหาวิทยาลัยแล้ว หลังจากนั้นจะมีการรื้อฟื้นข้อสัญญากลับมาหรือไม่ อย่างไรก็ตาม ตนเชื่อมั่นล้านเปอร์เซ็นต์ว่า เด็ก ๆ จะไม่รับข้อเสนอดังกล่าวอย่างแน่นอน

นอกจากนี้ ทุกคนควรช่วยกันฟื้นฟู และติดตามให้กำลังใจทั้ง 13 คน มากกว่า อีกทั้งความปรารถนาดีที่มากจนเกินความจำเป็น ก็อาจทำให้เกิดผลเสียได้ และอาจทำให้เกิดผลกระทบด้านลบต่อเด็กด้วย เพราะจากการที่มหาวิทยาลัยจะมอบทุนการศึกษาให้น้อง ๆ ทั้ง 13 คน จนทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ จึงทำให้สังคมพูดกันติดปากว่า “ไปติดถ้ำดีกว่า จะได้มีคนให้ทุนเรียนถึงปริญญาเอกบ้าง” ซึ่งประโยคเหล่านี้ ถ้าน้อง ๆ ทั้ง 13 คนได้ยินหรือรับรู้ ก็จะทำให้เสียใจได้

นพ.ณัฎฐชัย รำเพย อดีตรองประธานสภานิสิต ม.นเรศวร โพสต์เฟซบุ๊กไม่เห็นด้วย

ด้าน นพ.ณัฎฐชัย รำเพย อดีตรองประธานสภานิสิต มหาวิทยาลัยนเรศวร อดีตรองประธานคณะกรรมการดูแลการรับน้องและประชุมเชียร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร อดีตกรรมการองค์การนิสิต มหาวิทยาลัยนเรศวร และ อดีตที่ปรึกษาสโมสรนิสิต คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร โพสต์ข้อความผ่านทางเฟซบุ๊กส่วนตัว โดยแสดงความไม่เห็นด้วยกับการให้ทุนการศึกษาดังกล่าว

ข้อความบนเฟซบุ๊กของ รศ.ดร.เจษฎา

ขณะที่ รศ.ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ จากภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องการให้ทุนดังกล่าว โดยระบุว่า “เห็นข่าวผู้บริหาร ม.นเรศวร จะให้ทุนเรียนหนังสือกับน้องๆที่มหมูป่าจนจบปริญญา แล้วรู้สึกไม่ดีเลยที่มาโหนเด็กกันแบบนี้ (ซึ่งน้องๆไม่ได้ผิดอะไร เพราะไม่เคยขออะไรเลย นอกจากผัดกระเพรา) แถมที่ภายในหน่วยงานตนเอง ยังจัดการงบประมาณเพื่อการศึกษาเพื่อการวิจัยให้เรียบร้อยไม่ได้เลย ดูอย่าง หน่วยงานที่มีชื่อเสียง อย่าง IF (Institute of Fundamental Study) ที่รวมคน เก่งระดับชาติด้านฟิสิกส์ทฤษฎีไว้และมีผลงานพิมพ์นานาชาติมากมาย กลับถูกตัดงบเกลี้ยง และจะยุบควบรวมกับหน่วยงานอื่น มันถูกแล้วเหรอครับ”

ศ.ดร.สมพงษ์ จิตระดับ ผอ.ศูนย์วิจัยด้านเด็กและเยาวชน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ด้าน ศ.ดร.สมพงษ์ จิตระดับ ผอ.ศูนย์วิจัยด้านเด็กและเยาวชน คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยว่า การมอบทุนการศึกษาคือการให้อนาคตกับเด็ก มีความยั่งยืนและประโชยน์มากกว่าทรัพย์สินเงินทอง ไม่ใช่สิ่งที่วูบวาบตามกระแส ส่วนคนที่ไม่เห็นด้วยนั้น อาจจะมองว่าเป็นการเกาะกระแส แต่อยากให้เข้าใจว่าเด็กเหล่านี้เป็นเด็กที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกล สำหรับความเห็นที่ว่าการมอบทุนการศึกษาต้องคุณสมบัติเกี่ยวโยงกับการศึกษา แต่เด็กเหล่านี้เป็นผู้ประสบภัยพิบัตินั้น อาจารย์สมพงษ์ ระบุว่า หากมองรอบด้านแล้ว เด็กเหล่านี้มีสิทธิอย่างสมบูรณ์ที่จะได้รับ อาทิ แง่ของความมีวินัย ความอดทน การโต้ตอบภาษาอังกฤษได้เป็นอย่างดี เป็นตัวอย่างที่ดีในเรื่องของการออกกำลังกาย ซึ่งในอนาคตเด็กกลุ่มนี้อาจจะสร้างแรงบันดาลใจในการศึกษา เพื่อให้กลับมาตอบแทนและพัฒนาประเทศ บางคนอาจจะไปเรียนด้านนวัตกรรรม ดำน้ำ หรือเป็นนักบอลทีมชาติ

ซึ่งหากมองว่าสิ่งที่หยิบยื่นเหล่านี้มีเจตนาแอบแฝงก็คิดได้ แต่ถ้ามองถึงตัวเนื้อ คุณค่า ประโยชน์ และการเยียวยาที่เด็กจะได้รับ ตนคิดว่าการให้โอกาสทางการศึกษาเป็นการเยียวยาที่ยั่งยืน

ศ.ดร.สมพงษ์ จิตระดับ ผอ.ศูนย์วิจัยด้านเด็กและเยาวชน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

อาจารย์สมพงษ์ กล่าวว่า สิ่งที่อยากจะฝากไปถึงคนที่ไม่เห็นด้วย อยากให้มองว่าอะไรคือสิ่งที่ดีที่สุด และเกิดประโยชน์ที่ยั่งยืน และสร้างแรงบันดาลใจให้กับเด็กคนอื่นๆได้อีก การมอบการศึกษาคือโอกาสที่ดีของประเทศ อีกอย่างกลุ่มนี้กำลังสอนทั้งทางตรงและทางอ้อมให้กับคนทั้งประเทศได้ตระหนักถึงการป้องกันภัยพิบัติที่จะเกิดขึ้น

ในส่วนของมหาวิทยาลัยรามคำแหง ที่ออกมาบอกว่าจะมอบทุนการศึกษาให้กับลูกชาวนาที่รับน้ำจากถ้ำหลวง ตนก็มองว่าเป็นสิ่งที่ดี เพราะตอนนี้การศึกษาได้ไปถึงกลุ่มคนรากหญ้า ต้องที่ดูน้ำใจของคน เทียบกับโอกาสที่ให้ อย่ามองเรื่องอื่น ชาวนาที่เขาต้องสูญเสีย แล้วเขาพูดแบบซื่อบริสุทธิ์และจริงใจว่า “ที่นาน้ำท่วมมีค่าน้อยกว่าการช่วยชีวิตคน” การให้โอกาสลูกหลานเขาได้รับโอกาสทางการศึกษา ดีกว่ารัฐจ่ายเป็นเงิน การช่วยครอบครัวเขาและเด็กได้ดีที่สุดก็คือเรื่องของการศึกษา

สุดท้ายหากสิ่งที่ตนออกมาพูดเป็นการสวนกระแส ขณะที่คนอื่นไม่เห็นด้วยกับเรื่องนี้ แต่ตนอยากแสดงความคิดเห็นว่า สังคมต้องการคนแบบนี้หรือเปล่า ทำไมตนต้องตามกระแส ความคิดที่แตกต่างเมื่อมาปะทะกัน มันจะเกิดนวัตกรรมทางสังคม มันจะเกิดคำตอบที่ดีที่สุด ซึ่งจะเป็นการแก้ปัญหาสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างแท้จริง

keyboard_arrow_up