สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย ขอความร่วมมือสื่อมวลชนคำนึงถึง ‘จริยธรรม-สิทธิส่วนบุคคล’

ณ เวลานี้ เชื่อว่าคงไม่มีประเด็นไหนจะอยู่ในความสนใจมากไปกว่าการนำตัวทีมนักฟุตบอลเยาวชนออกมาจากถ้ำหลวงอีกแล้ว ซึ่งก็เช่นเดียวกับทีมผู้สื่อข่าวจากหลายสำนัก ที่เฝ้าติดตามสถานการณ์ต่างๆ อย่างใกล้ชิด เพื่อรอคอยทำหน้าที่รายงานความเคลื่อนไหวต่างๆ จนล่าสุดได้กลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ถึงความเหมาะสมในการทำหน้าที่สื่อมวลชน ซึ่งมีบางช่วงบางตอนเป็นการขัดขวางการทำงานของเจ้าหน้าที่ ฝ่าฝืนข้อตกลงของผู้ว่าฯ เชียงราย และนำเสนอข้อมูลที่ผิดพลาดไปจากข้อเท็จจริง จนหลายฝ่ายมองว่าควรมีการควบคุมการนำเสนอข่าวสารของสื่อบ้าง

ล่าสุด เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2561 สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย ได้ออกแถลงการณ์ผ่านเพจเฟซบุ๊ก สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย เพื่อขอความร่วมมือสื่อมวลชนให้คำนึงถึงจริยธรรมและสิทธิส่วนบุคคล และผลกระทบต่อจิตใจและความรู้สึกของผู้ที่เกี่ยวข้องในการรายงานข่าวกรณีเด็ก และเยาวชนได้รับความช่วยเหลือออกจากถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน โดยมีเนื้อหาดังนี้…

จากเหตุการณ์นักฟุตบอลเยาวชน ทีมหมูป่าอะคาเดมี่ และผู้ฝึกสอน รวม 13 คน ติดอยู่ในถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน ในวนอุทยานขุนน้ำนางนอน อ.แม่สาย จ.เชียงราย ตั้งแต่วันเสาร์ที่ 23 มิถุนายน ที่ผ่านมา และจนถึงขณะนี้เจ้าหน้าที่สามารถช่วยเยาวชนเหล่านี้ออกมาได้แล้ว 4 คน เมื่อวันอาทิตย์ที่ 8 กรกฎาคม และคาดว่าจะสามารถนำผู้ที่เหลือออกมาได้อย่างปลอดภัยในอีกไม่กี่วันข้างหน้า

สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย เข้าใจดีถึงการแข่งขันในการเสนอข่าวต่อเหตุการณ์ที่มีความสำคัญและอยู่ในความสนใจของคนทั่วโลกขณะนี้ แต่เนื่องจากผู้ที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับสถานการณ์ดังกล่าวเป็นเด็กและเยาวชน และเป็นเหตุการณ์ที่มีผลกระทบต่อจิตใจและความรู้สึกของครอบครัวและญาติพี่น้องของคนเหล่านี้ สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย จึงขอให้สื่อมวลชนทุกแขนงพึงระมัดระวังในการเสนอข่าวเกี่ยวกับตัวบุคคลที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์นี้ โดยเฉพาะการเปิดเผยภาพ ชื่อ ข้อมูลและรายละเอียดเกี่ยวกับเด็กและเยาวชนเหล่านี้ โดยให้คำนึงถึงจริยธรรมการเสนอข่าว สิทธิส่วนบุคคลและความเหมาะสมเพื่อหลีกเลี่ยงการรายงานข่าวที่อาจมีผลกระทบต่อความรู้สึก และสภาพจิตใจของผู้ที่เกี่ยวข้อง นอกจากนั้นยังควรละเว้นการเสนอข่าวและภาพที่อาจสร้างความสับสน ความเข้าใจผิด และความรู้สึกในเชิงลบต่อสถานการณ์ ตัวบุคคลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเสนอข้อมูลที่อาจมีผลกระทบต่อปฏิบัติการช่วยเหลือผู้รอดชีวิตที่เหลืออยู่ และผู้ปฏิบัติงานด้านข่าวในพื้นที่ควรหลีกเลี่ยงการกระทำใดๆ ที่อาจเป็นอุปสรรคต่อการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่

สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย ตระหนักดีว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในขณะนี้ทำให้สื่อมวลชนไทยตกเป็นเป้าของการจับจ้อง และการตรวจสอบของสังคมเป็นอย่างมาก เพราะฉะนั้นจึงควรเป็นโอกาสที่ดีสำหรับสื่อมวลชนไทยที่จะพิสูจน์ให้เห็นว่าในสถานการณ์ที่ล่อแหลม และเต็มไปด้วยการแข่งขัน สื่อมวลชนไทยยังสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างสร้างสรรค์ และมีจริยธรรมเพื่อที่จะรักษาไว้ซึ่งความน่าเชื่อถือของสื่อในสายตาของสังคมต่อไป

สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย
9 กรกฎาคม 2561

keyboard_arrow_up