“กวาง ABnormal” แจงโพสต์ไอจีเรื่อง”ก๊าซ”อาจเป็นสาเหตุหนึ่งในการเสียชีวิต (คลิป)

กวาง ABnormal หรือ นายศิริศิลป์ โชติวิจิตร เป็นอีกหนึ่งคนบันเทิงที่ออกมาแสดงความคิดเห็นผ่านอินสตาแกรม ถึงเหตุการณ์ที่จ่าเอกสมาน กุนัน อดีตเจ้าหน้าที่หน่วยซีล ซึ่งได้เสียชีวิตจากการปฏิบัติภารกิจช่วยเหลือนักฟุตบอลเยาวชนทีมหมูป่า อะคาเดมี่ ออกจากถ้ำหลวง จ.เชียงราย โดยมีการโพสต์ถึงเรื่องความอันตรายและอุปสรรคในการดำน้ำเพื่อเข้าไปช่วยทั้ง 13 ชีวิตที่ติดอยู่ในถ้ำและบอกว่า “การดำน้ำถ้ำเป็นหนึ่งในกิจกรรมที่อันตรายที่สุดในโลก”

โดยเจ้าตัวเป็นคนที่เรียนดำน้ำ จนเป็นครูสอนการดำน้ำ และได้ให้สัมภาษณ์กับทีมข่าวอมรินทร์ ทีวี ว่า “การดำน้ำถ้ำเป็นกิจกรรมแล้วก็เป็นกีฬาที่คนตายอันดับ 2 ของโลก เพราะว่าด้วยความอันตรายของมัน ไม่เหมือนการดำน้ำทั่วไปโดยปกติ ก่อนที่จะโพสต์นั้นมีน้องๆ มาถามเยอะว่า เขามีถังอากาศอยู่ทำไมยังยากอีก ก็แค่หายใจเข้าไป ไม่ใช่นะ ส่วนใหญ่นักดำน้ำไม่ได้เสียชีวิตจากการขาดอากาศหายใจ เพราะถังอากาศหายใจได้นานอยู่ ตัวเขาเองก็จะมีไดรฟ์คอมพิวเตอร์ที่ติดอยู่ที่ข้อมือว่ายังดำได้อีกนานเท่าไหร่ ถังอากาศเหลืออากาศเท่าไหร่ ซึ่งมันค่อนข้างจะเซฟอยู่ แต่ว่าการดำน้ำถ้ำด้วยระยะทางที่ยาวที่เห็นในข่าวหลายกิโลนะ ซึ่งปกติเราดำน้ำกันจริงๆ ไม่ถึงกิโล ที่เราดำเที่ยวกัน ไม่ได้ดำระยะยาว”

 

หนุ่มกวาง กล่าวต่อว่า “ในการดำน้ำทั่วไป ถ้าเกิดเหตุฉุกเฉิน เราขึ้นข้างบนเพื่อหายใจได้ แม้ปอดจะฉีกก็ตามการพุ่งขึ้นข้างบน แต่ว่าอย่างน้อยเรายังมีที่ให้ขึ้นข้างบนไปหายใจ แต่ว่าการดำน้ำในถ้ำเราหนีก็ไม่ได้ ไปต่อก็ยาก ถอยก็ยาก ทุกอย่างต้องมีการเตรียมพร้อมมาอย่างดีมากๆ การฝึกฝนอย่างดีมากๆ ความแคบของการที่จะมุดเข้าไปค่อนข้างยาก นี่แค่ปัจจัยภายนอก นอกจากนั้นยังมีสิ่งอันตรายอย่างที่เขียนไปใน IG ก็คือมีเรื่องก๊าซที่เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้นักดำน้ำหลายคนบาดเจ็บและเสียชีวิต ก็คือ “ก๊าซไนโตรเจน” เพราะว่าการดำน้ำทำให้เราเทคไนโตรเจนเข้าไปเยอะกว่าปกติที่เราหายใจกันอยู่บนบก ปกติร่างกายจะขับไนโตรเจนออกมาเอง ไนโตรเจนจะเป็นก๊าซเฉื่อยที่มันจะเข้าไปอยู่ในทุกส่วนในผิวหนัง กระดูก ปอด และในเลือดของเรา แต่ปกติที่เราอยู่บนบกมันจะคายออกไปเอง แต่คราวนี้พอเรารับมากเกินไปก็ต้องใช้เวลาในการคายออก ถ้าไม่ได้ให้เวลามันคายออก เรารีบขึ้นข้างบนหรือว่าเรารับมันนานเกินไป หรืออยู่ในที่ที่ลึกเกินไป จะทำให้ไนโตรเจนทำอันตรายต่อร่างกายเรา”

เมื่อถามว่านี่เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้นักดำน้ำเสียชีวิตหรือไม่ เจ้าตัวก็บอกว่า “เป็นหนึ่งในสาเหตุ ไม่ได้บอกว่าเป็นสาเหตุหลัก คือเป็นสาเหตุหนึ่งและเป็นสาเหตุสำคัญหลายๆครั้งที่มันทำให้เกิดอันตรายต่อร่างกาย”

ส่วนเรื่องข่าวการเสียชีวิตของจ่าสมานนั้น เจ้าตัวได้พูดถึงว่า “อันนี้มีสำนักข่าวบางสำนักไปบิดที่เราเขียน เขาบอกว่าเราไปชี้ชัดว่าพี่แซมเสียชีวิตเพราะอะไร ไม่ใช่นะ เราแค่อธิบายเฉยๆ ว่า สาเหตุหนึ่งในเรื่องนั้นคือเรื่องก๊าซ ที่เขียนไปเพราะมีน้องมาถาม เพราะพี่แซมถือถังเข้าไปทำไมหมดสติ เลยบอกว่ามีหลายสาเหตุนอกจากอากาศหมด เหนื่อยล้าก็เป็นไปได้ พอร่างกายเหนื่อยล้าก็เหมือนเราวิ่งเกินขีด เราก็เป็นลมหมดสติได้ แล้วหน้าที่ของพี่เขาคือการลำเลียงถังเข้าไป ถึงแม้ถังอยู่ในน้ำจะเบาแต่ระยะทางไกลมาก นึกภาพว่าเราต้องว่ายน้ำเป็นกิโล ถึงแม้จะมีตีนกบ ซึ่งตีนกบก็ใช้มากไม่ได้เพราะอยู่ในถ้ำที่แคบมาก มีแง่งมีอะไรเต็มไปหมด การจะเข้าไปแต่ละครั้ง ต่อให้ไม่ต้องแบกอะไรไปเลย ไปตัวเปล่ายังยากเลย อันนี้เขาต้องลำเลียงถังวางเป็นจุดเพื่อให้นักดำน้ำสามารถที่จะสต็อปหายใจหรือเปลี่ยนถังได้เป็นหน้าที่ที่หนักหน่วงอยู่เหมือนกัน ก็อาจจะทำให้ร่างกายอ่อนแอด้วย พอร่างกายอ่อนแอการคลายก๊าซออกอย่างที่บอกเมื่อกี้การคลายก๊าซออก การสูดอากาศเข้า ระบบหายใจ ระบบเลือดก็อาจจะรวนได้”

และเจ้าตัวก็ขอฝากกำลังใจไปถึงทีมงานที่ปฏิบัติภารกิจในครั้งนี้ว่า “ฝากถึงพี่ๆ ซุปเปอร์ฮีโร่ทุกคน ทุกหน่วย ไม่ว่าจะเป็นนักดำน้ำ นักปีนเขา เจ้าหน้าที่ขับเครื่องบิน ขับฮ. ทุกๆ หน่วย ทุกๆ คน ตอนนี้เป็นซุปเปอร์ฮีโร่ของคนไทย ขอบคุณมากๆ ขอบคุณในความเสียสละ ขอบคุณในแรง ลงทุนลงแรงไปขนาดนั้นเพื่อช่วยน้องๆ ก็ขอให้ความตั้งใจของทุกๆ คนประสบความสำเร็จคือช่วยน้องๆ ทั้ง 13 คนออกมาได้ แล้วก็ขอแสดงความเสียใจถึงพี่แซมด้วย ขอบคุณพี่แซมด้วย ไม่มีใครอยากให้เกิด ยังไงผมว่าพี่เขาจะอยู่ในใจของคนไทยไปอีกนาน ทุกๆ คนก็จะยกย่องสรรเสริญพี่แซมเป็นฮีโร่ในดวงใจ ยังไงขอเอาใจช่วยให้ทุกๆ อย่างที่พี่แซมเสียสละ ประสบความสำเร็จ พาน้องๆ ทั้ง 13 คนออกมาได้”

 

keyboard_arrow_up