ภรรยา “จ่าแซม” ร่ำไห้ ภูมิใจสามี ทำดีจนวินาทีสุดท้ายของชีวิต – พ่อแม่ทรุด ขาดเสาหลัก (คลิป)

วันที่ 6 ก.ค. 61 ที่กองบัญชาการศูนย์อำนวยการร่วมค้นหาผู้สูญหาย ในวนอุทยานแห่งชาติถ้ำหลวง ขุนน้ำนางนอน อ.แม่สาย จ.เชียงราย แถลงข่าว จ.อ.สมาน กุนัน หรือ จ่าแซม อดีตนักทำลายใต้น้ำจู่โจมนอกราชการ เสียชีวิตภายในถ้ำหลวง ระหว่างลำเลียงขวดอากาศจากโถง 3

พิธีเคลื่อนศพ จ.อ.สมาน กุนัน หรือ จ่าแซม
บรรยากาศการรอรับศพ จ.อ.สมาน กุนัน หรือ จ่าแซม

โดยเจ้าหน้าที่เคลื่อนศพจากโรงพยาบาลค่ายพญาเม็งรายมหาราชไปที่ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย เพื่อส่งไปฐานทัพเรือสัตหีบ เพื่อไปประกอบพิธีตามศาสนา

บรรยากาศงานศพของ จ.อ.สมาน กุนัน หรือ จ่าแซม

ในการนี้ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดพิธีเคลื่อนศพและพิธีทางศาสนาอย่างสมเกียรติ ทรงพระกรุณาพระราชทานน้ำหลวงอาบศพ และรับไว้ในพระราชานุเคราะห์ เป็นเวลา 7 วัน ซึ่งบรรยากาศเป็นไปอย่างโศกเศร้า โดยข้าราชการทหารเรือ ทหารบก และเจ้าหน้าที่จากบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) ร่วมเป็นประธานในพิธี

นางสำราญ กุนัน แม่ของจ่าแซม

ส่วนบรรยากาศที่บ้านเกิดของจ่าแซมในพื้นที่ จ.ร้อยเอ็ด นางสำราญ กุนัน อายุ 64 ปี แม่ของจ่าแซม ถึงกับร่ำไห้และอยู่ในอาการโศกเศร้าเสียใจหลังจากได้ทราบข่าวการเสียชีวิต โดยเจ้าหน้าที่ชุดเยียวยาจิตใจ พัฒนาสังคมจังหวัด และเพื่อนบ้านต่างต้องช่วยกันปลอบและให้กำลังใจ โดยนางสำราญกล่าวทั้งน้ำตาว่า รับไม่ได้กับเรื่องที่เกิดขึ้น

นายวิชัย กุนัน พ่อของจ่าแซม

ด้าน นายวิชัย กุนัน อายุ 62 ปี พ่อของจ่าแซม เปิดเผยว่า รู้สึกเสียใจมากเพราะจ่าแซมเป็นลูกชายคนเดียว และยังเป็นเสาหลักของครอบครัว ปกติจ่าแซมเป็นคนที่มีร่างกายแข็งแรงเพราะนักกีฬาไตรกีฬาซึ่งล่ารางวัลมาแล้วมากมาย อีกทั้งไม่เที่ยวไม่ดื่มและรักพ่อแม่มาก โดยก่อนเกิดเหตุ ลูกชายโทรมาบอกว่าจะไปกับคณะเพื่อนเพื่อร่วมช่วยเหลือทีมหมูป่าที่ถ้ำหลวง ตนก็บอกลูกชายไปว่าพ่อแม่เป็นห่วง ไม่อยากให้เข้าไปในถ้ำ กลัวจะได้รับอันตราย ซึ่งลูกชายรับปากว่า “ครับ” ก่อนที่จะมาทราบข่าวร้ายที่เกิดขึ้น ทั้งนี้ ตนรู้สึกดีใจและเสียใจไปพร้อมกัน ดีใจที่ลูกมีจิตอาสาไปช่วยเหลือคน และไม่ได้โทษทีมหมูป่าว่าเป็นสาเหตุ เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นเปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้ เมื่อเสียลูกชายไปแล้วตนยังคิดอะไรไม่ออก

นางวลีพร กุนัน ภรรยาจ่าแซม

ด้าน นางวลีพร กุนัน ภรรยาจ่าแซม เปิดเผยว่า สามีไปที่ จ.เชียงราย เพื่อช่วยทีมหมูป่า เมื่อสามีไปถึงตนก็ไลน์ถามว่าจะกลับเลยหรือไม่ สามีก็ตอบว่า ขอนอนกับพี่ ๆ น้อง ๆ หน่วยซีลสักคืน รุ่งเช้าสามีไลน์มาบอกอีกครั้งว่า “ไม่ต้องห่วงนะ อาหารมีเยอะ” และวันที่ไลน์มาครั้งสุดท้าย คือวานนี้ (5 ก.ค.) ซึ่งก่อนหน้านี้ สามีบอกว่าขออยู่ช่วย 13 คนก่อน ตนจึงบอกสามีว่า หากจะช่วยน้องก็ให้ดูแลตัวเอง ขอว่าไม่ให้ดำน้ำ เพราะไม่ได้ดำน้ำมานาน ตนจึงเป็นห่วงสุขภาพ

โดยเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ตนทราบข่าวการเสียชีวิตของสามี ความรู้สึกนั้นบอกไม่ถูก ยังคิดว่าเรื่องที่เกิดขึ้นไม่ใช่เรื่องจริง อยากบอกว่า “รักมาก พูดได้เลยว่าไม่มีผู้ชายคนไหนเหมือนเขา และจะรักได้อย่างที่รักเขา จ่าแซมทำเพื่อครอบครัว ทำให้พ่อแม่ญาติพี่น้องภูมิใจ แม้แต่วินาทีสุดท้ายที่ไม่มีลมหายใจ ก็ยังทำให้ครอบครัวภูมิใจและรู้สึกเป็นเกียรติ” ทั้งนี้ ตนเสียใจมากและภูมิใจมาเช่นกัน ภูมิใจที่ได้รับพระกรุณาจากสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

นางวลีพร เล่าว่า จ่าแซมออกจากหน่วยซีล มาทำงานที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เมื่อประมาณปี 2549 ส่วนตัวเคยวางแผนกันไว้ว่า อยากกลับบ้านไปอยู่อย่างพอเพียง เคยวางแผนจะทำฟาร์มไก่ ฟาร์มผัก ส่งขายที่ตลาด แต่หลังจากนี้ ก็คงต้องสู้ต่อไป

keyboard_arrow_up